บทที่ 2
สำนักงานกฎหมาย Whitmore & Associates ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของตึกกระจกใจกลางเมือง ชาติก่อนฉันไม่เคยก้าวเข้ามาที่นี่แม้แต่ครั้งเดียว กระทั่งเว็บไซต์ของสำนักงาน ฉันก็ไม่มีโอกาสได้เปิดดู
แต่ตอนนี้ฉันรู้จักพวกเขาแล้ว เพราะเอเลน วิทมอร์คือทนายที่เคยเป็นตัวแทนของอดีตหุ้นส่วนธุรกิจของเนธานในคดีหนึ่ง และทำให้เขาแพ้ยับจนสูญเงินไปถึงหกล้านดอลลาร์
เธอคือทนายเพียงคนเดียวในเมืองที่ทำให้ เนธาน ครอส รู้จักคำว่าหวาดกลัว
พนักงานต้อนรับกวาดตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อที่ใส่ซื้อมาจากห้าง Target รองเท้าคัทชูส้นแบนที่ผ่านการใช้งานมาจนเก่า และคอนซีลเลอร์ราคาทั่วไปก็แทบปกปิดรอยคล้ำใต้ตาของฉันไม่ได้ รอยยิ้มของเธอจึงยังคงสุภาพ แต่แฝงไว้ด้วยความดูแคลนอย่างเห็นได้ชัด
“นัดไว้หรือเปล่าคะ”
“ไม่ค่ะ บอกคุณวิทมอร์ว่า ลิลี่ เฉิน มาหา บอกเธอว่าฉันมีข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินในต่างประเทศของเนธาน ครอส ที่ซุกไว้ในหมู่เกาะเคย์แมน และฉันก็คืออดีตภรรยาที่เขากำลังจะหย่า”
คิ้วของพนักงานต้อนรับเลิกสูงขึ้นทันที ก่อนจะรีบยกหูโทรศัพท์
สี่นาทีต่อมา ฉันก็นั่งอยู่ตรงข้ามกับเอเลน วิทมอร์ ตัวจริง นักกฎหมายหญิงวัยกว่าหกสิบปีผู้มีเส้นผมสีเงินทั้งศีรษะ
เธอมองฉันด้วยสายตาสงบนิ่งและเฉียบคมแบบเดียวกับคนที่เคยรื้ออาณาจักรธุรกิจมานับไม่ถ้วนในห้องพิจารณาคดี
“คุณเฉิน” เธอเอ่ยพลางประสานมือไว้บนโต๊ะไม้แดง “คุณทำให้ฉันสนใจแล้ว”
ฉันเข้าเรื่องทันที ไม่ได้เปิดเผยทุกอย่าง แต่ก็พูดมากพอที่จะทำให้เธอเห็นความสำคัญ ฉันเล่าเรื่องที่ตัวเองกับเนธานร่วมกันสร้างบริษัทขึ้นมาจากศูนย์ เล่าว่าฉันเป็นคนพัฒนาอัลกอริทึมหลักที่ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์เรือธงของ CrossTech ส่วนเนธานรับผิดชอบงานด้านธุรกิจ เล่าว่าเขาทำอย่างไรถึงลบชื่อของฉันออกจากเอกสารทุกฉบับและใส่ชื่อตัวเองเป็นผู้ก่อตั้งเพียงคนเดียว และเมื่อบริษัทมีมูลค่าถึงสี่สิบล้านดอลลาร์ เขาก็ยื่นฟ้องหย่าและใช้กฎหมายบีบบังคับให้ฉันจนหมดทางสู้
“บนกระดาษ ฉันไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าตัวเองมีส่วนสร้างบริษัท” ฉันพูดตามตรง
“เนธานปิดช่องโหว่ทุกอย่างไว้หมด แต่ฉันมีไพ่ที่สำคัญกว่านั้น”
“คืออะไร”
“ฉันรู้ว่าเขาซ่อนเงินไว้ที่ไหน ฉันรู้จักบริษัทนอมินีที่เขาตั้งไว้ในหมู่เกาะเคย์แมน ฉันรู้ว่าประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของเขาเก็บบัญชีชุดที่สองไว้บนเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว และฉันยังรู้ด้วยว่าอีกประมาณสามเดือน นักข่าวชื่อเดวิด พาร์กจากหนังสือพิมพ์ The Tribune จะเริ่มสืบสวนคดีเลี่ยงภาษีของ CrossTech”
สายตาของเอเลนเปลี่ยนเป็นเฉียบคมในทันที“คุณรู้เรื่องการสืบสวนที่ยังไม่เกิดขึ้นได้อย่างไร”
ฉันสบตาเธอตรง ๆ
“ก็แค่... ฉันทำการบ้านมาดีมาก ดีชนิดที่ไม่เหลืออะไรให้พลาด”
เธอจ้องฉันอยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้นว่า
“คุณไม่มีเงินจ่ายค่าดำเนินคดีล่วงหน้าของฉัน”
“ใช่ค่ะ” ฉันยอมรับ “แต่ถ้าคุณรับคดีนี้แบบคิดค่าตอบแทนจากผลสำเร็จ ไม่ว่าเราจะเรียกทรัพย์สินกลับมาได้เท่าไร คุณรับไปสามสิบเปอร์เซ็นต์ได้เลย ฉันรับรองค่ะ คุณวิทมอร์... คดีนี้คุ้มค่ากับเวลาของคุณแน่นอน”
รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าของเธอ
“ฉันชอบเรื่องราวแบบเดวิดโค่นโกไลแอทอยู่แล้ว โดยเฉพาะตอนที่โกไลแอทยังไม่รู้เลยว่าเดวิดหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้ว”
เราจับมือกัน
ตอนเดินออกจากห้องทำงานของเธอ ฉันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ไม่เคยได้รับเลยตลอดสองชีวิตที่ผ่านมา... ความรู้สึกของการเป็นคนที่กุมทุกอย่างไว้ในมือ
ในโทรศัพท์ของฉันตอนนี้มีสายที่ไม่ได้รับสิบเจ็ดสาย ทั้งจากเนธาน วาเนสซา ทนายของเนธาน แล้วก็เนธานอีกครั้ง
ฉันไม่สนใจสักสาย แล้วเดินตรงไปยังจุดหมายต่อไป Meridian Café ร้านกาแฟเงียบ ๆ ใกล้มหาวิทยาลัย ที่ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนฉันเคยนั่งเขียนโค้ดอัลกอริทึมซึ่งทำให้เนธานกลายเป็นเศรษฐีอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า
ฉันต้องสร้างร่องรอยดิจิทัลของตัวเองขึ้นมาใหม่ กู้ไฟล์เก่าทั้งหมด บันทึกผลงานของตัวเอง และสร้างสายโซ่หลักฐานที่เนธานพยายามลบทิ้งมาตลอดหลายปี ชาติก่อนฉันเลิกล้มความคิดที่จะหาหลักฐานเหล่านี้ เพราะวาเนสซาทำให้ฉันเชื่อว่ามันไม่มีประโยชน์
“เนธานจ้างทนายเก่งที่สุดในทั้งรัฐแล้ว” ตอนนั้นเธอส่ายหน้าอย่างเศร้า ๆ “พี่มีแต่จะขายหน้าเปล่า ๆ”
ตอนนี้ฉันเพิ่งเข้าใจ วาเนสซาไม่เคยคิดปกป้องฉันเลย
เธอปกป้องเนธาน... และปกป้องตำแหน่งของตัวเองในฐานะผู้หญิงที่เข้ามาแทนฉัน
ฉันสั่งกาแฟดำหนึ่งแก้วแล้วเปิดโน้ตบุ๊ก บัญชีคลาวด์ของมหาวิทยาลัยยังคงอยู่
นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันเพิ่งรู้หลังจากตายไปแล้ว แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นทุกอย่างสายเกินไป
ฉันล็อกอินเข้าไป และเมื่อโฟลเดอร์จำนวนมากที่บันทึกผลงานในช่วงแรกของฉันปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ความยินดีที่แทบจะเรียกว่าชัยชนะก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที ทั้งร่างอัลกอริทึม เอกสารออกแบบที่มีชื่อของฉันพร้อมเวลาบันทึก และอีเมลที่ฉันกับเนธานใช้พูดคุยเรื่องโครงสร้างระบบ
เนธานลบร่องรอยทุกอย่างของฉันออกจากเอกสารทางการของ CrossTech ได้ก็จริง
แต่เขาลืมข้อมูลสำรองของมหาวิทยาลัย
มันคือความผิดพลาดร้ายแรงของผู้ชายที่มั่นใจว่าฉันไม่มีวันกล้าลุกขึ้นสู้
ขณะที่ฉันกำลังดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมดลงในฮาร์ดไดรฟ์ที่เข้ารหัสอย่างปลอดภัย เงาของใครบางคนก็ทอดลงมาบนโต๊ะ
“ที่นี่มีคนนั่งหรือยังครับ”
ฉันเงยหน้าขึ้น เห็นผู้ชายคนหนึ่งในชุดสูทสีเทาเข้มถือแก้วกาแฟอยู่ในมือ ดวงตาลึกคู่นั้นอบอุ่นอย่างประหลาด จนไม่เข้ากับภาพลักษณ์ของผู้บริหารที่ดูสุขุมและเฉียบขาด เขาเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง และมีความมั่นคงน่าเชื่อถือโดยไม่จำเป็นต้องแสดงออก
มีบางอย่างในตัวเขาที่กระตุ้นความทรงจำของฉัน แต่ฉันยังนึกไม่ออกว่าเคยเห็นเขาที่ไหน
“เชิญค่ะ”
ฉันผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
เขานั่งลง พลางเหลือบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของฉันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะรีบละสายตาออกด้วยความสุภาพ
“งานเยอะหรือครับ”
“ประมาณนั้นค่ะ”
ฉันย่อหน้าต่างทั้งหมดลงทันที ความระแวดระวังในใจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ผมชื่อมาร์คัส” เขายื่นมือมา “มาร์คัส เฮล”
ชื่อของเขาทำให้ฉันเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสาดใส่ทั้งตัว
มาร์คัส เฮล... ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของHale Industries หนึ่งในบริษัทลงทุนด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดบนชายฝั่งตะวันตก ชาติก่อนฉันเห็นชื่อของเขาอยู่บนหน้าปกนิตยสารการเงินอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งก็มักเกี่ยวข้องกับการซื้อกิจการมูลค่ามหาศาลหรือดีลใหญ่ที่สั่นสะเทือนทั้งวงการ
แต่ที่สำคัญกว่านั้น...ความทรงจำหนึ่งค่อย ๆ ผุดขึ้นมาอย่างช้า ๆ และเจ็บปวด
ในงานฉลองหลังการหย่าของเนธาน มาร์คัส เฮลก็อยู่ที่นั่น
ฉันเคยเห็นเขาในรูปบน Instagram ของวาเนสซา ตอนนั้นเขายืนอยู่ด้านหลัง ไม่ได้ยิ้ม และถือแก้วไวน์ที่ดูเหมือนไม่คิดจะดื่มเลยแม้แต่น้อย
แล้วทำไม...เขาถึงมาอยู่ที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ แห่งนี้ และกำลังคุยกับฉัน
“ลิลี่ค่ะ”
ฉันจับมือกับเขา มือของเขามั่นคง หนักแน่น แต่ไม่ก้าวร้าว ต่างจากเนธานที่ทุกครั้งเวลาจับมือ เหมือนต้องการเอาชนะอีกฝ่ายด้วยแรงบีบ
“ลิลี่ เฉิน?”ดวงตาของเขาไหววูบเล็กน้อย ราวกับจำใครบางคนได้
ฉันระวังตัวขึ้นทันที“เรารู้จักกันหรือคะ”
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่ครับ แต่ผมรู้จักผลงานของคุณ”
“ผลงานของฉัน?”
“อัลกอริทึมการเรียนรู้แบบปรับตัวเองที่คุณพัฒนาตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยอ่านวิทยานิพนธ์ฉบับดั้งเดิมของคุณ ก่อนที่เวอร์ชันของ CrossTech จะเปิดตัวเสียอีก”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
“มันเหมือนกันอย่างน่าตกใจ”
หัวใจของฉันเต้นแรงจนแทบทะลุอก
ผู้ชายคนนี้รู้
เขารู้ว่าอัลกอริทึมนั้นเป็นของฉัน
“น่าสนใจดีนะคะ”ฉันตอบอย่างระมัดระวัง
มาร์คัสเอนตัวพิงเก้าอี้ สีหน้าคาดเดาไม่ได้
“ผมไม่ได้บังเอิญมาเจอคุณที่นี่นะลิลี่ สองปีที่ผ่านมา ผมตามหาคนที่สร้างอัลกอริทึมนี้มาตลอด ทั้งลายเซ็นในโค้ด ทั้งโครงสร้างของระบบ ความสวยงามของแนวคิดแบบนั้น ไม่มีทางเป็นสิ่งที่วิศวกรของเนธาน ครอสจะลอกเลียนได้ ผมรู้มาตลอดว่าต้องมีคนอีกคนอยู่เบื้องหลัง”
ฉันจ้องเขานิ่ง สมองหมุนอย่างรวดเร็ว
ชาติก่อน ไม่เคยมีใครตั้งคำถามเลยว่าเทคโนโลยีนี้เป็นของเนธานจริงหรือไม่
ทุกคนเชื่อคำพูดของเขา เชื่อว่าเขาเป็นผู้ก่อตั้งที่ยอดเยี่ยม เป็น CEO ผู้มีวิสัยทัศน์
ไม่มีใครสนใจว่าฉันเคยมีตัวตน
ยกเว้น...มาร์คัส เฮล ที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉัน
“ทำไมคะ” ฉันถามตรง ๆ
“เพราะผมอยากลงทุนกับอัจฉริยะตัวจริง”
เขาตอบเรียบ ๆ
“ไม่ใช่หัวขโมยที่ฉกผลงานของคนอื่นไปเป็นของตัวเอง”
กาแฟในแก้วของฉันเย็นชืดไปนานแล้ว หน้าจอโน้ตบุ๊กก็ดับลง แต่ลึกลงไปในหัวใจ สิ่งที่เคยเงียบงันมานานกลับลุกโชนขึ้นอีกครั้งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“คุณเฮล” ฉันพูดช้า ๆ “คุณควรระวังตัวไว้บ้าง เนธาน ครอสไม่เคยปล่อยคนที่กล้าท้าทายอำนาจของเขา”
รอยยิ้มของมาร์คัสคมกริบราวกับคมมีด
“ผมก็เหมือนกัน”
เขาวางนามบัตรไว้บนโต๊ะก่อนลุกขึ้นยืน
“เมื่อไหร่ที่คุณพร้อมจะคุย โทรหาผมได้ทุกเมื่อ ผมคิดว่าเราน่าจะช่วยกันได้”
ฉันมองแผ่นหลังของเขาเดินจากไป ร่างสูงใหญ่ของเขาเคลื่อนผ่านผู้คนในร้านกาแฟด้วยท่วงท่าที่สงบนิ่งแต่เปี่ยมด้วยอำนาจอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นฉันก็ก้มมองนามบัตรในมือ
เรียบง่ายแต่หรูหรา
มาร์คัส เฮล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Hale Industries
มีเพียงหมายเลขโทรศัพท์หนึ่งหมายเลข และไม่มีข้อมูลอื่นอีกเลย
ฉันเก็บมันไว้ในกระเป๋าสตางค์ วางไว้ข้างใบเสร็จจากสำนักงานกฎหมายของเอเลน วิทมอร์
ภายในวันเดียว ฉันก็ได้พันธมิตรที่แข็งแกร่งถึงสองคน
ต่างจากชาติก่อน... ที่ฉันต้องต่อสู้อย่างเดียวดาย
กระดานหมากเกมนี้เปลี่ยนไปแล้ว
และครั้งนี้... คนที่เป็นผู้แจกไพ่ คือฉันเอง
