บทที่ 5 หน้าที่ที่ไม่ได้ร้องขอ
บทที่ 5
เช้าวันแรกของการเป็นสะใภ้ในบ้านหลังใหญ่ เริ่มต้นด้วยความเงียบเชียบและบรรยากาศที่แสนอึดอัด บัวตื่นขึ้นมาก่อนแสงอาทิตย์จะสาดส่อง ร่างกายที่ขดคู้อยู่บนโซฟามาทั้งคืนประท้วงด้วยความปวดเมื่อย เธอจัดการเก็บหมอนและผ้าห่มให้เรียบร้อย ก่อนจะหันไปมองคนที่นอนอยู่บนเตียงกว้าง โปรดยังคงหลับสนิท ใบหน้ายามหลับใหลที่เคยดูอบอุ่นในความทรงจำวัยเด็ก บัดนี้กลับดูห่างเหินจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปสัมผัส
บัวรีบอาบน้ำแต่งตัวในชุดสุภาพเพื่อลงไปเตรียมอาหารเช้า อย่างน้อยเธอก็อยากทำหน้าที่ ‘ผู้อาศัย’ ที่ดี เพื่อไม่ให้คุณย่าต้องลำบากใจ
ในห้องครัว
กลิ่นหอมของข้าวต้มกุ้งและกาแฟสดอบอวลไปทั่วห้องอาหาร คุณวนิดานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่านยิ้มรับเมื่อเห็นบัวเดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร
“นอนหลับสบายไหมลูก บัว” สายตาเปี่ยมเมตตาสำรวจใบหน้าหลานสะใภ้
“สบายดีค่ะคุณย่า” บัวปั้นคำโกหกอย่างแนบเนียน พร้อมกับวางชามข้าวต้มลงตรงหน้าท่าน
“แล้วตาโปรดล่ะ ยังไม่ลงมาอีกเหรอ”
ยังไม่ทันที่บัวจะอ้าปากตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดิน โปรดเดินเข้ามาในชุดสูทเต็มยศ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไร้ร่องรอยความอ่อนเพลีย เขาเดินผ่านบัวไปเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ ก่อนจะนั่งลงที่หัวโต๊ะ
“ทานข้าวต้มก่อนสิลูก บัวอุตส่าห์เข้าครัวทำเองแต่เช้า” คุณวนิดาเอ่ยปรามเบาๆ เมื่อเห็นหลานชายหยิบเพียงกาแฟขึ้นมาจิบ
โปรดปรายตามองชามข้าวต้มที่วางอยู่ตรงหน้าเพียงครู่เดียว ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างเย็นชา
“ผมไม่หิวครับย่า วันหลังไม่ต้องลำบาก...เพราะผมก็ไม่ได้ร้องขอ”
ประโยคที่บอกว่า “ไม่ได้ร้องขอ” แม้จะฟังดูเรียบเฉย แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในใจของบัวยิ่งกว่าคำด่าทอ มือบางที่กำลังรินน้ำสั่นน้อยๆ จนเธอต้องรีบวางเหยือกลง แล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างคุณย่า บัวก้มหน้าลงนิ่ง ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองสบตาคนเป็นสามีแม้แต่นิดเดียว เพราะกลัวว่าเขาจะเห็นหยาดน้ำตาที่เริ่มคลอหน่วยจนยากจะห้ามไหว
“โปรด... พูดให้มันดีๆ หน่อย บัวเขาก็เป็นเมียแกนะ” คุณวนิดาเอ่ยปรามด้วยน้ำเสียงหนักใจ เมื่อเห็นท่าทีห่างเหินของหลานชาย
“เมียที่ผมไม่เคยต้องการ... ย่าก็ทราบดีนี่ครับ” เขาวางแก้วกาแฟลงกระทบจานรองจนเกิดเสียงดัง แกรง ก่อนจะลุกขึ้นยืน “ผมไปทำงานล่ะ ส่วนเธอ...” เขาสั่งโดยไม่หันมามองบัว “เย็นนี้ไม่ต้องรอ เพราะฉันอาจจะไม่กลับ หรือถ้ากลับ... ก็คงดึกมาก อย่าเสนอหน้าลงมาวุ่นวาย”
เขาเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเจ็บช้ำที่ปักลึกลงในใจของคนฟัง บัวพยายามฝืนยิ้มให้คุณย่าที่กำลังมองมาด้วยความสงสาร
ช่วงค่ำ
เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่ห้าทุ่ม บัวยังคงนั่งอยู่ที่ม้านั่งในสวนหลังบ้าน เธอไม่อยากขึ้นไปเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าในห้องนอนนั้น แสงจันทร์นวลตาทำให้เธอนึกถึงอดีต... วันที่พี่โปรดเคยใจดีกว่านี้ วันที่เขาเคยลูบหัวเธอบอกว่า “เด็กดี” เมื่อครั้งที่เธอสอบได้ที่หนึ่ง
เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน บัวสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบเดินเข้าบ้านเพื่อจะเลี่ยงขึ้นชั้นบนตามที่เขาบอก แต่ทว่า... ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป กลิ่นเหล้าฉุนกึกก็พุ่งเข้าชนจมูก
“อ้าว... ยังไม่นอนอีกเหรอ ‘เมีย’ ที่แสนดี”
โปรดยืนโงนเงนอยู่ตรงโถงทางเดิน เนกไทถูกดึงจนคลายออก เสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ย ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ และที่ทำให้บัวใจสลายยิ่งกว่า คือรอยลิปสติกจางๆ ที่ติดอยู่บนปกเสื้อของเขา
“พี่โปรด... เมามากแล้วนะคะ ให้บัวช่วย...”
“อย่ามาแตะ” เขาปัดมือเธอออกอย่างแรงจนบัวเสียหลักไปชนกับขอบโต๊ะ “ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับชีวิตฉัน เธอฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง!”
“บัวแค่เห็นว่าพี่เมา...”
“ฉันเมาเพราะใครล่ะ ถ้าไม่ต้องมาติดแหง็กอยู่กับผู้หญิงจืดชืดอย่างเธอ ฉันคงไม่ต้องออกไปหาความสุขนอกบ้านแบบนี้” เขาตะคอกใส่หน้าเธอ สายตาที่เคยมองอย่างรังเกียจ บัดนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด “อยากทำหน้าที่เมียนักใช่ไหม อยากให้ฉันยกย่องเธอจนตัวสั่นเลยล่ะสิ”
เขาก้าวเข้ามาประชิดตัว บีบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่นจนบัวต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ปล่อยค่ะพี่โปรด พี่กำลังเมานะคะ”
“เมาแล้วไง ในเมื่อเธออยากได้ชื่อว่าเป็นเมียนัก... ฉันก็จะสอนให้รู้ว่า การเป็นเมียที่ฉันเกลียดมันต้องเจอกับอะไร”
โปรดกระชากร่างบางให้เดินตามเขาขึ้นบันไดไปอย่างไม่ปรานี บัวพยายามดิ้นรนแต่แรงของผู้หญิงตัวเล็กๆ หรือจะสู้แรงโทสะของชายหนุ่มที่ขาดสติได้ หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว นรกขุมใหม่ที่เธอเพิ่งก้าวเข้าไป... ดูเหมือนมันจะเริ่มแผดเผาเธอเร็วกว่าที่คิด
แรงกระชากมหาศาลฉุดร่างบางให้ถลาไปตามขั้นบันได บัวพยายามยื้อยุดจนข้อมือทั้งสองข้างเริ่มขึ้นรอยแดงช้ำ แต่โปรดในยามนี้ไร้ซึ่งความปรานี เขาเหวี่ยงเธอเข้าไปในห้องนอนใหญ่จนร่างของบัวถลาไปกองกับพื้นพรม
“พี่โปรด... อย่าทำแบบนี้เลยนะ บัวไหว้ล่ะค่ะ” บัวประนมมือขึ้นสั่นเทิ้ม ดวงตาเอ่อล้นด้วยความหวาดหวั่นเมื่อเห็นเขาเดินไปลงกลอนประตูห้องเสียงดัง แกร็ก
“ทำไม กลัวเหรอ” โปรดแค่นยิ้มร้ายพลางสะบัดเนกไททิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี “ตอนที่วางแผนให้ย่าบังคับฉันแต่งงานด้วย ไม่เห็นเก่งเหมือนตอนนี้เลยล่ะ”
เขาโน้มตัวลงมาหาบัวที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น มือหนาบีบปลายคางของเธอให้เชิดขึ้นบังคับให้สบตา “คนอย่างเธอ... ต่อให้พยายามทำตัวดีแค่ไหน หรือจะมีคำพูดอ่อนหวานเอาใจย่ายังไง มันก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้หรอกบัว ว่าเธอเป็นแค่ความผิดพลาดในชีวิตฉัน“
บัวสะอื้นจนตัวโยน ความเจ็บที่คางยังไม่เท่าความเจ็บที่ใจเมื่อเห็นสายตาชิงชังคู่นั้น “บัวไม่เคยอยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้... พี่โปรดปล่อยบัวไปเถอะนะคะ”
“ปล่อยงั้นเหรอ ในเมื่อชื่อเธอมันสลักอยู่ในทะเบียนสมรสของฉันแล้ว เธอก็ต้องทำหน้าที่ให้คุ้มกับที่ฉันเสียอิสระไปสิ”
เขาไม่ฟังคำทัดทาน โปรดรวบตัวบัวขึ้นมาแล้วเหวี่ยงลงบนเตียงกว้างอย่างแรง ร่างกายที่บอบช้ำอยู่แล้วจากการนอนโซฟาทำเอาบัวจุกจนพูดไม่ออก ก่อนที่เงาร่างสูงใหญ่ของเขาจะทาบทับลงมาปิดกั้นทางหนีทุกทาง
นรกขุมใหม่แผดเผาบัวจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ไร้ซึ่งความอ่อนโยน ไร้ซึ่งถ้อยคำปลอบประโลม มีเพียงบทลงโทษที่เขาหยิบยื่นให้เพื่อตอกย้ำสถานะ ‘เมียที่น่ารังเกียจ’ ของเธอเท่านั้น บัวทำได้เพียงหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลซึมไปกับที่นอน พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เขารู้ว่าเธอกำลังใจสลายเพียงใด
