ตอนที่ 4 การไต่สวน
ขบวนรถม้าของสกุลซุนเคลื่อนไปตามทางโดยมีทหารของโจวจื่อรั่วคุ้มกันรอบด้าน และมีแม่ทัพผู้น่าเกรงขามและทหารคนสนิทร่วมเดินทางไปพร้อมกัน
ด้านหน้ารถม้ามีชงเอ๋อร์สาวใช้คนสนิทของซุนลี่หรูนั่งอยู่กับคนบังคับรถม้า ภายในรถม้ามีสองสามีสกุลซุนและซุนลี่หรูนั่งอยู่ด้วยกันสามคน
คุณหนูสามซุนเปิดผ้าม่านหน้าต่างรถม้ามองออกไปยังข้างทาง ก่อนจะมองแผ่นหลังที่องอาจของแม่ทัพโจว แล้วเม้มริมฝีปากแน่นรู้สึกชิงชังเขายิ่งนัก
“โยวโยว เจ้าไม่น่าลำบากมากับข้าเลย” ผู้เป็นบิดากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล
“ท่านพ่อต้องโดนใส่ร้ายเช่นนี้ย่อมลำบากกว่า ความลำบากของข้าเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ท่านพ่อต้องเผชิญ” หญิงสาวกล่าวเสียงหวานแล้วยิ้มให้แก่บิดา
“หากไม่เป็นเพราะว่าเจ้าตามมา ข้ากับท่านพี่ก็คงไม่ต้องนั่งเบียดเสียดลำบากเช่นนี้” ซุนเพ่ยหลินพูดเสียงเรียบแล้วเอามือทุบที่ขาของตนเองแสดงความปวดเมื่อยให้นางเห็น
“ให้ข้าช่วยบีบนวดให้ท่านหรือไม่” ซุนลี่หรูถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน แต่ซุนฮูหยินหาได้ตอบไม่ มองไปทางอื่นด้วยท่าทางที่รำคาญหูรำคาญตาจนหญิงสาวต้องสลดลง
“ไปจวนแม่ทัพโจวครั้งนี้ลำบากเจ้าแล้วฮูหยิน” ซุนต้านหันมาพูดกับภรรยา
“ขอแค่ท่านพ้นข้อกล่าวหา ลำบากแค่ไหนข้าก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว” นางกล่าวเสียงนุ่มกับสามีแล้วกุมมือเขาเอาไว้
ซุนต้านมองภรรยาด้วยสายตาที่เป็นกังวล การไต่สวนครั้งนี้หากโจวจื่อรั่วไม่มีหลักฐานมัดแน่นพอคงไม่กล้านำตัวตนมาไต่สวนโดยใช้ป้ายคำสั่งขององค์ไท่จื่อแทนหมายจับกุมแน่
**********************
ซุนต้าเหยาที่ได้รับข่าวจากน้องสาวก็รีบกลับมาที่จวนสกุลซุนด้วยความร้อนใจ ไม่คิดเลยว่าโจวจื่อรั่วจะบุกมาตอนที่ตนไม่อยู่ แล้วนำตัวบิดาไปไต่สวนอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ท่านแม่ฝากจดหมายนี้ให้ท่านก่อนไป” ซุนลี่หลิงนำจดหมายให้แก่พี่ชาย แล้วมองเขาอ่านจดหมายนั้นด้วยสีหน้าที่ดูน่ากลัวและแสดงความเจ็บแค้นออกมาอย่างชัดเจน
“หลิงเอ๋อร์ เจ้าอยู่เฝ้าที่จวนนี้ ข้าจะไปเข้าเฝ้าอ๋องเสิ่น”
“พี่ใหญ่ท่านพึ่งกลับมาก็จะออกเดินทางอีกแล้วหรือ พักก่อนสักคืนดีหรือไม่” ซุนลี่หลิงถามด้วยความห่วงใย ไม่เข้าใจว่าในจดหมายนั้นมารดาให้พี่ชายไปเข้าเฝ้าอ๋องเสิ่นเพื่อสิ่งใด
ป้ายคำสั่งทองขององค์รัชทายาทแม้แต่อ๋องเสิ่นที่เป็นผู้ครองแคว้นฉีก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ ยิ่งเป็นข้อหากบฏด้วยแล้วก็ยิ่งไม่มีผู้ใดอยากยื่นมือเข้ามาข้องเกี่ยว
“ไม่ได้หรอกหลิงเอ๋อร์ หากช้ากว่านี้จะไม่ทันการ” คุณชายสกุลซุนกล่าวแล้วรีบจากไปพร้อมกับผู้ติดตามของตน โดยมีสายตาของน้องสาวร่วมสายเลือดมองตามด้วยความรู้สึกสงสัยว่ามารดาและพี่ชายมีเรื่องอะไรปิดบังตนอยู่กันแน่
**********************
เมื่อถึงจวนแม่ทัพโจว ซุนต้านก็ถูกแยกไปพักที่เรือนด้านหลังเพื่อป้องกันการหลบหนี ในขณะที่ทหารก็กันตัวซุนฮูหยินและซุนลี่หรูออกห่างแล้วพาไปยังที่พักรับรองโดยให้อยู่แยกจากกันและมีทหารคุ้มกันไม่ให้ออกจากห้อง
โจวจื่อรั่วไปยังที่เรือนพักรับรองที่กักบริเวณนายอำเภอซุนแล้วให้ทหารออกไปรวมทั้งต้าเซ่อและซูเยี่ยคนสนิทของตนด้วย
หลังจากที่อยู่กันตามลำพังแล้วโจวจื่อรั่วก็ถามเขาถึงสิ่งที่ตกลงกันไว้เมื่อวานนี้ “ข้าไม่คิดว่าฮูหยินของท่านจะตามมาด้วย แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปดี”
“นางคงกังวลว่าข้าจะเปิดเผยเรื่องก่อกบฏของคนเหล่านั้น มิใช่ว่าห่วงใยข้าแต่อย่างใด” ซุนต้านถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม
“แต่โชคดีที่ท่านคาดการณ์ถูกว่าคุณหนูสามจะต้องติดตามท่านมา ในเมื่อข้าทำตามสัญญาดึงนางออกมาจากจวนสกุลซุนได้แล้ว ท่านต้องบอกความจริงแก่ข้าว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลัง” โจวจื่อรั่วทวงสัญญาที่เขามอบให้
“ฮูหยินของข้านางตามมาด้วยเช่นนี้ ท่านคิดว่านางจะยอมให้ข้าพูดความจริงเช่นนั้นหรือ นางต้องการใช้โยวโยวบีบบังคับข้าทางอ้อมให้ต้องช่วยปกปิดและช่วยเหลือเรื่องนี้เสียมากกว่า”
“แล้วท่านจะให้ข้าทำเช่นไร อย่าอ้อมค้อม”
“แต่งงานกับโยวโยว ให้นางอยู่ในความคุ้มครองของท่าน จากนั้นท่านก็ใช้นางบีบข้า ส่วนข้าก็จะกลับไปร่วมมือกับคนเหล่านั้นรอการเปิดโปงจากท่าน”
ข้อเสนอของซุนต้านทำให้แม่ทัพหนุ่มนิ่งอึ้งไป มองท่าทางของผู้เป็นพ่อที่ห่วงบุตรีคนเล็กของตนอย่างสุดหัวใจกังวลเรื่องความปลอดภัยของนางก็ทำให้เขาตอบตกลง
“ได้ ข้ารับปากจะแต่งงานกับนาง”
“แต่ทุกอย่างต้องไม่ให้นางรู้ว่าเป็นแผนการของข้า มิเช่นนั้นนางจะถามหาเหตุผลและเป็นอันตรายแก่ตัว” ซุนต้านบอกด้วยความกังวล เพราะซุนลี่หรูจะทำสิ่งใดต้องมีเหตุผลและอยากรู้อยากเห็นในทุกเรื่อง
“ข้าพอเข้าใจ” โจวจื่อรั่วรู้ว่าเจ้าตัวสอดแนมนั้น ความอยากรู้อยากเห็นของนางจะนำภัยมาแก่ตัวในภายหลัง
“ท่านต้องสร้างสถานการณ์บีบบังคับนางให้แต่งงาน ข้าเชื่อว่าหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้านางย่อมยินยอมแน่”
แม่ทัพหนุ่มพยักหน้ารับ หากการแต่งงานที่เกิดขึ้นจะช่วยให้ปราบกบฏที่เป็นภัยต่อบ้านเมืองได้เขาก็ยินดี และหากเป็นบุตรีคนเล็กของซุนต้านแล้วก็ยิ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะนับตั้งแต่คืนนั้นเขาก็รู้สึกว่าอยากปราบพยศนางเสียเหลือเกิน
“เหตุใดท่านร่วมมือกับข้าง่ายดายถึงเพียงนี้ เป็นเพราะห่วงนางเท่านั้นเองหรือ” แม่ทัพผู้องอาจถามด้วยความใคร่รู้
“ข้ามิอาจบอกเหตุผลแก่ท่านได้ เรื่องในครอบครัวมิอาจแพร่งพรายให้คนนอกรู้ได้” ซุนต้านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง ยิ่งนึกถึงตอนที่ตนต้องถูกบังคับให้แต่งงานกับฮูหยินของตนก็ยิ่งเจ็บปวด
หากมิใช่เพราะบิดาของนางขู่จะฆ่าคนรักของตนซึ่งเป็นมารดาของซุนลี่หรูมีหรือว่าจะยอมแต่งงานกับหญิงที่ตั้งครรภ์กับชายอื่น
ซุนต้าเหยาหาใช่ลูกแท้ๆ ของตนไม่ รวมไปถึงซุนลี่หลิงที่จนป่านนี้ก็ยังแคลงใจในชาติกำเนิด เพราะช่วงเวลานั้นตนกับหญิงคนรักที่ตบแต่งเข้ามาเป็นอนุอยู่ด้วยกันที่เรือนเล็กบ่อยกว่าอยู่เรือนใหญ่กับนาง
แต่ซุนเพ่ยหลินกลับตั้งครรภ์ก่อนและคลอดบุตรีคนรองก่อนหน้าซุนลี่หรูเพียงสองเดือนเท่านั้น
ที่ผ่านมาแม้ซุนฮูหยินจะแสดงออกมารักตน แต่ว่าเพราะใจที่รักมั่นต่อฮูหยินรองทำให้เขามิอาจมอบความรักให้แก่นางได้
จนกระทั่งฮูหยินรองได้จากไปในคืนที่ซุนลี่หรูถือกำเนิด เพื่อความปลอดภัยของบุตรีคนเล็กจึงจำใจต้องแสร้งทำเป็นรักซุนเพ่ยหลินและยอมรับลูกๆ ของนางให้เป็นบุตรของตน
และคิดในแง่ดีว่าแม้ซุนต้าเหยาจะมิใช่บุตรที่เกิดจากตน แต่อย่างน้อยซุนลี่หลิงก็อาจเป็นสายเลือดของตนก็ได้
“ข้าไม่สนใจเรื่องภายในครอบครัวท่าน ที่ข้าอยากรู้มีเพียงเรื่องแผนที่คิดกบฏต่อบ้านเมืองเท่านั้น”
“ตอนนี้ข้าได้เปิดเผยไส้ศึกที่อยู่ใกล้ตัวท่านไปแล้ว วางใจเถอะหลังแต่งงานข้าจะค่อยๆ เผยแผนการให้ท่านรับมือทันแน่ แต่ตอนนี้ทำตามแผนที่วางไว้ก่อนเถิด” นายอำเภอซุนพูดด้วยน้ำเสียงที่กระวนกระวายใจเล็กน้อย
“ข้ารับปากแล้ว ท่านอย่าได้กังวลไป” แม่ทัพหนุ่มพูดให้เขาวางใจ ก่อนจะเดินไปด้วยท่าทางที่โมโหแสร้งทำเป็นว่างมาสอบสวนอีกฝ่ายแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ
**********************