ตอนที่ 4 ผลของความใจง่าย
ตอนที่ 4
ผลของความใจง่าย
5 เดือนผ่านไป
“คุณกวินทร์ส่งคนไปทำร้านค้าให้แม่ใช่ไหมคะ”
น้ำขิงถามทันทีหลังจากที่ประตูปิดลงเพราะเธอได้รับโทรศัพท์จากมารดาว่าทางบริษัทของเธอส่งช่างมาต่อเติมร้านค้าให้พร้อมกับมอบเงินจำนวนหนึ่งให้นำสินค้าเข้ามาขายในร้านเพิ่ม
“ก็ใช่มันเป็นสวัสดิการของทางบริษัทไม่เห็นคุณต้องถามอะไรมากเลย”
กวินทร์เอาบริษัทขึ้นมาอ้างเพราะเขาไม่อยากให้หญิงสาวรู้ว่าเขาเองทั้งสนใจและเป็นห่วงครอบครัวของเธอ
“แปลกนะคะบริษัทสนใจแต่กับครอบครัวของน้ำขิงไม่เห็นสนใจครอบครัวพนักงานคนอื่นบ้าง”
หญิงสาวสองมือกอดอกเธอไม่อยากให้กวินทร์ทำดีไปกว่านี้เพราะถ้าสักวันหนึ่งเธอคิดจะไปจากเขาคำว่าบุญคุณมันจะเหนี่ยวรั้งเธอไว้
“วันนี้กินอะไรกันดีผมให้คุณเลือกวันนึง”
น้ำขิงจากตอนแรกที่ทำท่าไม่อยากจะพูดจะตอบอะไรแต่พอชายหนูพูดถึงของกินภาพอาหารที่เธออยากกินก็ฉายขึ้นมามันเป็นความยากระดับที่มากจนเธอเองก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้
“กินส้มตำดีกว่าค่ะอยู่ดีๆก็อยากกินซุปหน่อไม้ขึ้นมา”
ชายหนุ่มเลี้ยวรถไปทางร้านส้มตำร้านเด็ดที่เขาพอรู้ว่าแถวนี้มีร้านไหนอร่อยเพราะสืบจากพนักงานในบริษัท
ท่านประธานนั่งแอบมองสาวน้อยตรงหน้าที่กินซุปหน่อไม้ถึง 2 จานทั้งที่เขาแทบจะไม่ได้กินสักคำด้วยความรู้สึกที่แปลกใจ
“เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมถึงได้กินเยอะแบบนั้นเอาไปเก็บไว้ที่กระเพาะไหนตัวเธอก็เล็กๆ 2 จานหมดแล้วเนี่ยจะสั่งต่อไหมล่ะ”
น้ำขิงทำท่ายิ้มเขินแต่เธอก็พยักหน้าขอกินอีกจานและใส่ถุงกลับบ้านด้วยหญิงสาวไม่รู้เหมือนกันว่าช่วงนี้เธอเป็นอะไรเวลาที่อยากกินอะไรก็จะกินเยอะมากเป็นพิเศษ
“คุณกวินทร์ฉีดอะไรคะ”
หญิงสาวหันมาถามเมื่อเห็นท่านประธานกำลังฉีดสเปรย์ปรับอากาศไปที่ห้องนอนของเธอเพราะกลิ่นมันทำให้น้ำขิงถึงกลับต้องรีบวิ่งมาอาเจียนข้างนอก
“ผมว่ามันไม่ปกติแล้วไปหาหมอดีกว่า”
น้ำขิงทำท่าจะขัดขืนเพราะเธอคิดว่าอาการที่เกิดขึ้นมันไม่ได้มากมายถึงขั้นต้องไปหาหมอมันอาจจะเป็นเพราะเธอพักผ่อนไม่เพียงพอก็ได้เพราะช่วงนี้ท่านประธานมานอนกับเธอทุกคืนกว่าที่เขาจะกลับไปก็เกือบตีสอง เธอเองกว่าจะได้หลับก็ต่ามนั่นแหละแล้วก็ต้องตื่นไปทำงานในช่วงเช้าอีก
“คุณตั้งครรภ์ได้ 5 สัปดาห์แล้วค่ะ”
คำตอบของคุณหมอทำเอาทั้งน้ำขิงและกวินทร์ต่างสบตากันทั้งคู่ไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่ได้ยิน
“ยาบำรุงกับยาแก้แพ้ท้องนะคะช่วงนี้อยากให้คุณแม่ระมัดระวังตัวเวลาเดินเหินหน่อยเพราะจากที่คุณหมอตรวจดูคุณแม่มดลูกค่อนข้างต่ำกลัวลูกจะได้รับการกระทบกระเทือนได้ง่าย”
กวินทร์ต้องทำหน้าที่รับยาจากคุณหมอแทนเพราะตอนนี้ น้ำขิงเหมือนคนหูอื้อตาลายเธอทำอะไรไม่ถูก
“ฉัน....ขอโทษที่ไม่ได้ป้องกัน”
ประตูรถปิดลงหญิงสาวพูดได้เพียงเท่านี้จริงๆเพราะคิดว่ากวินทร์คงรู้สึกไม่พอใจที่เธอปล่อยตัวให้ท้องหรืออาจจะคิดยาวเกินไปถึงขั้นที่ว่าเธอต้องการจะจับเขา
“หน้าที่ป้องกันเป็นหน้าที่ของผมไม่ใช่หน้าที่ของคุณ”
กวินทร์รู้สึกอย่างที่พูดจริงๆเขาไม่เคยโทษว่าเป็นความผิดของหญิงสาว เขาเองต่างหากที่เลือกไม่ป้องกันกับเธอกับผู้หญิงคนอื่นเขาใส่ถุงยางอนามัยตลอดแต่สำหรับน้ำขิงเขารู้สึกและมั่นใจว่าเธอเป็นของเขาคนเดียว
“คุณจะไม่บอกให้ฉันไปเอาเด็กออกใช่ไหมคะ”
หญิงสาวหันมองหน้าคนขับพร้อมด้วยน้ำตาอาบแก้มเธอไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกกลัวแบบนี้อาจจะเป็นเพราะว่าเธอไม่ใช่ภรรยาไม่ใช่เมียของเขาเป็นเพียงแค่ผู้หญิงชั่วคราวเขาคงไม่ต้องการที่จะมีสัมพันธ์ทางสายเลือดให้แยกออกจากกันไม่ได้แบบนี้
“ถึงผมจะเป็นคนเจ้าชู้เห็นแก่ตัวแต่ในท้องก็ลูกของผม เดี๋ยวเราค่อยมาคิดกันดีกว่าว่าจะหาทางออกกับเรื่องนี้ยังไง”
กวินทร์รู้แค่เพียงว่าตอนนี้เขาจะรับผิดชอบเด็กที่เกิดมาจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดเพราะคือลูกของเขาแต่เขาจะไม่มีทางที่จะมีเมียหรือมีครอบครัวให้ใครรู้ เขากำลังตกลงกับตัวเองว่าอะไรคือเส้นทางที่ดีที่สุดสำหรับเขา
“ร้องไห้ทำไม ผมเห็นคุณร้องไห้มาตลอดเลยนะเสียใจที่ท้องกับผมอย่างนั้นหรือ”
กวินทร์เริ่มรู้สึกไม่พอใจที่เห็นน้ำขิงเอาแต่ร้องไห้ มันทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เธอเสียใจความจริงแล้วคือเธอไม่ต้องการจะมีลูกกับคนอย่างเขา
“ขิงไม่ได้เสียใจที่ท้องแต่เสียใจที่ไม่สามารถจะมีครอบครัวที่อบอุ่นให้กับลูกได้ ในเมื่อเป็นได้แค่เมียเก็บของคุณแบบนี้ลูกก็ต้องเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ครบเกิดมาแบบหลบๆซ่อนๆถ้าจะมีใครผิดก็คงจะเป็นตัวขิงที่ใจง่าย คุณกลับไปเถอะค่ะเวลานี้ฉันอยากอยู่คนเดียว”
“ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณอยากได้ครอบครัวไปเพื่ออะไรแต่สำหรับผมเด็กคนนี้คือลูกแล้วผมจะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด หวังว่าการอยู่คนเดียวของคุณจะช่วยทำให้คุณคิดได้ว่าโลกใบนี้มันไม่ได้สวยงามเหมือนอย่างที่คุณวาดฝัน บางทีคำว่าครอบครัวมันก็น่ากลัวมากกว่าจะอบอุ่น
