บท
ตั้งค่า

๑ ดอกฟ้าไม่โน้มมา ก็จะปีนขึ้นไปเอง (๑)

ดอกฟ้าไม่โน้มมา

ก็จะปีนขึ้นไปเอง

วันหยุดที่รอคอยมาถึงทำให้คนที่ต้องตื่นเช้าไปเรียนสามารถตื่นสายได้ แต่กระนั้นร่างกายก็ชินกับเวลาไปแล้วจึงตื่นโดยอัตโนมัติเพียงแต่ยังคงสนุกในการนอนเล่นอยู่บนเตียงไม่ได้ออกไปข้างนอกทันที เอื้อมไปหยิบหนังสือที่วางไว้บนหัวเตียงมาอ่านต่อ เมื่อคืนคิดว่าจะอ่านให้จบก็ง่วงเสียก่อนจึงต้องเข้าเฝ้าพระอินทร์ทันที

อากาศยามเช้าเย็นสบายไม่ต้องเปิดพัดลมด้วยซ้ำ หน้าหนาวมาเยือนทำให้สนุกในการแต่งกาย หยิบเสื้อแขนยาวมาใส่ไปโรงเรียนไม่ซ้ำกันสักวันจนพ่อบ่นเพราะสงสารภรรยาตัวเองต้องซักเสื้อผ้าให้ลูก เธอจึงต้องทำเองทั้งหมดโดยไม่สามารถอิดออดได้

ความจริงก็กวาดบ้านถูบ้านซักผ้าเองอยู่แล้ว เพียงแต่ช่วงหลังมานี้มารดาอยากให้เอาเวลาไปอ่านหนังสือเตรียมสอบจึงทำให้เอง พอพ้นช่วงสอบก็ติดบริการลูกสาวไปแล้วจนโดนคนเป็นสามีสั่งให้พอ ดาราแก้วจึงต้องกลับมาทำเองทั้งหมด ซึ่งหล่อนก็ไม่ได้เดือดร้อนเลยสักนิดเพราะทำจนชินไปแล้ว เพียงแค่ช่วงมองตะกร้าซักผ้าแล้วมีความรู้สึกเหนื่อยผสมกับขี้เกียจเท่านั้นเอง

แต่สุดท้ายก็ต้องยอมทำโดยดี...

“แก้ว ทำอะไรอยู่เหรอ” เสียงเคาะประตูห้องทำให้ต้องเดินไปเปิดแล้วกลับมาซุกตัวใต้ผ้าห่มเหมือนเดิม หยิบหนังสือมาอ่านมีความสุขในเช้าวันหยุดที่ลมพัดเข้ามาทางหน้าต่างหอบความเย็นต้องผิวนวล กลิ่นดอกมะลิที่ปลูกไว้ใกล้ห้องของตนโชยมาเช่นเดียวกัน แล้วแบบนี้ใครจะอยากออกจากห้องของตัวเอง

มีความสุขในการนอนเป็นอย่างมาก อยากฝังตัวเองไว้บนเตียงนุ่มทั้งวันแม้ความจริงจะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม

คุณขวัญทิวาเดินเข้ามาในห้องของลูกสาวที่เก็บเป็นระเบียบไม่ค่อยปล่อยให้สกปรกเหมือนลูกชาย หนังสือเรียนวางไว้บนโต๊ะเป็นระเบียบไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าของห้องเท่าไหร่ ขณะที่หนังสือซึ่งวางไว้บนชั้นวางข้างหัวเตียงกลับได้รับความนิยมมากกว่า

“หนูกำลังอ่านหนังสือ...” นอนคว่ำหน้าแล้วอ่านเรื่องราวแสนสนุกต่อ คนเป็นแม่เห็นอย่างนั้นก็แอบอมยิ้มรู้ทัน

“หนังสืออะไร”

“ก็หนังสือที่มีตัวอักษรไงแม่ ได้รับความรู้เต็มเปี่ยมโดยไม่ต้องพึ่งคุณครูเลยด้วยซ้ำ เป็นการเรียนรู้โดยประสบการณ์...” ตอบเฉไฉไม่ได้บอกความจริงในตอนแรก อย่างไรมารดาก็ต้องทราบอยู่แล้วว่าคนอย่างดาราแก้วไม่ค่อยสนใจหนังสือเรียนเท่าไหร่

อ่านไปก็ทำให้ง่วงไม่ค่อยสนุกเหมือนนิยายเลยสักนิด ถ้าไม่ใช่ช่วงสอบหรือต้องทำการบ้านก็คงไม่แตะหรอก ไม่รู้เมื่อไหร่จะเรียนจบสักทีจะได้พ้นจากกองหนังสือมากมายที่เป็นความรู้แต่สมองเธอเหมือนจะไม่รับมัน

“อ่านนิยาย” คนเป็นแม่พูดอย่างรู้ทัน เธอจึงหันมายิ้มแหยะแล้วปิดหนังสือไม่ลืมคั่นหน้าที่อ่านเอาไว้ นั่งขัดสมาธิบนเตียงแล้วจับมือแม่ให้นั่งลงบนเตียงเช่นเดียวกันแต่นางขืนตัวเอาไว้ไม่อยากนั่งเนื่องจากอยู่หน้าเตามาเป็นชั่วโมงแล้วกลัวว่าผ้าปูกับผ้าห่มสีขาวลายดอกไม้ของดาราแก้วจะเปื้อน

“ก็...มันสนุกอ่ะ หนูอ่านใกล้จบแล้วเหลืออีกไม่กี่หน้าเอง ขออ่านต่อหน่อยนะอีกนิดเดียวแล้วสัญญาเลยว่าจะทำทุกอย่างที่แม่สั่งไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ขอร้องนะแม่ให้หนูอ่านต่อเถอะนะ” ทำหน้าอ้อนอย่างที่ปกติทำจนแม่ใจอ่อน ไม่เคยต้านทานลูกสาวคนโตได้เลยสักครั้ง ยิ้มด้วยความเอ็นดูก่อนพยักหน้าทำตามความต้องการของดาราแก้ว

“อ่านจบแล้วเข้ามาช่วยแม่ในครัวด้วย” เข้าไปบอกลูกชายแล้วให้ช่วยงานในครัวแต่ชินดนัยก็อ่านหนังสือจนดึกจึงขอว่าจะช่วยซักผ้าแทนทำอาหารจึงต้องยอมปล่อยไป ค่อยมาตามลูกสาวในห้องเพราะต้องการลูกมือสักคน

ส่วนสามีตัดออกไปได้เลย ดูท่าจะป่วนครัวมากกว่าเข้าไปช่วย

“รับทราบค่ะ!” ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเช่นนั้น

เธอนอนอ่านนิยายจนจบในเวลาไม่กี่นาที ค่อยลุกไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วเข้าครัวเพื่อช่วยแม่ทำอาหาร กลิ่นหอมโชยมาจนท้องเริ่มร้องประท้วงด้วยความหิว ดูจากวัตถุดิบที่เตรียมคิดว่าน่าจะทำหลายเมนูเลย มารดาเปลี่ยนจากขายอาหารช่วงเช้าเป็นขายตอนเย็นแทน แล้วให้เธอช่วยเฝ้าเขียงหมูที่ตลาดเพราะดาราแก้วขายหมูช่วยแม่มาแต่เด็กจนกลายเป็นทำได้หมดทุกอย่าง

เห็นตัวเล็กแบบนี้แต่ก็ช่วยงานครอบครัวมาตลอด ไม่ว่าจะงานของแม่หรือของพ่อก็ผ่านมือหล่อนมาทั้งนั้น

“แม่ทำอะไรกินเหรอ” ถึงจะมองวัตถุดิบก็ยังไม่สามารถคาดเดาได้ จึงถามท่านเพื่อความแน่ใจว่าตัวเองควรทำอย่างไร

“แกงไก่ใส่หน่อไม้ส้ม หมกหมูใส่ปลีกล้วยแล้วก็ทอดหมูสามชั้นกับทอดมันปลากราย” อาหารที่เอ่ยมาหล่อนชอบกินทั้งนั้นจึงยิ้มกว้างมีความสุข ของกินกับดาราแก้วมักมาคู่กันเสมอ ถ้าวันใดแม่ไม่ว่างก็สามารถเข้าครัวแทนได้สบายมาก แม้ว่าตัวเองจะเป็นเพียงเด็กมอต้นที่สูงหนึ่งร้อยหกสิบสามเซนติเมตรก็ตาม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel