ตอนที่6:การเจอที่น่าเบื่อ
จินพจน์ถึงตัวของช่อชมพูเร็วมาก ทิ้งให้สิโรบลวุ่นกับการสั่งเครื่องดื่มตามลำพัง ช่อชมพูซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการเลือกกระเป๋าก็หมดอารมณ์ทันทีเช่นกัน
"ปานวาด...ฉันชักได้กลิ่นไม่ค่อยดีแถวนี้แล้ว อยากออกจากร้านเต็มแก่เลย กระเป๋าไว้คราวหน้าก็แล้วกัน"
ปานวาดงุนงงเกิดอะไรขึ้น เมื่อเธอหันไปเจอกับจินพจน์ก็ทราบทันที เมื่อเห็นเขามายืนขนาบข้างช่อชมพูอย่างจงใจ
"ฉันเลยพลอยอดได้กระเป๋าเลย เป็นเพราะนายแท้ๆเลย"ปานวาดชี้หน้าจินพจน์พลอยเกลียดไปอีกคน เมื่อเขาทำให้เธออดได้กระเป๋าไปด้วย
"ดะ...เดี๋ยวน้องช่อ เห็นว่าที่คู่หมั้นแล้วจะไม่ทักทายกันหน่อยหรือ "จินพจน์ถือวิสาสะคว้าข้อมือเล็กๆของเธอไว้จนเดินไปไหนไม่ได้ แล้วยืนอยู่ตรงนั้นให้เขาพูดคุยด้วยไม่หยุด
"ปล่อย...นายจิน อย่ามาจับข้อมือฉัน"
ขณะพูดก็หมุนมือออกเป็นเกลียวให้หลุดพ้นจากการจับและถอยออกไปให้ห่างจากจินพจน์ที่เมื่อกี้เขายืนจนเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจรดหน้าของเธอ
"อย่าดื้อสิคะ...น้องช่อ เดี๋ยวฟ้องคุณพ่อนะ"
เมื่อเอ่ยถึงบิดาเธอเลยต้องชะงัก เพราะรู้ว่าต่างมีผลประโยชน์กันอยู่ทั้งสองฝ่าย
"แล้วนายจะเอายังไง ถ้าไม่อยากเป็นข่าวดัง เห็นทีนายต้องเคลียร์แม่สาวนางงามคนนั้นเสียแล้วเพราะเธอกำลังเดินตามเธอมา ฉันขอตัวละ"
เมื่อสบโอกาสเธอก็หลบเลี่ยงเดินไปทันที ปล่อยให้จินพจน์หัวเสียแต่สะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ไม่ยอมปะทะ เพราะรู้ดีว่าต้องเป็นข่าวอย่างแน่นอน
"พี่จินคะ หนีมาอยู่นี่เองจนน้ำละลายหมดแล้วนะคะ ดูสิ..."
จินพจน์ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดแล้วเอ่ยเมื่อเห็นสิโรบลถือน้ำมาสองมือสองไม้ให้เขาหนึ่งแก้ว
"เราไปกันเถอะครับ...ที่นี่ชักไม่สนุกเสียแล้ว"
"แล้วพี่จะพาสิไปไหนละคะ"สิโรบลยังคงคาดหวังเป็นที่พักโรงแรมดังที่ชายหนุ่มพามาคุย
"คอนโดของผม หรือคุณต้องการม่านรูดข้างทางก็ได้ ถ้าต้องการด่วน"
จินพจน์แกมประชดประชันเมื่อเห็นสิโรบลสะดีดสะดิ้งจนเกินงาม ก็อดไม่ได้ที่จะใส่เข้าไปจนสิโรบลรู้สึกตัว หลักๆคือสิโรบลทำให้ช่อชมพูหลุดมือไปต่อหน้าต่อตาโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้มากนักเกรงว่าจะเป็นข่าวนั่นเอง
"ฝากไว้ก่อนเถอะน้องช่อ ยังไงเสียน้องก็หนีพี่ไม่พ้นอยู่ดี น้องต้องเป็นเของพี่ให้ได้"
สายตาของจินพจน์เปล่งประกายออกมาเพราะเขาแอบชอบช่อชมพูตั้งแต่เริ่มไปมาหาสู่กับตระกูลนี้เมื่อครั้งยังเด็ก ช่อชมพูเคยปกป้องเขาเสมอไม่เปลี่ยน แต่เมื่อโตมาชื่อเสียงเรื่องผู้หญิงของเขาไม่สู้ดีนักทำให้ช่อชมพูห่างออกไป แต่จินพจน์ไม่เคยเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนี้ไปได้เลย
เมื่อพ่อของช่อชมพูมีเรื่องธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง จินพจน์จึงถือโอกาสนี้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยมีช่อชมพูเป็นหมากตัวสำคัญ
"เป็นเพราะฉันชอบหนูช่อชมพู ไม่งั้นฉันไม่ยอมช่วยหรอก เงินไม่ใช่น้อยๆนะแกจิน..."บิดาของจินพจน์ได้เอ่ยกับเขาก่อนที่จะมีงานหมั้นเกิดขึ้น
เมื่อต่างแยกย้ายจินพจน์ก็ยังหัวเสียที่ช่อชมพูยังดื้อกับเขาอยู่ เขาจึงเอาอารมณ์ทั้งหมดมาลงกับสิโรบลที่นั่งข้างๆเขาอย่างไม่รู้เรื่องราวใดๆทั้งสิ้น แม้แต่เรื่องการหมั้นของจินพจน์เอง
ในรถช่อชมพู
"ปาน...ฉันต้องขอโทษแกด้วยนะที่พลอยทำให้แกหมดสนุกไปด้วย เดี๋ยวฉันกลับมาซื้อกระเป๋าให้แกใหม่ไม่ต้องกลัวยังไงเสียใบนั้นต้องเป็นของเธอแน่นอน"
"เฮ้ย...ไม่เป็นไรเลย แกดูมันสิ ฉันก็เลยพลอยเกลียดผู้ชายอย่างมันไปด้วยเลย มีอะไรกับผู้หญิงไม่เลือกหน้าเพื่อลบปมของตัวเองที่ไม่หล่อ ดีนะที่พ่อรวย "
ปานวาดเลยพลอยเกลียดจินพจน์ไปด้วย เพราะเธอรู้สึกว่าชายหนุ่มเห็นแก่ตัวทำลายพรหมจารีย์ของผู้หญิงเป็นว่าเล่น แต่ดูเจ้าหล่อนจะภูมิใจเหลือเกินที่ได้เป็นของเล่นไฮโซอย่างจินพจน์
"แต่ฉันดูแล้ว แม่นางงามคนนั้นเกาะติดนายจินแจเลย แต่งงานกันไปจะมีปัญหาไหมช่อ ดูแล้วแม่คนนั้นก็ใช่เล่นๆเสียเมื่อไร หูตานี่แพรวพราวเชียวฉันเหนื่อยแทนแกเลย ช่อ"
ช่อชมพูหลังจากฟังเพื่อนรักอย่างปานวาดร่ายยาว เธอเห็นด้วยถ้าหากเป็นคู่ชีวิตของจินพจน์แล้วเธอต้องคอยรบกับผู้หญิงพวกนี้ทุกวัน ชีวิตของเธอคงจะมีแต่เรื่องแย่อย่างเดียว ไม่ต้องทำมาหากินอะไรอีก
ความคิดนึงก็ผุดขึ้นมาในหัวของช่อชมพูคือสมัครงานไม่ให้ตัวเองว่างจนฟุ้งซ่านเรื่องหมั้นให้มากนัก
"ปาน..."
"หือ..."
"ฉันอยากทำงานนะ"
"ฮ้า...ไอ้ช่อ จะทำงานฉันหูฝาดหรือปล่าว แต่ฉันมีลูกพี่ลูกน้องทำงานเป็นพนักงานออฟฟิตในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แกสนใจไหมแต่แกต้องเปลี่ยนรูปลักษณ์คุณหนูออกให้หมดนะ อย่าให้ใครรูว่าแกเป็นใครมาจากไหน ฉันก็อยากจะรู้ว่าคนใช้เงินเป็นเบี้ยอย่างแกจะทนได้สักกี่น้ำ ฮ่า...ฮ่า"
เสียงหัวเราะของปานวาดทำให้ช่อชมพูฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง เธอยอมรับงานที่ปานวาดจะให้ลูกพี่ลูกน้องฝากให้ แต่วันนี้ขอส่งท้ายสถานะคุณหนูของตระกูลและกำลังจะหมั้นให้สุดๆ เพราะมันอาจจะไม่กลับมาหาเธออีกก็ได้
"ช่อตกลงปานจะไปทำงานที่ลูกพี่ลูกน้องแกทำอยู่ ฉันไม่เกี่ยงทำได้ แต่ตอนนี้กี่โมงแล้วหลังจากเจอไอ้จินชีวิตก็วุ่นวายพอดู ช่ออยากไปปลดปล่อยชีวิตโสดนะ เดี๋ยวก็ไม่มีอีกแล้วแบบนี้ ช่อมั่นใจว่าจินมันต้องตามช่อทุกฝีก้าวแน่นอน"
"เย็นแล้วแก กี่โมงนะ..." ปานวาดกดดูนาฬิกาในโทรศัพท์เธอตกใจเหมือนกันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
"หกโมงเย็นแก..."
"โอเคร...จุดเร่ิมต้นของการฉลองความโสดที่กำลังจะจบลงได้เริ่มขึ้นแล้วเย้...เย้ ไปกันเอาที่หรูที่สุด อาหารเลิศรส บริกรหล่อๆ แบบสุดๆไปเลย"
