บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 - 2

“ไว้เมยจะไปเยี่ยมที่บ้านนะคะ เดินทางปลอดภัยค่ะ” เธอยืนโบกมือจนรถของพิมลรัตน์ ค่อยจะหันหลังกลับเข้าร้าน ที่ตอนนี้เริ่มมีลูกค้าเข้าร้าน

ด้าน กรวิชญ์

ภายในห้องทำงานชั้นสูงสุดของตึกกระจกขนาดใหญ่ เงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงปลายปากกาที่ลากผ่านกระดาษอย่างต่อเนื่อง ชายหนุ่มในสูทเข้ารูปสีดำสนิทนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คขนาดใหญ่ ใบหน้าคมสันของเขาฉายแววเคร่งขรึม ขณะสายตาคมกริบจดจ่ออยู่กับเอกสารกองโตตรงหน้า

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นในความเงียบ มือหนาที่กำลังเซ็นเอกสารหยุดชะงักทันที เขาหันไปมองทางประตูก่อนจะเอ่ยปากให้คนหลังประตูเข้ามา

“เชิญครับ” หลังชายหนุ่มพูดจบประตูบานใหญ่ก็เปิดออกอย่างช้า ก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มที่มีแต่ความรักอยู่ในนั้น

“แม่ มาทำไมไม่บอกผมก่อน ผมจะได้ลงไปรับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นพรวดไปหาผู้เป็นแม่ทันที

“แม่อยากเซอร์ไพรส์ลูก…” ชายหนุ่มพาพิมลรัตน์ไปนั่งที่โซฟาตัวยาว

“นี่ เมยฝากขนมมาให้ลูกด้วยนะ ก่อนมาที่นี้แม่แวะไปที่ร้านของน้องมา” พิมลรัตน์หยิบถุงขนมส่งให้กับลูกชาย

“ครับ…แม่รีบกลับบ้านไหมครับ” ชายหนุ่มรับถุงขนมจากผู้เป็นแม่ก่อนจะวางมันลงที่เดิม เขาไม่คิดที่จะเปิดดูมันเลย เขาไม่สนใจสิ่งที่เธอฝากมาเลยแม้แต่น้อย

พิมลรัตน์มองการกระทำของลูกก็ได้แต่เห็นใจลูกสะใภ้ที่ต้องรับความเย็นชาของลูกชาย

“ไม่จ้ะ ลูกมีอะไรรึเปล่า“ พิมลรัตน์เอ่ยถามลูกชายเด้วยความสงสัย

”ผมอยากินข้าวเที่ยงกับแม่นะครับ“ ชายหนุ่มตอบไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

”ได้สิ แม่ก็อยากอยู่ทานข้าวกับลูกเหมือนกัน“

”ครับ แม่อยากไปทานที่ร้านหรือที่นี้ดีครับ ผมจะได้ให้เลขาจัดการให้“

“ที่ร้านก็ได้ พาเมยไปทานข้าวกับเราด้วยดีไหมลูก” ชายหหนุ่มที่ได้ยินแบบนั้นก็เกิดอาการไม่พอใจขึ้นมาทันที เธอที่เห็นลูกชายเงียบไม่พูดอะไรแต่สีหน้าของลูกชายได้บอกเธอไปหมดแล้วว่าไม่อยากให้ภรรยาไปด้วย

“ถ้าลูกไม่สะดวกพาหนูเมยไปด้วย เราไปกันสองคนก็ได้…” ชายหนุ่มมองเธอไม่พูดอะไรออกมาก่อนจะลุกขึ้นไปที่ทำงานต่อ พิมลรัตน์มองตามหลังชายหนุ่มได้แต่คิดสงสารหญิงสาว

‘เมื่อไหร่ลูกจะเลิกเย็นชากับเมียสักทีนะ’ เธอไม่อยากให้ลูกชายต้องมาเสียคนดีๆ แบบอลิษาไป สามปีแล้วลูกชายเธอก็ยังอคติไม่เลิกสักที เธอไม่รู้ว่าอลิษาจะทนกับความเย็นชาของลูกชายเธอได้อีกนานแค่ไหนกัน เธอได้แต่ภาวนาให้ความจริงปรากฏโดยเร็ว

หลังจากที่ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องทำงานอยู่พักใหญ่ เสียงของเข็มนาฬิกายังคงดังแผ่วเบาเคียงคู่กับเสียงลมหายใจของคนทั้งสอง จนในที่สุด น้ำเสียงอบอุ่นแต่แฝงความหนักใจของผู้เป็นแม่ก็ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมที่ปกคลุม

“ตากรณ์… แม่ขอถามอะไรลูกหน่อยได้ไหม” ชายหนุ่มที่กำลังนั่งพิจารณาเอกสารตรงหน้าชะงักเล็กน้อย เขาวางปากกาลงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นแม่ แววตาเข้มคมสะท้อนแววสงสัยและระแวดระวังเล็กน้อย

“อะไรครับ” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่ไม่อาจซ่อนความตึงเครียดไว้ได้

พิมลรัตน์สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมความกล้าก่อนจะถามคำถามที่ติดอยู่ในใจมานาน “ลูกยังรักปริมอยู่ใช่ไหม… ลูกกับเธอยังติดต่อกันอยู่หรือเปล่า”

ความเงียบกลับมาอีกครั้ง หนักหน่วงยิ่งกว่าก่อนหน้า ตากรณ์นิ่งไปชั่วครู่ แววตาไหววูบเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แผ่วเบา

“ครับ… ผมยังรักปริม” เขาพูดช้าๆ ราวกับทุกถ้อยคำกำลังบาดลึกลงกลางใจ “แต่เธอไปต่างประเทศตั้งแต่รู้ว่าผมกำลังจะแต่งงานแล้ว เราไม่ได้ติดต่อกันเลยครับ” พิมลรัตน์พยักหน้าเบาๆ ไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา ทว่าภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ตีวนอยู่ เธอจำหญิงสาวคนนั้นได้ดี ปริม หญิงสาวที่ดูอ่อนหวาน เรียบร้อย และพูดจาไพเราะต่อหน้าผู้ใหญ่เสมอ หากแต่แววตาของเธอกลับไม่เคยหลบซ่อนความทะเยอทะยานไว้ได้เลย

เธอรู้ดี… ปริมไม่ได้รักลูกชายของเธอจริงๆ สิ่งที่หญิงสาวต้องการไม่ใช่ความรัก แต่คือ “ชื่อเสียง” และ “อำนาจ” ที่จะตามมาหากได้อยู่เคียงข้างเขา

พิมลรัตน์ยังจำได้ดีถึงสายตาเย็นเฉียบของปริมในวันที่ลูกชายไม่อยู่แววตาที่เต็มไปด้วยการคำนวณและความหยิ่งยโส เธอไม่เคยเห็นความอบอุ่นหรือความจริงใจในแววตาคู่นั้นเลย มีเพียงความทะเยอทะยานที่แฝงไว้ภายใต้รอยยิ้มแสนหวาน

“ตากรณ์ ลูกไม่รักหนูเมยสักนิดเหรอลูก น้องดีกับลูกเสมอ อย่าใจร้ายกับน้องนักเลย”

“ไม่ ผมไม่มีทางรักเธอ แม่ก็รู้ว่าเพราะอะไร” ชายหนุ่มตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไร

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel