บท
ตั้งค่า

๑ ดอกฟ้าไม่โน้มมา ก็จะปีนขึ้นไปเอง (๔)

มีเพียงตนที่ยังคงดื้อดึงจะคุยกับเขาเหมือนเดิม อุตส่าห์ได้มาหาถึงที่ก็ไม่อยากปล่อยโอกาสให้หลุดมือไป ยิ่งถ้ามีคุณป้าพิสมัยร่วมวงด้วยก็คจะดี เธอเป็นหลานคนโปรดของแม่ชายหนุ่มเลยนี่น่า ถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้หล่อนสามารถเข้านอกออกในบ้านหลังนี้ได้

“แต่เราเพิ่งอยู่มอสามเองนะ ทำไมต้องรีบด้วยยังมีเวลาเหลืออีกเยอะแยะ”

“คนเราก็ต้องวางแผนเอาไว้ระยะยาวเพื่อไม่ให้มีเรื่องผิดพลาด เธอไม่คิดวางแผนอนาคตของตัวเองบ้างหรือไง” เหมือนจะเริ่มรำคาญกับคำถามของดาราแก้วจึงเป็นฝ่ายถามกลับบ้าง แล้วดูเหมือนว่าจะเข้าทางคนตัวเล็กกว่าเพราะได้โอกาสจ้องหน้าเขาไม่วางตา ยิ้มกริ่มมีความสุขค่อยยื่นหน้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม แม้จะไม่ใกล้มากเนื่องจากกลัวว่าตัวเองจะเขินก็ตาม

“วางไว้สิ...การเป็นเจ้าสาวของนายคือแผนในอนาคตเราเอง” ความชัดเจนของเธอแสดงออกผ่านการกระทำและคำพูดเสมอ เมื่อพูดจบก็หน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย ขยับออกห่างเขาพร้อมหยิบหมอนมาปิดหน้าตัวเองเอาไว้ ก่อนชะงักเมื่อเจอประโยคที่ทำลายบรรยากาศความหวานทั้งหมดลงอย่างง่ายดาย

“เราไม่อยากมีเมียโง่” เขามองหน้าเธอพร้อมย้ำเสียงชัด เธอหน้าเสียเล็กน้อยก่อนเรียกกำลังใจของตัวเองกลับมาอีกครั้ง ยิ้มหชให้ชายหนุ่มพร้อมอวดว่าตัวเองก็อ่านหนังสือไม่ได้นอนว่างเสียหน่อย

“แต่เราฉลาดนะ อ่านหนังสือเร็วมากจบวันล่ะสองเล่มเลยด้วยซ้ำ”

“หนังสืออะไร” ไม่ค่อยเชื่อกับคำพูดของร่างบางจึงถามกลับ หล่อนกระแอมเล็กน้อยในลำคอพร้อมผินมองทางอื่น ไม่ค่อยอยากตอบเท่าไหร่ว่าตนเองอ่านหนังสือนิยาย แต่เมื่อเขาถามก็ไม่อยากเสียหน้าเพราะพูดไปแล้ว

ขอดูฉลาดในสายตาของชายหนุ่มหน่อยแล้วกัน แม้ว่ามันจะไม่ใช่ความจริงก็ตาม เธอยังคงต้องทำทุกอย่างเพื่อดูดีในสายตาเขา

ชอบคีรินแล้วนี่น่า อะไรที่ทำให้อีกฝ่ายมองเธอดีขึ้นมาบ้างก็อยากทำทั้งหมดนั่นแหละ

“หนังสือชีวประวัติของบุคคลตัวอย่างไง...ได้รับรู้เรื่องราวเพื่อเป็นแรงบัลดาลใจ อ่านแล้วสนุกจะตาย” ไม่ทันที่เขาจะสอบถามมากกว่านั้น คุณพิสมัยก็เดินเข้ามาในบ้านเสียก่อน ท่านเพิ่งกลับจากไปทำผมที่ตลาดแล้วเห็นรถจักรยานที่จอดด้านหน้าก็ทราบทันทีว่าเป็นของใคร ไม่รอช้ารีบเข้ามาทักทายหลานสาวสุดที่รัก

“น้องแก้วมานานหรือยังลูก” คำเรียกบ่งบอกถึงความเอ็นดู เธอเห็นอย่างนั้นก็รีบยกมือไหว้คุณป้าทันที แม้จะยังไม่ได้ใจคนลูกแต่ก็เอาชนะใจแม่ของเขาได้แล้ว ดูก็รู้ว่าได้รับความเอ็นดูจากท่านมากแค่ไหน ตำแหน่งสะใภ้เพียงคนเดียวของศิริภิญโญคงไม่พ้นเธอหรอก

“สักพักแล้วค่ะป้าพิ แม่ให้เอากับข้าวมาให้ป้าพิเลยอยู่คุยกับคีรินค่ะ คีรินคุยสนุกดีหนูชอบ” รีบประจบท่านอย่างรวดเร็วพร้อมหันไปมองร่างสูงที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ ถือหนังสือเอาไว้เหมือนเดิมแล้วก้มอ่านไม่ได้สนใจคนทั้งสอง

เหมือนว่าเสียงของเธอจะรบกวนสมาธิเขาเกินไปแต่มีหรือที่หญิงสาวจะสนใจ ยังคงมีความสุขในการได้มองดวงหน้าหล่อ วาดฝันถึงวันวิวาห์ที่เราได้ร่วมหอลงโรง แค่คิดก็เรียกรอยยิ้มให้กันได้ไม่ยาก เธอหวังใจไว้ว่าวันนั้นจะมาถึงโดยเร็ว

แม้ตอนนี้ตนจะอยู่มอสามก็ตาม...

“คีรินน่ะเหรอคุยสนุก” ถามเหมือนไม่เชื่อและมั่นใจว่าไม่เป็นความจริง เธอจึงพยักหน้าเพื่อเป็นการยืนยัน ยังคงทำหน้าซื่อตาใสเช่นเดิม

“ค่ะ”

“งั้นก็คุยกันไปเลยนะ” คุณพิสมัยเลือกจะปล่อยให้ทั้งสองคุยกันแต่ร่างสูงใช้โอกาสนี้เพื่อหลีกหนีจากหล่อน หยิบหนังสือทั้งหมดมาถือเอาไว้แล้วเดินขึ้นห้องเพื่อเป็นการตัดโอกาสที่จะได้อยู่ตามลำพังกับดาราแก้ว จนเธอแทบถลาตามไปแต่ก็ต้องนั่งลงที่เดิม

“ผมจะไปอ่านหนังสือบนห้องแล้ว”

“ไป...ง่า ทำไมรีบไปนักล่ะ”

อุตส่าห์ได้มีโอกาสอยู่กับเขาแล้วเชียว ชายหนุ่มไม่น่ารีบขึ้นบนห้องเลย...

“รายนั้นชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ ป้าก็บอกให้เพลาลงบ้างแต่เหมือนว่าถ้าไม่ได้อ่านเขาจะนอนไม่หลับ...มายังไงเหรอลูก” ชวนคุยเป็นเรื่องปกติแล้วยิ้มให้คนที่ทำหน้าหงอย พยายามจะปลุกความสดใสของเธอกลับคืนมาให้ได้ ซึ่งหญิงสาวก็กลับมายิ้มอีกครั้งพร้อมบอกลากับเจ้าของบ้านเมื่อเห็นว่าตัวเองมานานจนเกินไป

“ปั่นจักรยานมาค่ะ หนูกลับก่อนนะคะ” ยกมือไหว้ท่านซึ่งคุณพิสมัยก็ไม่ได้รั้งเอาไว้ เลือกจะเดินไปส่งหลานสาวถึงหน้าบ้าน

“จ้า ฝากขอบใจแม่ด้วยนะ”

“ค่ะป้าพิ” โบกมือลาแล้วปั่นจักรยานกลับบ้าน ยิ้มสดใสเมื่อคิดว่าวันนี้ได้พบคนในดวงใจ

เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel