9 ตัวแทน
“ทะ... ทำไมเป็นผมล่ะครับจารย์!”
“ผมจะปรับไม่ให้มีบทพูดในฉากและก็จะสาดไฟไปด้านหลังไม่ให้โฟกัสหน้า คุณก็แค่แสดงแทนฉากเรือล่มเท่านั้นเอง”
“ผมไม่เอานะจารย์! ผมกลัว!” เด็กหนุ่มร้องเสียงหลงปฏิเสธลูกเดียว
“มันแค่การแสดงรึเปล่าวะไอ้ปอด” ผู้กำกับแทรกขึ้น “ฉันให้ค่าตัวแกสองเท่าเลยเอ้า!”
“ไม่เอา ผมไม่เล่นเด็ดขาด”
เด็กหนุ่มยังคงยืนกรานก่อนจะเดินหนีไปอีกทาง รุ้งตะวันยืนดูอยู่ก็รู้สึกถึงบรรยากาศตึงเครียดขึ้นยิ่งเห็นทินพัฒน์นั่งลงกุมขมับ เธอยิ่งเป็นห่วง ขนาดซ้อมใหญ่ยังเป็นปัญหาแล้ววันจริงจะแค่ไหน หญิงสาวได้แต่มองไปที่ท่าน้ำครุ่นคิด...
“หรือว่าตัดฉากนี้ไปดี” ทินพัฒน์เปรย
พิชัยหันขวับมาหาอาจารย์ก่อนโวยลั่นอย่างคนวาจาโผงผางเป็นนิจ “ไม่ได้นะจารย์ ฉากล่มเรือเป็นฉากสำคัญที่จะทำให้พระเอกวาร์ปไปอดีต ถ้าไม่มีจะทำไงล่ะเอาอะไรมาวาร์ปแล้วถึงจารย์จะแก้บททันผมก็กำกับไม่ทัน ฉากก็ไม่ทันด้วยนะครับ”
“เออ ก็จริงของคุณ แล้วเราจะทำยังไงกันดีกับเวลาที่กระชั้นขนาดนี้” ทินพัฒน์บ่นพลางเดินไปเดินมาหน้าเครียดคิดหนัก
ทันใดนั้นเสียงโครมครามก็ดังขึ้น รุ้งตะวันถึงกับสะดุ้งโหยงตามด้วยเสียงวี้ดว้ายของโสภิตาที่กระโดดผลุงหลบหลังเธอตัวสั่นงันงก รุ้งตะวันตั้งสติมองหาที่มาของเสียงถึงกับตะลึง
ภาพเด็กหนุ่มที่ทินพัฒน์หมายมั่นปั้นมือเอามาเป็นสแตนด์อินนอนพังพาบร้องโอดโอยอยู่ที่ตีนบันไดชั้นล่างสุดของเรือนไทยในสภาพศีรษะเปื้อนเลือดใกล้กันเป็นโอ่งมังกรเนื้อหนาที่ใช้เป็นอ่างบัวมีรอยบิ่นแตกบ่งบอกการกระแทกอย่างแรงจากเจ้าของร่างนั้น
ทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบงัน...
กระทั่งทินพัฒน์ตั้งสติได้รีบลงไปประคองทั้งเรียกทีมงานให้พาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล กว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่สภาวะปกติก็ค่ำเต็มที่อีกตามเคย
“นี่มันอาถรรพ์อะไรกันวะ เราก็บวงสรวงชุดใหญ่แล้วนี่นา หรือเราจะเลื่อนไปก่อนดีครับจารย์” ผู้กำกับถามขณะล้อมวงกินข้าวเย็นที่สตาฟเตรียมมา
ทินพัฒน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ขณะกวาดตามองทีมงานที่แต่ละคนสีหน้าหมดอาลัยตายอยากบ้างหวาดผวาไปตามๆ กันแล้วถึงกับวางช้อนเพราะกินไม่ลง
รุ้งตะวันที่นั่งอยู่ในวงกับโสภิตาก็พลอยเครียดไปด้วยจึงเอ่ยถาม “หรือเพราะว่าเราไม่ได้ไหว้เจ้าที่เจ้าทางด้วยคะอาจารย์”
“นั่นสิคะ หนูงี้ขนลุก!” โสภิตาได้ทีเสริม
กระนั้นอาจารย์หนุ่มก็ยังยิ้มเนือยๆ ให้ก่อนตอบ “เราทำทุกอย่างที่ควรจะทำได้แล้วแต่ก็ยังเกิดเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน เห็นทีงานนี้คงต้องเลื่อนไปจริงๆ แต่ตอนนี้ติดที่ว่าเราเชิญแขกระดับวีไอพีทั้งนั้นซึ่งมันเป็นการยากหากต้องมาหยุดลงกลางคันแบบนี้ มันอาจจะมีผลต่อภาพรวมของคณะของเราด้วย”
“หรือว่าหาโลเคชั่นใหม่ดี” พิชัยเสนอ
“ไม่ได้ เวลาไม่มีไม่พอเราไม่มีทุนสำหรับค่าสถานที่แล้ว”
“งั้นหรือว่าเราจะจ้างสตั๊นท์มืออาชีพดีครับ”
“เป็นความคิดที่ดี แต่เราจะหาได้ที่ไหนในเวลาแบบนี้” ทินพัฒน์เปรยเสียงเนือย
รุ้งตะวันฟังแล้วก็เหนื่อยแทน ครั้นมองไปยังทีมงานที่ต่างก็ตรากตรำกันมาทั้งวันแล้วยิ่งสงสารจับใจ เธอผุดลุกเดินไปไม่สนใจเสียงเรียกของโสภิตาที่ตั้งท่าจะลุกตามแต่พอเห็นว่ารุ้งตะวันไปที่ไหนก็กลัวหงอทรุดตัวลงนั่งตามเดิม
“เฮ้อ! จะทำอะไรนะยายรุ้ง”
“รุ้งทำอะไรเหรอ...” ทินพัฒน์ถามเห็นทีท่าอ้ำอึ้งของสาวอวบก็มองตามไปจึงเห็นร่างระหงของรุ้งตะวันผลุบหายเข้าไปยังห้องนอนกลางที่ปิดตาย
“สงสัยไปขอร้องพี่สุดหล่อมังคะอาจารย์”
“หืม... พี่สุดหล่อ?”
โสภิตานึกได้ว่าเรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเธอกับรุ้งตะวันจึงแก้เก้อ “ก็แบบว่าคงไปขอเจ้าบ้านเจ้าเรือนให้ละครเวทีสำเร็จลุล่วงอะไรทำนองนี้ค่ะอาจารย์”
“ไหนว่าห้องนั้นเป็นเขตหวงห้ามไม่ให้พวกเราเข้าไป”
“นะ... นั่น... ก็ใช่ค่ะ”
คราวนี้สาวอวบถึงคราวอึกอัก ทินพัฒน์หรี่ตามองอย่างจับสังเกตเห็นแต่สีหน้าซีดเผือดของโสภิตาที่ไม่ให้ความกระจ่างก็ลุกขึ้นทันที
“งั้นผมไปดูดีกว่า”
“เดี๋ยวอย่าไปเลยค่ะ”
ไม่ทันที่ทินพัฒน์จะเดินไป รุ้งตะวันก็ออกมาจากห้องเดินตรงลิ่วมายังวงข้าวทำให้ทั้งหมดหันมาที่เธอเป็นตาเดียว
ทินพัฒน์ตรงเข้าคว้ามือนุ่มนิ่มมากุมไว้ด้วยความเป็นห่วงทันที “คุณเข้าไปทำอะไรในนั้นหรือรุ้ง”
รุ้งตะวันรู้ตัวจึงดึงมือออกช้าๆ แก้เก้อก่อนจะยิ้มให้อาจารย์หนุ่มและทุกคนที่อยู่กลางวงข้าวนอกชานแล้วจึงประกาศชัดถ้อยชัดคำ
“ฉากล่มเรือนั้น ให้รุ้งเล่นแทนนะคะอาจารย์”
“ไม่ได้หรอกรุ้ง!”
“แต่รุ้ง”
“ผมยอมให้คุณทำแบบนั้นไม่ได้!”
ความเงียบเข้าปกคลุมทันทีที่ทินพัฒน์ยืนกรานเสียงแข็งในขณะที่คนอื่นมีท่าทีอ่อนลงเมื่อได้ยินคำบอกของรุ้งตะวัน อาจารย์หนุ่มแม้ไม่เชื่อเรื่องลี้ลับแต่ก็อดเป็นห่วงหญิงสาวไม่ได้จนกระทั่งพิชัยละสายตาจากหญิงสาวมาสบตาทินพัฒน์อย่างพึงพอใจ
“รุ้งทำผมทรงนี้ออกมาโอเคเลยนะจารย์ นี่ผมอยากจะคิดจริง ๆ ว่ารุ้งดูดีพอจะเป็นพระเอกแทนได้เลยถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงอะนะ ดูสิครับจารย์”
ทินพัฒน์ชะงักทันทีที่รุ้งตะวันเหลียวมา ดวงหน้าเนียนใสที่ไร้เครื่องสำอางทรงผมแสกกลางเสยหวีข้างที่ทีมงานทำให้อีกทั้งเครื่องแต่งกายสีกรักมอซอทำให้หญิงสาวดูห้าวหาญเด็ดเดี่ยวขึ้นมาก
“รุ้งเท่ไหมคะอาจารย์”
“อะ... อืม ก็เท่ แต่ว่า” ทินพัฒน์อึกอักทันที
รุ้งตะวันรีบบอก “อาจารย์เชื่อใจรุ้งนะคะ หากมีอาถรรพ์อะไรในบ้านหลังนี้ก็คงไม่ทำอะไรลูกหลานแท้ๆ ของเขาหรอกค่ะ”
“แต่ผมไม่สบายใจที่ทีมเรามีผู้ชายเยอะแยะแต่กลับไม่กล้าแล้วให้รุ้งมารับแทน มันเหมือนการเอาเปรียบผู้หญิง หากคุณเป็นอะไรขึ้นมาล่ะ”
