ตอนที่5:เจอกันโดยบังเอิญ
เมื่อช่อชมพูเบื่อหน่ายบรรยากาศในบ้าน เธอรับรู้ว่าต้องหมั้นในเดือนนี้หน้าแล้ว แต่เธอต้องการปลดปล่อยตัวเองให้หลุดโลก ออกจากโลกที่มันสุดแสนน่าเบื่อหน่ายใบนี้สักพักเพื่อผ่อนคลายไม่อยากคิดอะไรเยอะให้รกสมองจนกว่าจะถึงวันหมั้น
ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมือง...
ช่อชมพูนัดแนะกับเพื่อนสนิทอย่างปานวาดให้ออกมาเดินเป็นเพื่อนซื้อของด้วยบัตรเครดิตที่วงเงินยังเหลือให้เธอถลุงได้เยอะอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่เป็นไรในเมื่อพ่อชองเธอพ้นวิกฤตนั้นแล้ว เมื่อส่งเธอไปเป็นสะใภ้ตระกูลดังอย่าง จินพจน์ พินิจสันต์ แห่งบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่รวยล้นฟ้า
"เถอะน่าปาน เปิดหูเปิดตาบ้าง เราเบื่อนะอยากทำอะไรที่มันทำให้ใจสงบลงบ้างเบื่อผู้ชายทั้งโลกเลยตอนนี้อะ...นะปาน"
"มีอะไรที่แกขอร้องแล้วฉันไม่ทำบ้างนี่ นังช่อฉันเพื่อนแกได้หมดเลย แกจะพาฉันไปขึ้นเขาลงห้วยก็ได้ฉันยินดีวะเพื่อนรัก"
เมื่อนัดแนะกันได้ตามเวลาที่กำหนด ช่อชมพูเป็นฝ่ายออกไปรับปานวาดเอง ถึงแม้เธอฐานะจะระดับเดียวกันแต่ช่อชมพูก็ยังเหนือกว่าอยู่ดี ยิ่งถ้าได้ตระกูลดังอย่างของจินพจน์เข้ามาช่วย ยิ่งรวยล้นฟ้าระดับแถวหน้าของเมืองไทยเชียวละ สมใจบิดาของเธอแล้ว
ในรถหรูของไฮโซจินพจน์จอดอยู่ข้างทาง...
ถ้าไม่สังเกตดีๆก็ไม่มีใครรู้ว่าจินพจน์กับสตรีนางหนึ่งกำลังกอดจูบลูบคลำกันอย่างถึงพริกถึงขิงในรถหรูที่กระจกมืด มองจากข้างนอกเข้าไปแทบจะไม่เห็นอะไรเลย ปกปิดได้เป็นอย่างดี
"ใจเย็นๆสิคะคุณจินอย่างนี้สิก็ช้ำหมดสิคะ"
สิโรบลเล่นตัวเล็กน้อยเมื่อถูกรุกหนักเข้า เธอคิดว่าจะเป็นของเล่นไฮโซสักทีต้องเอาให้คุ้ม สถานที่ต้องเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาว หริอคอนโดที่แพงเฉียดฉิวใจกลางเมืองของจินพจน์เอง และค่าตอบแทนของเธอต้องเป็นชุดเพชรราคาแพงที่ขายทอดตลาดได้ยามตกอับ
สิโรบลถีบตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ด้วยความยากลำบากเพราะฉะนั้นผลประโยชน์ครั้งนี้ต้องคุ้ม
"จินคะ...สิรู้สึกว่าคอกับมือมันโล่งๆชอบกลคะถ้ามีเครื่องประดับมาอยู่บนคอกับนิ้ว จินก็ไม่น้อยหน้าใครนะคะสิรับรองได้คะ"
ขณะพูดสายตาก็ยั่วยวนให้จินพจน์หลงใหล เขาไม่เคยเจอใครเสน่ห์เย้ายวนเหมือนสิโรบล แต่อย่างไรเสียคู่หมั้นไฮโซอย่างช่อชมพูต้องมาก่อนแต่กับสิโรบลเธอเป็นได้แค่ของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวสำหรับเขาก็เท่านั้นเองคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย
"ได้สิพูดแค่นี้พี่ก็ก็เข้าใจว่าเธออยากได้สร้อยคอเครื่องเพชรพี่ให้เธอได้อยู่แล้วสิ"
สายเปย์อย่างจินพจน์จำต้องรักษาภาพพจน์ที่ลูกคนรวยตั้งไว้ แม้รู้ว่าหว่านอะไรลงไปจะเห็นผลหรือไม่ก็ตาม
"ห้างใกล้ๆนี่มีร้านคนรู้จักอยู่ เราไปตรงนี้กันจะได้ไม่เสียเวลานะสิโรบลของพี่"
ผละจากการโอบกอดเขาก็มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าดังกล่าวทันทีไม่รอช้า เสียหน้าไม่ได้เลยจินพจน์อะไรก็ต้องดูดีไว้ก่อนไม่ยอมแม้กระทั่งเรื่องนี้
"สิรักพี่จินที่สุดเลยคะ จะยอมตามใจพี่จิน ทุกอย่างเลย"
สิโรบลควักเอากลยุทธ์ทุกอย่างออกมาใช้เพื่อที่จะได้สิ่งที่ต้องการมา ซึ่งมันก็เข้าทางจินพจน์ที่หน้าใหญ่เสียด้วย เมื่อสิโรบลพ่วงท้ายด้วยตำแหน่งนางงามปีล่าสุด เขาดูจะภูมิใจมากเมื่อได้เธอมาเป็นของเล่นในมือ
รถหรูขับเลี้ยวเข้ามาในห้างดัง จินพจน์อ้อมไปเปิดประตูให้สิโรบลตามมารยาท เขาเอื้อมมือไปปลดล๊อคเข็มขัดนิรภัยให้เจ้าหล่อนอย่างเอาใจ
"อุ้ย! ขอบคุณนะคะ"สิโรบลอุทานเมื่อจินพจน์ถือโอกาสรุกล้ำเธอในรถตอนที่กำลังปลดเข็มขัดให้เธอออกมาจากรถ
ระหว่างนั้นที่ทั้งสองกำลังกระหนุงกระหนิงกันอยู่ในรถ ช่อชมพูกับปานวาดเดินเข้าไปอีกทาง ถ้าจินพจน์มองไปก็คงจะเจอเธอพอดี
"ปานเรามาทางนี้กันเถอะ ไปดูกระเป๋ามาใหม่"
"แต่แกเพิ่งซื้อไปนี่ ไอ้ช่อจะดูอีกเหรอดูแล้วก็เกิดกิเลสอยากซื้ออีก"
"อยากก็ซื้อสิ...ฉันอยากให้พ่อด่าเป็นไงเหตุผลของฉัน"
"แกก็เดี๋ยวคนแก่เป็นลมหัวใจวายทำไง"
"ไม่หรอกพ่อของฉันอึด โดนมาตั้งเท่าไรไม่ล้มง่ายๆหรอก"ช่อชมพูเอ่ยถึงบิดาด้วยความโกรธที่ทำให้เธอต้องหมั้นกับจินพจน์
"ฉันบอกแกยังเรื่องหมั้น"ช่อชมพูเอ่ยให้ปานวาดฟังด้วยความเรียบเฉย เพราะเหตุการณ์แจ้งเรื่องหมั้นผ่านมาหลายวันแล้ว
"หา...แกต้องหมั้นกับเสือผู้หญิงอย่างไอ้จินพจน์นี่นะ ตาย...แกช้ำใจตายอย่างเดียวเลยช่อ"
ขณะที่ทั้งสองเข้าร้านกระเป๋าแบรนด์อย่างสนใจ ช่อชมพูซื้อให้ปานวาดหนึ่งใบเป็นของขวัญในการเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด
"ฉันให้แกกระเป๋าใส่เงิน น่ารักดี"
"แกให้ฉัน..."ปานวาดเอ่ยอย่างแปลกใจ
"รับๆไปเถอะ ยังไงซะแกก็คือเพื่อนแท้ของฉัน"ช่อชมพูเหมือนสะใจตัวเองที่ได้ใช้เงินเป็นเบี้ย
แล้วช่อชมพูก็หันไปเลือกให้ตัวเองอีกใบอย่างเขมักเขม้นไม่รอช้าอย่างเพลิดเพลิน แต่ช่างบังเอิญเหลือเกินที่จินพจน์เมื่อซื้อเพชรจากร้านดังในห้างเสร็จแล้ว เขานั่งอยู่อีกฝั่งสายตาที่เหมือนพญาเหยี่ยวก็ดันเห็นคู่หมั้นในอนาคตของเขาจนได้
"ช่อนี่นา มากับใครนะต้องไปทักทายเสียหน่อยแล้ว ดูสิกำลังเลือกกระเป๋าเพลินเลย"ขณะคิดก็มองหาสิโรบล ที่กำลังยืนง่วนสั่งเครื่องดื่มอยู่
"สิคะ...เดี๋ยวพี่มานะ แวะไปทักทายคนรู้จักเสียหน่อย"
สิโรบลยังไม่ทันตอบรับหรือปฏิเสธ จินพจน์ก็ออกจากร้านไปทันที สิโรบลมองตามเขาไป ก็มองไม่เห็นคนที่จินพจน์รู้จักเลยสักคน เพราะเท่าที่คบกับชายหนุ่มมาเป็นเวลาสามเดือนก็พอจะรู้บ้างว่าใครเป็นใคร
