บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 บทเรียนชาวนาหน้าหยก

เจ็ดวันผ่านไปหลังจาก จ้าวเทียนหลง ฟื้นขึ้นมาในกระท่อมดินตระกูลชิง บาดแผลภายนอกของเขาเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์ พละกำลังที่เคยเหือดแห้งกลับคืนมาจนเขาสามารถลุกขึ้นเดินเหินได้เป็นปกติ แม้ดวงตาคมกริบคู่นั้นจะยังคงฉายแววสับสนและว่างเปล่าเมื่อพยายามนึกถึงอดีต แต่เขาก็ยอมรับสถานะ สามี ของชิงเหยาอย่างจำนนด้วยหลักฐานที่นางสร้างขึ้นรอบตัว

เช้าวันนี้ อากาศสดใสแต่แดดเริ่มแผดเผา ชิงเหยาตัดสินใจพาสามีกำมะลอออกไปที่แปลงผักหลังบ้านเพื่อฝึกงานครั้งแรก

"ท่านพี่... วันนี้ท่านช่วยข้าขุดดินเป็นร่องตามแนวนี้นะเจ้าคะ ข้าจะลงเมล็ดผักกาดขาวไว้ทำผักดองสูตรลับของเรา" ชิงเหยายื่นจอบไม้ด้ามหนักให้ชายหนุ่มร่างยักษ์ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางแดด

จ้าวเทียนหลงรับจอบมาถือไว้ด้วยท่าทางแปลกพิกล เขาจ้องมองอุปกรณ์เกษตรในมือราวกับมันคืออาวุธประหลาดที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน

[คุณพระช่วย! ขนาดถือจอบยังดูเหมือนจะไปฆ่าใครเลยพี่จ๋า ท่าจับจอบนี่มันคือการถือทวนออกรบชัดๆ ดูมัดกล้ามแขนนั่นสิ แข็งแรงจนฉันอยากจะเอามือไปลูบ... เอ๊ย! ไม่ได้ๆ หลินเซียน ท่องไว้ งานคือเงิน เงินคือบทพิสูจน์ความสำเร็จ!]

"ต้องทำอย่างไร?" จ้าวเทียนหลงถามสั้นๆ นัยน์ตาสีเหล็กกล้ามองภรรยาอย่างขอความเห็น

"ก็แค่... เงื้อขึ้นแล้วสับลงไปแรงๆ ให้ดินร่วนซุยเจ้าค่ะ" ชิงเหยาสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่าง

จ้าวเทียนหลงพยักหน้าเบาๆ เขาเงื้อจอบขึ้นสูงเหนือศีรษะ จังหวะที่กล้ามเนื้อแผ่นหลังขยับภายใต้เสื้อผ้าป่านตัวบางทำให้ชิงเหยาถึงกับตาค้าง ฉึก! เสียงจอบสับลงดินดังสนั่นหวั่นไหว ดินกระจายว่อนเป็นวงกว้าง ร่องดินที่เขาขุดนั้นลึกจนเกือบจะถึงหัวเข่า!

"ท่านพี่! เบาๆ เจ้าค่ะ เบาๆ! ข้าบอกให้ขุดร่องผัก มิใช่ขุดหลุมฝังศพใคร!" ชิงเหยาร้องเสียงหลง

[แม่เจ้าเว้ย! พละกำลังหรือนิวเคลียร์ลงเนี่ย สับทีเดียวดินแทบแยกถึงแกนโลก ถ้าปล่อยให้เขาทำนาคนเดียวทั้งหมู่บ้าน มีหวังตงซานกลายเป็นเหวแน่ๆ!]

"ข้า... ข้าขอโทษ ข้ากะแรงไม่ถูก" ชายหนุ่มพึมพำ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งสนิทเริ่มมีรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ดูน่าเอ็นดูอย่างประหลาด

ในขณะที่ชิงเหยากำลังสอนงานสามีอยู่นั้น เสียงหัวเราะเยาะถากถางก็ดังมาจากรั้วไม้ผุๆ ข้างบ้าน

"ตายจริง! นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็แม่นางชิงเหยาพาสามีหนีรบมาทำนาคนนี้นี่เอง" ป้าหวัง หญิงปากกล้าประจำหมู่บ้านที่ชอบหาเรื่องฮุบที่ดินตระกูลชิง เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับกลุ่มชาวบ้านขี้อิจฉาอีกสองสามคน

ป้าหวังจ้องมองจ้าวเทียนหลงตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาที่เคยเหยียดหยามพลันเปลี่ยนเป็นตะลึงลานเมื่อเห็นใบหน้าคมคายและรูปร่างกำยำที่ดูสูงส่งเกินกว่าจะเป็นเพียงพลทหารธรรมดา

"นี่น่ะหรือ... สามีเจ้า? ไยจึงดูแปลกหน้านัก ผิวพรรณท่วงท่าเช่นนี้ ไม่เห็นเหมือนพวกทหารกระจอกที่ข้าเคยเห็นเลย" ป้าหวังจีบปากจีบคอพูดพลางเดินเข้าไปใกล้จ้าวเทียนหลง "เจ้าหนุ่ม... เจ้ามาจากทัพไหนกันแน่ หรือว่าจริงๆ แล้วเป็นโจรป่าที่นางชิงเหยาแอบซุกซ่อนไว้?"

จ้าวเทียนหลงหยุดมือจากจอบ นัยน์ตาที่เคยดูงงงวยพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง เขาจ้องมองป้าหวังด้วยสายตาที่ทำให้หญิงแก่ถึงกับสะดุ้งโหยงและถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

"ข้าเป็นใคร... จำเป็นต้องรายงานเจ้าด้วยรึ?" เสียงทุ้มต่ำนั้นทรงพลังจนบรรยากาศรอบข้างเงียบกริบ

ชิงเหยาเห็นท่าไม่ดี นางรีบก้าวเข้าไปขวางหน้าป้าหวังทันที

"ป้าหวัง! ท่านพี่ของข้าบาดเจ็บและเพิ่งกลับมาพักผ่อน หากท่านไม่มีธุระอันใดที่สร้างสรรค์ ก็เชิญกลับไปเถิด อย่าให้ข้าต้องเสียมารยาทไล่แขกต่อหน้าคนในหมู่บ้านเลยเจ้าค่ะ!"

"หนอย! นางเด็กเมื่อวานซืน คิดว่ามีผัวตัวโตแล้วจะมาเบ่งใส่ข้ารึ?" ป้าหวังแผดเสียง "ข้าแค่จะมาเตือน... ที่ดินตรงนี้พวกเจ้าค้างหนี้ข้าอยู่ ถ้าสิ้นเดือนนี้ไม่มีเงินมาคืน ข้าจะเอาที่ดินผืนนี้ไปทำคอกหมู และน้องๆ ของเจ้าก็เตรียมตัวไปเป็นทาสรับใช้ในบ้านข้าได้เลย!"

อาหยาง และ ชิงอิง ที่ยืนแอบอยู่หลังประตูบ้านได้ยินเช่นนั้นก็กอดกันกลมด้วยความกลัว

[อีป้านี่! มาทางไหนไปทางนั้นเลยนะ จะมาเอาที่ดินฉันไปทำคอกหมูเหรอ? ฝันไปเถอะ! และอย่าหวังว่าจะแตะต้องน้องๆ ฉันได้แม้แต่ปลายเล็บ ชิงเหยาคนใหม่คนนี้ไม่ได้เคี้ยวง่ายเหมือนคนเก่านะจ๊ะ!]

ชิงเหยาแสยะยิ้มที่มุมปาก นางกอดอกมองป้าหวังอย่างท้าทาย

"เงินหนี้สินนั่น ข้าจะคืนให้ท่านแน่... พร้อมดอกเบี้ยทุกอีแปะ แต่ถ้าท่านยังกล้ามารังควานครอบครัวข้าอีก แม้เพียงก้าวเดียว... ท่านพี่เทียนหลงของข้าอาจจะ 'เผลอ' กะแรงไม่ถูก สับจอบลงบนหลังคาบ้านท่านเหมือนที่ทำกับร่องผักนี้ก็ได้นะเจ้าคะ!"

จ้าวเทียนหลงที่ยืนอยู่ข้างหลัง แสร้งเหวี่ยงจอบลงดินอีกครั้งจนพื้นดินสะเทือนขวัญป้าหวัง หญิงแก่หน้าซีดเผือด รีบเดินจ้ำอ้าวหนีไปพร้อมกับเสียงบ่นอุบอิบ

เมื่อพวกชาวบ้านไปหมดแล้ว จ้าวเทียนหลงก็หันมามองชิงเหยา

"เจ้ามีหนี้สินงั้นรึ? ทำไมไม่บอกข้า?"

"มันเป็นเรื่องเก่าเจ้าค่ะท่านพี่ ท่านบาดเจ็บอยู่ อย่าได้กังวลเลย ข้ามีวิธีหาเงิน" ชิงเหยาตอบพลางเช็ดเหงื่อ "แต่ตอนนี้... ท่านช่วยข้าหาฟืนเพิ่มหน่อยนะเจ้าคะ ข้าจะเริ่มหมักผักกาดสูตรพิเศษ เราจะเอามันไปขายที่ตลาดพรุ่งนี้!"

วันรุ่งขึ้น ชิงเหยาพาสามีและน้องๆ เข้าไปในตลาดหมู่บ้านตงซาน นางนำผักดองที่ปรุงรสด้วยสมุนไพรสูตรสกัดที่ไม่มีใครเหมือนมาวางขาย ทันทีที่จ้าวเทียนหลงปรากฏตัวในชุดผ้าป่านสะอาดสะอ้านที่ชิงเหยาตั้งใจเย็บให้ (แม้จะรัดแน่นจนเห็นมัดกล้ามล่ำสัน) บรรดาสาวโสดและแม่สื่อแม่หม้ายในตลาดต่างก็พากันหยุดชะงัก

"นั่นใครกันน่ะ? หล่อเหลาปานเทพบุตรปั้น!"

"เจ้าไม่รู้รึ? นั่นสามีของนางชิงเหยาที่เพิ่งกลับมาจากการรบไงล่ะ"

จ้าวเทียนหลงยืนหน้านิ่งเป็นรูปปั้นหิน ช่วยชิงเหยายกถังผักดองวางบนโต๊ะไม้ ท่ามกลางสายตาแทะโลมของสตรีทั้งหมู่บ้าน

[อุ๊ยตาย! ดูท่าทางแม่พวกนี้สิ แทบจะกระโดดงับหัวไหล่สามี (กำมะลอ) ฉันอยู่แล้ว นี่มันตลาดสดหรือรันเวย์แฟชั่นโชว์เนี่ย? ยัยพวกนี้นะ... เมื่อก่อนเหยียดฉันยังกับกิ้งกือ ตอนนี้ล่ะทำเป็นอยากได้ของดี หลินเซียนไม่ยอมหรอกจ้า!]

ชิงเหยาเริ่มตะโกนเรียกแขกด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว

"ผักดองสูตรลับตระกูลชิงมาแล้วจ้า! กรอบ อร่อย บำรุงกำลัง ใครกินแล้วจะแข็งแรงเหมือนสามีข้านะเจ้าคะ!" นางพูดพลางเอามือลูบแขนแกร่งของจ้าวเทียนหลงโชว์แขก

จ้าวเทียนหลงเหลือบมองมือเล็กๆ ของนางที่ลูบแขนเขา แววตาของเขาไหววูบไปชั่วครู่ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านในอก เขาเริ่มรู้สึกว่าการเป็นสามี ของสตรีจอมจ้อผู้นี้... อาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนัก

ทว่าในมุมมืดของตลาด ชายลึกลับในชุดดำสองคนกำลังจ้องมองจ้าวเทียนหลงด้วยสายตาไม่หวังดี หนึ่งในนั้นหยิบภาพวาดที่ม้วนอยู่ในแขนเสื้อออกมาเทียบดู...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel