บท
ตั้งค่า

๑ ดอกฟ้าไม่โน้มมา ก็จะปีนขึ้นไปเอง (๕)

ช่วงพักเที่ยงที่มักได้ไปเล่นสนุกกับเพื่อนก็โดนน้องชายลากมาอ่านหนังสืออยู่ห้องสมุด โรงเรียนของเธอมีตั้งแต่ประถมไปจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ช่วงเปลี่ยนผ่านขึ้นมอสี่ก็อาจจะง่ายหน่อยตรงที่ไม่ต้องสอบเข้า ขอเพียงเกรดเฉลี่ยถึงก็เลื่อนผ่านชั้นได้เลย

แน่นอนว่าเธอผ่านสบายอยู่แล้ว เกรดไม่ได้น้อยจนน่าตกใจอย่างที่ชินดนัยเคยว่าไว้สักหน่อย ฝ่ายนั้นก็พูดมั่วเกินไป

ห้องสมุดของโรงเรียนเปิดแอร์เย็นฉ่ำแล้วยังมีคนมาใช้บริการค่อนข้างเยอะแต่ก็ไม่มีเสียงดังรบกวน ไม่แปลกใจที่น้องชายจะมาใช้บริการบ่อย ต่างจากเธอที่ไม่ค่อยย่างกรายเข้าใกล้สักเท่าไหร่ ส่วนมากมักจะขลุกอยู่ห้องเรียนของตัวเองเพื่ออ่านนิยายรอเวลาเข้าคาบบ่าย

แต่เมื่อน้องลากมาก็จำต้องตามมานั่นแหละ เคยขัดชินดนัยได้ที่ไหนล่ะ...

ไม่อย่างนั้นคงโดนพ่อแม่บ่นหูชา จึงต้องตามน้ำไปก่อน สำคัญกว่านั้นคือมีอาหารตามาให้ดูถึงที่ ไม่ใช่ใครอื่นไกลเป็นชายในดวงใจของหล่อนเอง

คีรินมานั่งอ่านหนังสืออยู่โต๊ะฝั่งตรงข้าม แล้วเธอจะมีสมาธิอ่านได้อย่างไร ได้มองหนุ่มหล่ออย่างเพลิดเพลินจนโดนดุ

“อ่านหนังสือหน่อยสิพี่แก้ว ตาเอาแต่มองไปโต๊ะตรงข้ามอยู่นั่นแหละ แบบนี้จะมีสมาธิอ่านหนังสือได้ยังไง” คำพูดของน้องไม่เกินจริง หล่อนไม่คิดโต้แย้งเลยสักนิดนอกจากพยักหน้าเห็นด้วยในทันที ทำตาหวานมองเขาอยู่อย่างนั้น

ไม่ปิดบังเรื่องความชอบของตัวเอง โดยที่ร่างสูงก็ไม่คิดสนใจเพราะไม่ใช่แค่ดาราแก้วที่มองเขา มีผู้หญิงอีกหลายคนที่มองคีรินเช่นเดียวกัน

หนุ่มหล่อคนนี้เป็นที่หมายปองมากเหลือเกิน

“ก็คนตรงข้ามน่าอ่านกว่าหนังสืออีกน่ะสิ”

“เขาไม่ชอบยังตามอยู่ได้...” ส่ายหัวแล้วพึมพำเสียงเบา ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพี่สาวถึงปักใจมากขนาดนี้ เป็นตนคงเลิกตามไปนานแล้ว เอาเวลาไปเตะบอลหรือเล่นบาสน่าจะสนุกกว่า

“ว่าอะไร” ถึงได้ยินก็ยังถามด้วยน้ำเสียงหาเรื่อง

“เปล่า อ่านตามตัวอักษร” ทำหน้าซื่อเหมือนไม่ได้พูดแต่หล่อนก็รับรู้หมดทุกอย่าง ชี้หน้าน้องพลางส่งสายตาคาดโทษเอาไว้ หากอยู่ข้างนอกคงได้ทำการลงโทษคนอายุน้อยกว่าไปแล้ว แต่เพราะตอนนี้อยู่ในห้องสมุดที่ต้องการความเงียบและสงบจึงทำอะไรมากไม่ได้

“เดี๋ยวเถอะ...แช่งพี่แช่งเชื้อจะอกหักเข้าสักวัน” คาดโทษแต่เหมือนว่าน้องชายจะไม่สะท้านเลยสักนิด กลับมองเหมือนคำพูดนั้นไม่สลักสำคัญกับตัวเอง เพราะอย่างไรก็ไม่คิดมีความรักในระหว่างนี้อยู่แล้วล่ะ

“ไม่มีทางหรอก” พูดจบก็ก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ แต่เหมือนคนพี่จะไม่คิดเช่นนั้น ยังคงมองเพื่อนร่วมชั้นแล้วเพ้อต่อไป ยกมือขึ้นเท้าคางไม่สนใจหนังสือเรียนสักนิด เพราะสายตามองเพียงหนุ่มหล่อผู้เดียว

“ทำไมคีรินหล่อจังเลย หน้าตาเหมือนพระเอกในนิยายหลุดมาในชีวิตจริง แถมยังเรียนเก่งบ้านรวยอีกต่างหาก ข้อดีหมดทุกอย่างรวมไว้ในตัวคีรินคนเดียว” เสียงของพี่สาวทำให้สมาธิคนน้องเริ่มหาย จึงรีบใช้มือบีบปากดาราแก้วแล้วย้ำเสียงหนักอีกครั้ง

“อยู่ในห้องสมุดงดเสียงดังแล้วก็ห้ามเพ้อเจ้อ...อ่านหนังสือ” เธอไม่มีทางเลี่ยงจำต้องอ่านหนังสือ แม้ว่าตัวอักษรพวกนั้นจะไม่เข้าหัวก็ตาม ดวงตาเหม่อมองเพียงชายตรงหน้าด้วยความรักที่ท่วมท้นออกมาจากหัวใจ

หลงเขาขนาดนี้มีโอกาสพัฒนาเป็นแฟนหรือเปล่านะ...

แต่ถึงจะยังไม่สมหวังตอนนี้ เธอก็ขอให้เขาอย่าเพิ่งมีใครเลย ช่วยโสดต่อไปให้นานกว่านี้อีกหน่อย เผื่อวันใดวันหนึ่งใจของเราจะตรงกันสักที

การเลื่อนชั้นจากมอต้นสู่มอปลายทำให้เธอต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ทั้งหมด เปิดเรียนได้หนึ่งสัปดาห์ดูเหมือนว่าจะมีความสุขในการมาโรงเรียนเป็นอย่างมาก หล่อนไม่ได้เจอหน้าชายผู้เป็นที่รักกว่าสามเดือนเพราะเขาไปเรียนพิเศษที่เมืองหลวง ครั้นจะขอบุพการีตามไปก็รู้สึกว่าคงเสียเงินเปล่า

ในเมื่อหล่อนไม่ได้สนใจเรื่องการเรียน เพียงแค่อยากตามร่างสูงไปมากกว่า จึงเลือกอยู่บ้านช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงินแล้วเก็บตังค์เอาไว้ซื้อของขวัญวันเกิดให้คีริน อีกไม่นานชายหนุ่มก็จะอายุครบสิบหกปีแล้ว ส่วนเธอก็เปลี่ยนจากเด็กหญิงเป็นนางสาว

วันเปิดเทอมมาเยือนหลายคนอาจรู้สึกเศร้าต่างจากดาราแก้วที่มีความสุขเป็นอย่างยิ่ง เธอรีบเร่งบิดาให้มาส่งด้วยซ้ำ ก่อนจะได้พบหนุ่มหล่อที่ขาวขึ้นเป็นกอง ลำตัวก็สูงกว่าเดิมจนคิดว่าน่าจะถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร

ความหล่อเป็นที่เลื่องลือแม้จะมีนักเรียนใหม่เข้ามาก็ไม่มีใครแทนที่คีรินในใจของเธอได้

เขายังคงเป็นที่หนึ่งเสมอ...

“คีรินจะไปเรียนที่ไหนนะ” นั่งคุยกับเพื่อนในกลุ่มแล้วถามเกี่ยวกับเรื่องของหนุ่มหล่อ เธอไม่ค่อยได้รู้ข่าวคราวของเขาเท่าไหร ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมทุกคนถึงทราบเรื่องนี้ อาจเพราะอีกฝ่ายเป็นคนดังก็ได้

ใครก็รู้เรื่องราวของชายหนุ่มทั้งนั้น...

“มหาวิทยาลัยในกรุงเทพ...คณะวิศวะแต่ไม่รู้ภาคอะไร” หน้าถอดสีเมื่อรู้ว่าหลังจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายอาจไม่ได้พบเขาบ่อยเหมือนที่ผ่านมา ความร้อนรนทำให้เธอรีบถามเพื่อนในกลุ่มทันที ทุกคนทราบดีว่าหล่อนชอบเขามากเพียงใด จึงคอยช่วยเหลือทุกครั้งยามที่ได้เดินเฉียดกรายกัน

“แล้ว แล้วมันสอบยากไหม” จากที่ไม่มีความคิดอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยในเมืองหลวง กลายเป็นสนใจอยากไปเรียนที่นั่น ขอเพียงเป็นสถานศึกษาเดียวกับชายหนุ่มก็พอ เพราะให้เข้าคณะเดียวกันคงไม่ไหว

หัวเธอไม่ไปทางด้านคำนวณเลย...

“สอบยากมากที่สุด มอติดอันดับท็อปสามของประเทศขนาดนั้น” แค่ฟังก็ห่อเหี่ยวแล้ว

แต่ใบหน้าของเขาก็โผล่มาในห้วงความคิดจนเธอไม่อาจย่อท้อได้ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกแล้วคิดว่ามีเวลาอีกหลายปีกว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าเธอตั้งใจตอนนี้ต้องสามารถปั้นเกรดเฉลี่ยแล้วตามเขาไปเรียนที่สถานศึกษาชั้นนำได้แน่นอน

ไม่มีสิ่งใดยากเกินความสามารถของดาราแก้วคนนี้หรอก...

“ติวให้หน่อย” พูดคำเดียวเพื่อนที่เหลือต่างหันมามอง คิดว่าตัวเองกำลังหูฝาดไปหรือเปล่า

“หะ”

“ติวให้หน่อย อยากติดมหา’ลัยเดียวกับคีริน” ย้ำชัดอีกครั้งด้วยแววตามุ่งมั่นจนเพื่อนคนอื่นหันมองหน้ากันเลิกลัก ไม่มั่นใจว่าหญิงสาวจะทำได้หรือเปล่า เรื่องเรียนกับดาราแก้วดูเหมือนจะไกลกันเสียด้วยสิ ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ระดับกลางเกือบรั้งท้ายตั้งแต่มอหนึ่งถึงมอสามหรอก

แต่ไม่แน่ใจว่าถ้าขึ้นมอปลายทุกอย่างอาจเปลี่ยนไปก็ได้...

“จะไหวเหรอวะ เกรดแกมันค่อนข้าง...ร่อแร่อยู่นะ” เจ้าตัวก็รู้ดีในเรื่องนี้แต่เมื่อคิดว่าหากไม่ได้เจอกับคีรินหลายปีเหมือนชีวิตเธอจะห่อเหี่ยวลง ตัดสินใจในตอนนั้นพร้อมสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ไม่กลัวอุปสรรคขวางกั้นเลยสักนิด

ถึงมันจะยากมากแค่ไหนก็ตาม

“จะพยายาม ไม่มีอะไรเกินความสามารถของดาราแก้วหรอกน่า ขอแค่พวกแกช่วยฉันแล้วจะตอบแทนเป็นมื้อเที่ยงทุกวันเลยดีไหม” ทุกคนทำตาโตแล้วตอบเป็นเสียงเดียวกันอย่างรวดเร็ว อาหารเที่ยงที่ดาราแก้วห่อมาจากบ้านอร่อยหมดทุกอย่าง จนบางครั้งขอกินกับเธอจนหมดด้วยซ้ำ ทำให้คุณขวัญทิวาต้องเพิ่มปริมาณอาหารให้ลูกสาวเผื่อเพื่อนของเธอด้วย

“ตกลง!”

“สู้กันสักตั้ง” พวกเธอกอดคอกันทันทีแล้วตะโกนเสียงดัง

“ลุย!” ภารกิจช่วยเหลือดาราแก้วให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เธอไม่คิดมาก่อนด้วยซ้ำว่าตนเองจะต้องอ่านหนังสือเรียนแทนหนังสือนิยาย แต่ก็พยายามกวดขันตัวเองในระยะเวลาสามปีเพื่อให้สอบเข้าสถาบันอุดมศึกษาเดียวกับคีรินให้ได้

กระทั่งถึงวันที่ผลออกทุกคนในครอบครัวต่างเข้ามาล้อมรอบหน้าจอโน้ตบุ๊คเพื่อรอลุ้นผล เพราะหญิงสาวตื่นเต้นเกินกว่าจะกดดูผลได้ด้วยตัวเอง

“ผลออกยังแม่” เธอนั่งอยู่ด้านหลังของคุณขวัญทิวาโดยมีพ่อและน้องชายยืนลุ้นเช่นเดียวกัน

“เดี๋ยวสิ แม่กำลังเข้าดูให้อยู่เนี่ย” เข้ารหัสสอบของลูกสาวแต่เหมือนเว็บจะล่มทำให้ไม่อาจเข้าดูได้ในทันที จึงเปลี่ยนมาเลื่อนดูรายชื่อเพราะนางก็ตื่นเต้นจนไม่สามารถทนรอไหว

“ทำไมช้านักล่ะแม่” จากตอนแรกไม่กล้ายื่นหน้าออกมาดูต้องรีบถามทันที

“กำลังเปิด” ไล่สายตาเพื่อดูรายชื่อ ขณะที่เจ้าตัวยังคงหลับตาสนิทไม่กล้าจะโผล่หน้าออกมาดูชื่อของตัวเองด้วยซ้ำ

“ได้ไหมแม่” คุณชานนท์ถามภรรยาเพราะลุ้นเหมือนกัน

“อันดับที่สิบสามนางสาวดาราแก้ว...ติด ลูกสอบติด” ไล่อ่านรายชื่อพร้อมกับรอยยิ้มที่ยกขึ้นจนกลายเป็นยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เจ้าของชื่อกระโดดกอดน้องชายทันทีด้วยความดีใจ ความพยายามตลอดสามปีที่ผ่านมาสัมฤทธิ์ผลแล้ว

“กรี๊ด! ติดแล้ว หนูสอบติดแล้ว!!”

เธอกำลังจะได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับชายในฝันของตนแล้ว!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel