บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.1

“ศิษย์ทราบแล้วจะทำตามที่อาจารย์สั่งอย่างเคร่งครัด”

“วันนี้เจ้ากลับไปได้แล้ว”

“ขอรับ”

มองดูโจวเช่อเดินจากไปเงียบๆ หยวนหรูน้อยได้แต่ลองเดิมพันดูสักตั้ง นางเคยสิ้นใจมาแล้วคราหนึ่ง ตอนนี้ได้รับโอกาสที่สองให้กลับมามีชีวิต ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพยายามเอาตัวรอดให้ได้นานที่สุด

และจากสภาพความเป็นอยู่ของหยวนหรู บวกกับการสังเกตการณ์จากบนต้นไม้ นางพบว่าทางเดียวที่นางจะเอาชีวิตรอด ท่ามกลางการแก่งแย่งของเหล่าอิสตรี และคนในตระกูลหยวน เช่นนั้นนางก็ต้องก้าวขึ้นไปยังจุดสูงสุดให้ได้!!!

ค่ำคืนอันเงียบงันเรือนหลังจวนตระกูลหยวน กลับมีเงาร่างสองร่างกำลังเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ในมือของเด็กสาวมีกระบี่ที่ทำขึ้นจากไม้ ส่วนในมือของโจวเช่อกลับเป็นท่อนเหล็กที่ทั้งหนาและหนัก

คืนก่อนที่โจวเช่อมาเพื่อเรียนเพลงกระบี่ หยวนหรูดูจากกระบี่ของเขาแล้ว ด้วยน้ำหนักที่เบาเกินไปย่อมไม่เหมาะกับเพลงกระบี่ตระกูลซือถู หากจะให้เขาคุ้นเคยกับทุกกระบวนท่า เขาต้องใช้กระบี่ที่มีน้ำหนักสองเท่าของกระบี่จริงฝึกฝน

นางถือกระบี่ไม้ไผ่เอาไว้ในมือแน่น “ดูให้ดีกระบวนท่านี้เรียกว่าหงส์สยายปีก หากเป็นสตรีจะเน้นความอ่อนช้อยว่องไว แต่หากเป็นบุรุษเจ้าสามารถเปลี่ยนให้เป็นการจู่โจมที่หนักแน่นและเด็ดขาด ข้าจะทำให้ดูเพียงครั้งเดียว จดจำให้ดี”

นางร่ายรำกระบี่พร้อมกับความรู้สึกเหมือนกับได้ย้อนกลับไปในวันวาน ในวันที่นางยังคงมีพร้อมทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นอำนาจ ชื่อเสียง ความเกรงขาม หรือแม้กระทั่งความมั่งคั่ง

กระนั้นทุกอย่างกลับหายวับไปราวกับหลับตาตื่น ถึงอย่างนั้นนางมิใช่ไม่เคยผ่านจุดนั้นมา ในวันที่นางมีเพียงสองมือพร้อมกับภาระที่ต้องดูแลน้องสาว ชีวิตของนางผ่านความยากลำบากมามาก กว่าจะถึงวันที่นางก้าวขึ้นมายังจุดสูงสุด ดังนั้นการยืนอยู่จุดเดิมเพื่อจะก้าวขึ้นไปอีกครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องที่นางต้องหวาดกลัว

หลังจากเล็งเห็นแล้วว่าโจวเช่อมีพรสวรรค์ที่จะเรียนรู้เพลงกระบี่หงส์เหิน เพราะเพียงคืนเดียวกระบวนท่าสองในห้าเขาก็จดจำได้แล้ว นางจึงไม่กังวลเรื่องที่แผนการจะลุล่วงหรือไม่

แม้นั่งพักครู่ใหญ่ถึงอย่างนั้นหยวนหรูยังคงเหงื่อท่วม อาการหอบน้อยๆ ของนางทำให้โจวเช่อรีบรินชาอุ่นๆ ให้ทันที

“ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป ท่านออกกระบี่เพียงสามรอบ กลับเหนื่อยถึงเพียงนี้”

“นานเข้าข้าคงเริ่มคุ้นเคยไปเอง” นางรับชามาจิบช้าๆ “หาแผนที่ได้หรือยัง”

“ยังเลยขอรับ ห้าร้อยปีจะว่ามีแผนที่เยอะก็ไม่ใช่ จะว่าไม่มีเลยก็มีบ้าง เพียงแต่หุบเขากู้เจี้ยนกลับไม่มีใครเคยรู้จัก ทั้งยังไม่มีบันทึกเอาไว้”

“แล้วเล่มที่เจ้าเคยอ่านเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับเสียนหวงอี้”

“ในนั้นบอกเพียงประวัติไม่ได้เขียนถึงที่ตั้งขอรับ แต่พอจะยึดวัดไป๋อวี่เป็นที่ตั้ง หุบเขากู้เจี้ยนอยู่ทางเหนือของวัดไป๋อวี่สิบลี้ หากข้าออกนอกเมืองจะลองไปดูสักครั้ง”

“ห้าร้อยปีที่ผ่าน ไม่รู้ว่าพรรคหงส์เหินในอดีตหน้าตาจะเปลี่ยนไปเช่นไร หรือหากเจ้าไปก็ไม่แน่ว่าจะหาจุดที่ข้าซ่อนกระบี่พบ นอกเสียจากว่าข้าอาจออกไปด้วยตัวเอง ซึ่งก็คงยากเย็นไม่แตกต่าง”

“อาจารย์แม้หุบเขานั้นจะมีจริง แต่กระบี่เล่มนั้นจะยังอยู่หรือขอรับ วันเวลาผ่านไปอาจมีคนเก็บไปแล้ว”

“กระบี่ของเสียนหวงอี้ข้าเป็นคนซ่อนด้วยตัวเอง ไม่มีใครรู้ตำแหน่งที่แน่นอนนอกจากข้า ขอเพียงหาที่ตั้งหุบเขากู้เจี้ยนพบ ข้าไม่เชื่อว่าจะหามันไม่พบ” นางหันมามองโจวเช่อพร้อมกับส่ายหน้า

“กระบี่ของเจ้าเบาเกินไป จะตีขึ้นมาใหม่หรือก็ยุ่งยากทั้งยังเสี่ยงที่จะถูกสงสัย หากได้กระบี่ของเสียนหวงอี้มาไว้ในมือ ในแคว้นจ้าวนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าเจ้าจะพ่ายแพ้ให้แก่ผู้ใด” นางกล่าว

หยวนวั่นนั่งขมวดคิ้วอยู่ภายในห้องหนังสือ เขาจ้องไปยังพ่อบ้านตระกูลหยวนเขม็ง ราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “เจ้าหมายความว่าขอเพียงมีเวลาว่าง โจวเช่อก็มักจะเข้าไปในเรือนหลังเช่นนั้นหรือ”

“ไม่ผิดขอรับนายท่าน เมื่อก่อนยังคิดว่าผู้คุ้มกันโจวไปเพราะซุนเอ๋อร์ แต่หลังๆ มานี้สาวใช้ที่บังเอิญเดินผ่านบอกว่าได้ยินเสียงของคุณหนูเจ็ดท่องตำราแว่วมาให้ได้ยิน บางครายังถึงกับเคยเดินหมากกับผู้คุ้มกันโจวด้วย”

“นานเท่าไรแล้ว”

“ไม่มีใครรู้ขอรับ เท่าที่สังเกตดูคุณหนูกับผู้คุ้มกันโจวจะสนิทกันมาก บางครั้งนางยังเผลอเรียกผู้คุ้มกันโจวว่าอาจารย์”

“สาวใช้ผู้นั้นที่เจ้าให้ไปสังเกตการณ์นางทำหน้าที่อะไร”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel