บทที่ 1.3
ภาพความทรงจำเลวร้ายของเด็กน้อยหยวนหรู ทำให้แม้แต่นางก็รู้สึกโกรธแค้นชิงชังอีกฝ่าย กระนั้นในความทรงจำของเด็กน้อย กลับไร้ความรู้สึกทำนองนั้น ในหัวใจอันบริสุทธิ์กลับยังคงเต็มไปด้วยความเคารพรัก และนั่นยิ่งโหมกระพือโทสะในใจของนางให้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี
“จนกว่าเขาจะวางมือจากตำแหน่งผู้นำตระกูล”
หยวนหรูเลิกคิ้วมองโจวเช่อราวกับเขาคือตัวโง่งม เขาเองก็มองออกจึงได้แต่ก้มหน้าหัวเราะเสียงขื่น
“ข้าไร้ทางเลือก ตอนนั้นไม่อาจหาวิธีเข้าเมืองอู่โจวอย่างถูกต้อง หลายปีก่อนชาวยุทธ์ทั้งหลายต่างถูกลดชนชั้น กระทั่งไพร่ก็ไม่ใช่ทาสก็ไม่เชิง หากมิใช่ผู้คุ้มกันตระกูลใหญ่หรือคนของเหล่าผู้มีอิทธิพล ทุกคนล้วนถูกขับไล่ไม่ก็อยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ อดีตฮ่องเต้เกรงว่าหากชาวยุทธ์ไม่รับใช้ราชสำนัก ก็อาจรวมตัวกันกลายเป็นกลุ่มมือสังหาร ดังนั้นเมื่อบ้านเมืองไร้สงครามจึงกวาดล้างชาวยุทธ์ทั่วทั้งแคว้นจ้าว แคว้นอื่นๆ เห็นเช่นนั้นก็เริ่มทำตาม กระทั่งไม่กี่ปีชาวยุทธ์ทั้งหลายก็หลบเร้นกระทั่งยุทธภพหลงเหลือเพียงเรื่องเล่าขานเท่านั้น”
หยวนหรูขมวดคิ้ว “แล้วพรรคใหญ่เล่า อย่างน้อยๆ พรรคมารย่อมไม่รอให้ราชสำนักกวาดล้างอย่างแน่นอน” น้ำเสียงของนางเจือโทสะเล็กน้อย
“พรรคใหญ่หรือ? ไม่มีพรรคใหญ่มาเกือบห้าร้อยปีแล้วกระมัง ข้าติดตามอาจารย์ตั้งแต่อายุห้าขวบ ได้ยินเพียงเรื่องเล่าขานว่าครั้งหนึ่งยุทธภพต่างก็รุ่งเรือง มีพรรคใหญ่มากมายปกครองเมืองต่างๆ แบ่งเป็นฝ่ายมารและฝ่ายธรรมะอย่างชัดเจน แต่อาจารย์บอกว่าเรื่องนี้ก็เหมือนตำนานที่หายไปกับกาลเวลา”
“ห้าร้อยปีให้หลังเลยหรือ นานถึงเพียงนั้น” นางพึมพำเสียงเบา ใบหน้าผิดหวังเผยออกมาให้เห็น กระทั่งหายวับไปอย่างรวดเร็ว
“อาการป่วยของ…ท่านพ่อยังไม่แน่ชัด แต่หากยังโหมงานหนักเช่นนี้ สุขภาพของเขาอีกไม่นานคงรับไม่ไหว ตอนนี้รอเพียงวันใดที่จะทรุดลงเท่านั้น ถึงวันนั้นสัญญาระหว่างเจ้ากับเขาก็จะสิ้นสุดลง ก่อนที่เจ้าจะได้สังหารคนเพื่อแก้แค้น เจ้าเป็นคนสนิทที่เขาไว้ใจมากที่สุด ขอเพียงหาโอกาสให้ข้าได้พบเขา และเป็นโอกาสที่ข้าสร้างขึ้น ข้าจะช่วยเจ้าสังหารคนผู้นั้นแก้แค้นให้อาจารย์ที่จากไปของเจ้า”
“โอกาสเช่นไร”
หยวนหรูยิ้ม “ตระกูลหยวนไร้ผู้สืบทอดที่ท่านพ่อวางใจ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจบอกผู้ใดเรื่องอาการป่วย ขอเพียงทำให้เขาเห็นว่าเจ้ากำลังสอนหนังสือ รวมไปถึงเรื่องต่างๆ ทั้งหมดให้ข้า และสารภาพไปว่าแอบทำเพราะสงสารมานานนับปี ให้เขารู้ว่าข้าอาจช่วยเขาดูแลกิจการตระกูลหยวน”
“หยวนวั่นเป็นคนหวาดระแวง เขาคงไม่หลงเชื่อโดยง่าย”
“ข้ารู้ นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เขาจะเชื่อหรือไม่นั้นข้าจัดการเอง”
“ท่านจะทำเช่นไร”
“รู้หรือไม่ข้อได้เปรียบของข้าคือสิ่งใด” เห็นโจวเช่อขมวดคิ้วด้วยความสงสัยนางก็ยิ้ม “เวลา ข้าได้เปรียบเรื่องเวลา เพราะท่านพ่อของข้าผู้นั้นไม่มีเวลามากพอ”
อาการป่วยที่เกิดจากการหักโหมงาน เพียงเพื่อความรุ่งเรืองมั่งคั่ง กลับบั่นทอนอายุขัยของหยวนวั่น ทั้งชีวิตเขาได้รับการชื่นชมว่าเป็นยอดคนของตระกูลหยวน นำพาตระกูลหยวนให้รุ่งเรืองกระทั่งฮ่องเต้ยังเคยตรัสชมเชย กระนั้นทุกอย่างที่เขาได้มากลับแลกมาด้วยแสงแห่งชีวิตที่กำลังริบหรี่
ตระกูลหยวนมีทายาทสายตรงสิบสองคน บุตรชายคนโตสิ้นใจไปแล้วหลายปีก่อน บุตรสาวคนรองและคนที่สามออกเรือนไปแล้ว
บุตรชายคนที่สี่แม้อายุย่างสิบแปดแต่กลับเอาแต่เที่ยวเล่นวางท่าไปวันๆ
บุตรชายคนที่ห้าซึ่งถูกนางตีขาหักนั้น อายุไล่เลี่ยกันกับนาง แต่เห็นชัดว่ายังไม่พร้อมจะรับภาระใดทั้งสิ้น
บุตรสาวคนที่หกขี้อายและพูดไม่เก่ง นอกเหนือจากนั้นก็อายุน้อยกว่านางและไม่ประสีประสาทั้งสิ้น
“แต่...ข้าได้ยินมาว่าดอกสือซว่าน”
“หายไปแล้ว” นางกล่าว
“อะไรนะ!”
“ปานแดงดอกสือซว่านที่หน้าอกของข้า ไม่สิต้องบอก ตอนที่หยวนหรูน้อยสิ้นใจและข้ามาแทนก็ค่อยๆ จางลง กระทั่งถึงวันนี้ก็ไม่หลงเหลืออีกต่อไปแล้ว”
โจวเช่อได้แต่อ้าปากค้าง “เรื่องนี้เป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจเพราะดอกสือซว่านนำทางท่านมา”
หยวนหรูหันมาสบตากับโจวเช่อ “ข้าไม่รู้หรอกว่าสมควรเชื่อเช่นไร อาจเกี่ยวข้องหรืออาจไม่ เพราะข้าเองก็สิ้นใจภายใต้ทุ่งดอกสือซว่าน ที่น่าขันก็คือข้าเป็นคนปลูกขึ้นมาเองทั้งสิ้น”
นางแค่นหัวเราะ แต่กลับไม่เล่าถึงเรื่องในอดีตของตนออกมา ทั้งยังเลือกเมินเฉยต่อท่าทีผิดหวังของโจวเช่อ
เรื่องที่เกิดขึ้นยังคงชัดเจน ราวกับเพิ่งเมื่อวานนี้ที่นางทอดร่างท่ามกลางดอกสือซว่าน ทุ่งดอกไม้สีแดงที่นางหลงใหลทั้งยังให้คนปลูกเอาไว้บนเขา
‘ซือถูชิงหลิง’
นั่นคือชื่อแซ่เก่าของนาง นามที่คนทั่วทั้งยุทธภพไม่อยากแม้แต่จะได้ยิน นามซึ่งทุกคนที่ได้ยินล้วนรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน เพราะนางเป็นถึงประมุขพรรคหงส์เหิน พรรคมารซึ่งเป็นหนึ่งในใต้หล้า
ความจริงแล้วฝีมือของนางไม่ด้อยกว่าผู้ใด หากไม่ใช่เพราะความไว้ใจนางก็คงไม่ต้องมาจบชีวิตลงง่ายๆ เช่นนี้
ว่ากันว่าทุกคนล้วนต้องมีจุดอ่อน และจุดอ่อนของซือถูชิงหลิงก็คือน้องสาวแท้ๆ ครอบครัวหนึ่งเดียวที่นางมี ทั้งยังเป็นความสบายใจเดียวที่นางหลงเหลือ กระทั่งอีกฝ่ายถูกผู้อื่นหลอกลวง