บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.2

หลังจากไม่อาจทนดูอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าจึงไปที่เรือนหลัง เพราะได้ยินว่าหลานสาวกำลังป่วยหนัก สิ่งที่ได้พบกลับเป็นคุณหนูเจ็ดที่นั่งอยู่บนเตียง...

โจวเช่อขมวดคิ้วมองเด็กสาววัยสิบสี่ตรงหน้า หลังจากที่นางปีนลงมาจากต้นพลับซึ่งปลูกเอาไว้ใกล้กำแพง ใบหน้าเด็กสาวยังคงไม่เปลี่ยน ยังคงความเย็นชาจนน่าขนลุก เช่นในวันนั้นที่เขาได้พบ

บนเตียงเหม็นอับใบหน้าขาวซีด แต่ดวงตากลับเปล่งประกายดุดัน แม้ใบหน้าและร่างกายยังคงเป็นคุณหนูเจ็ด แต่เขาเชื่อว่านางไม่ใช่คุณหนูเจ็ดคนนั้นที่ทั้งอ่อนแอและดูสิ้นหวัง

เขาเคยพบนางก่อนหน้าที่จะได้ยินว่าอีกฝ่ายล้มป่วย ใบหน้าตื่นกลัว รวมไปถึงท่าทีราวกับหวาดผวาไปเสียทุกเรื่อง ทั้งนี้ก็เพราะถูกกลั่นแกล้งทุบตีอยู่เสมอ ทำให้เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือทายาทคนหนึ่งของห้าตระกูลใหญ่แห่งเมืองอู่โจว

ผิดกับวันนี้หรือเมื่อสามวันก่อน คุณหนูเจ็ดที่กล้าตีผู้อื่นจนขาหัก ทั้งยังสบตากับเขาตรงๆ ด้วยดวงตาเรียบเฉย

“ท่าน...” โจวเช่อมีท่าทีลังเล “ท่านบอกว่าหากข้ายอมช่วย ท่านจะสอนเพลงกระบี่พิสดารนั้นให้”

“ใช่” นางตอบเขาเสียงเรียบ “ภายใต้ข้อตกลงที่ว่านั้น เจ้าจะต้องเก็บทุกอย่างเป็นความลับ หากเรื่องทุกอย่างลุล่วงเจ้าต้องอยู่ข้างกายข้า คุ้มครองความปลอดภัยให้ข้าห้าปี หลังจากนั้นเจ้าจะเป็นอิสระ”

“ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้าจะทำตามข้อตกลง”

เขาไม่ชอบรอยยิ้มของนาง แม้เขาเป็นวรยุทธ์และอายุมากกว่านางถึงสิบปี แต่ไม่รู้เพราะอะไรเขาจึงรู้สึกว่าคนตรงหน้าอาวุโสกว่า

เขายอมรับว่ารู้สึกได้ถึงอำนาจและรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างเล็ก มันคล้ายความเป็นผู้นำ ความเด็ดขาด รวมไปถึงความโหดเหี้ยมซึ่งปะปนมากับรังสีแห่งการเข่นฆ่า

ใช่...เด็กวัยสิบสี่ ทั้งยังเป็นสตรี นางกลับมีรังสีแห่งการเข่นฆ่าในดวงตา!!!

วันนั้นไม่มีใครเห็นอย่างที่เขาเห็น แม้นางไร้วรยุทธ์และไร้กำลังภายใน แต่การเคลื่อนไหวกลับคล่องแคล่ว รวมไปถึงกระบวนท่าในยามที่นางกวัดแกว่งกระบี่ไม้ ยังถึงกับสามารถหักขาคุณชายห้า ซึ่งเป็นพี่ชายของนางเอง และนางทำได้โดยที่ตาไม่กะพริบ ลมหายใจก็ไม่แม้แต่จะติดขัด

หลังจากเกิดเรื่องนางนั่งลงขดตัวร้องไห้ดังลั่น พร้อมกันนั้นก็ตีหน้าเศร้าแสร้งทำเป็นหวาดกลัว กระทั่งทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าต้องปลอบโยน

เหตุการณ์วันนั้นไม่เพียงแค่ขาหัก แต่คุณชายห้ายังถูกสั่ง ถูกกักบริเวณเป็นเวลาถึงหนึ่งเดือนเต็มอีกด้วย

“คนฝึกยุทธ์ไม่ว่ายุคสมัยใดย่อมหลงใหลสิ่งแปลกใหม่ แม้ตอนนี้เหล่าชาวยุทธ์ล้วนวางมือและหลบเร้น แต่ยังมีบางคนที่ปะปนกับชาวบ้าน รวมไปถึงบางคนที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด ด้วยการเข้ามาเป็นคนคุ้มกันให้ตระกูลใหญ่”

น้ำเสียงเนิบนาบของหยวนหรู บวกกับท่วงท่าการเดินอันมั่นคงสง่างาม แม้นางจะสวมเพียงเสื้อผ้าฝ้ายมอซอตัดเย็บอย่างไม่ประณีต แต่นางกลับดูราวกับของที่ถูกวางผิดที่ผิดทางในความรู้สึกของโจวเช่อ

“เจ้าเป็นคนมีฝีมือ ตอนแรกข้ายังคิดว่าเป็นเหตุผลเหล่านั้น แต่ไม่นานมานี้ข้าบังเอิญรู้เรื่องหนึ่ง”

โจวเช่อชะงักทันที ใบหน้าของเขาแฝงประกายโทสะขึ้นมาช้าๆ

“ไม่ต้องโทษนาง นางไม่ผิด เป็นข้าเองที่หลอกถามเรื่องนี้จากนาง”

เขากำมือแน่นเพราะตระหนักดีว่า ‘นาง’ ซึ่งอีกฝ่ายพูดถึงคือผู้ใด

ซุนเอ๋อร์ สาวใช้ซึ่งฮูหยินผู้เฒ่าส่งมาดูแลหยวนหรู นางก็คือหญิงคนรักของเขา หลายวันก่อนเขาได้ยินมาว่าคนรักถูกส่งตัวมาดูแลคุณหนูเจ็ด เพราะฮูหยินผู้เฒ่าเอ็นดูสงสารคุณหนูเจ็ดมาก เขาจึงมั่นใจว่าอีกฝ่ายจงใจ

“เพราะอย่างนี้ท่านจึงเจาะจงเลือกซุนเอ๋อร์หรือ เพราะท่านรู้ว่า...” เขาไม่พูดต่อเพราะคำตอบก็ชัดเจนแล้วจากรอยยิ้มของอีกฝ่าย

“หากจะแก้แค้น ฝีมือของเจ้าต้องเหนือกว่าศัตรู ข้าไม่เคยเห็นฝีมือของผู้คุ้มกันหัวหน้าตระกูลเฟิง แต่ข้ามั่นใจว่าเพลงกระบี่ของข้าเหนือกว่าผู้ใดในดินแดนนี้”

โจวเช่อขมวดคิ้ว “ยอมรับแล้วหรือว่าแท้ที่จริงท่านมิใช่คุณหนูเจ็ด แต่เป็นคนที่มาจากที่อื่น” เขายังคงไม่ยอมรับว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงในการขายตัวเป็นผู้คุ้มกันของหยวนวั่น นั่นก็คือหาโอกาสสังหารเจียงหง ผู้คุ้มกันของหัวหน้าตระกูลเฟิงคนปัจจุบัน

หยวนหรูเลิกคิ้วมองโจวเช่อ “อะไรทำให้เชื่อเช่นนั้น”

“ท่านมิใช่คุณหนูเจ็ดหยวนหรู ท่านคือใคร”

“ข้านะหรือ”

รอยยิ้มที่มุมปากของอีกฝ่ายทำให้โจวเช่อถึงกับขนลุก

“ข้าก็คือหยวนหรู ผู้นำตระกูลหยวนคนต่อไปอย่างไรเล่า”

โจวเช่อครุ่นคิดอยู่นานและหยวนหรูก็ไม่ได้เร่งรัดเขา นางเพียงยืนมองกลุ่มสาวใช้ซึ่งเดินอยู่ฝั่งตรงข้ามจุดที่นางยืนอยู่ ตรงกลางระหว่างทางเดินนี้เป็นสระบัวขนาดใหญ่ ฟากหนึ่งคือสวนแมกไม้นานาพันธุ์ซึ่งประดับประดาอย่างงดงาม แต่อีกฟากกลับถูกปล่อยรกร้างกระทั่งมองไม่ออกว่ามีคนอาศัยอยู่

“ข้าต้องทำอย่างไร”

“เจ้าทำสัญญากับหยวนวั่น...” หยวนหรูแค่นเสียงอย่างดูแคลนเมื่อเรียกหยวนวั่นเป็นบิดา “ท่านพ่อ ข้าหมายถึงท่านทำสัญญากับท่านพ่อกี่ปี”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel