ตอนที่ 3 ป้ายทองคำ
สำรับอาหารรสเลิศถูกจัดให้แก่แขกผู้มาเยือนเป็นอย่างดี โจวจื่อรั่วนั่งมองอาหารชั้นดีตรงหน้าที่ตนไม่ได้ลิ้มรสมานานแล้วเพราะอยู่ท่ามกลางศึกสงครามที่มีแต่อาหารในกองทัพ
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราครึ้มบัดนี้ได้ถูกทำความสะอาดออกจนเกลี้ยงเกลา เสื้อผ้าที่ถูกคนรับใช้สกุลซุนนำไปทำความสะอาดให้ถูกสวมกลับพร้อมกับเกราะสีดำที่องอาจ ทำให้จากแม่ทัพที่น่ากลัวและดุดันกลายเป็นแม่ทัพที่แสนสง่าผ่าเผยและรูปงามจนทหารคนสนิทนั้นยิ้มให้แก่กัน
“ท่านแม่ทัพของเราช่างสง่างามยิ่งนัก”
“สาวงามผู้โชคดีที่จะได้ครองใจท่านแม่ทัพจะเป็นผู้ใดกัน”
โจวจื่อรั่วเผยรอยยิ้มที่มุมปาก คำว่า ‘หญิงงาม’ ทำให้เขานึกถึงใบหน้าอ่อนหวานที่ดื้อรั้นของซุนลี่หรู
“หมายจับกุมซุนต้านมาถึงหรือยัง” แม่ทัพหนุ่มถามถึงงานสำคัญของตนที่ทำให้มาอยู่ที่นี่
“เหมือนว่าใต้เท้าซุนจะไหวตัวทัน ทำให้มีคนขัดขวางการออกหมายจับกุมในครั้งนี้” ต้าเซ่อพูดด้วยน้ำเสียงที่เจ็บใจ
“เราพึ่งมาถึงที่จวนของเขาเมื่อวานนี้ แต่กลับไหวตัวทันจนมีการขัดขวางการออกหมายจับกุม เช่นนี้เรื่องคงไปถึงหูของคนผู้นั้นแล้ว” โจวจื่อรั่วพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนไม่ได้ประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะตนคาดเดาเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
**********************
ทหารที่ติดตามมาของโจวจื่อรั่ววิ่งเข้ามาในห้องโถงใหญ่ของเรือนหลักแล้วตามมาด้วยโจวจื่อรั่วและคนสนิททั้งสองที่เดินตามรั้งท้ายเข้ามา
“นายอำเภอซุนต้าน เชิญท่านตามเรากลับไปที่จวนแม่ทัพโจวเพื่อไต่สวนในข้อหากบฏต่อแผ่นดิน” ต้าเซ่อประกาศการจับกุมโดยมีโจวจื่อรั่วมองด้วยสายตาที่ไร้ความปรานี
“ท่านพักที่นี่ กินข้าวสกุลซุน กล้าดีเช่นไรทำการอุกอาจเช่นนี้” ซุนเพ่ยหลินพูดด้วยความไม่พอใจ
“ท่านทำเกินไปแล้วโจวจื่อรั่ว ที่นี่เป็นจวนนายอำเภอท่านกำลังกล่าวหาล่วงเกินข้าและหยามเกียรติตำแหน่งนายอำเภออยู่” ซุนต้านพูดเสียงดังอย่างไม่ยอมรับ ทำให้ทหารเฝ้าจวนกรูกันออกมาล้อมเอาไว้ แม้คนจะมากกว่าก็ย่อมสู้ทหารศึกได้ไม่จึงได้แค่ยืนล้อมไว้เท่านั้น
“ข้ามีหลักฐานที่อยากจะสอบถามท่านเพื่อขอความร่วมมือ เกี่ยวกับขบวนขนอาวุธของทหารออกนอกเมืองไปยังจิ้งหนานทั้งๆ ที่ยังไม่มีศึกสงครามในเมืองนั้น เห็นได้ชัดว่ามีคนจงใจซ่องสุมกำลังทหารเพื่อก่อกบฏ ขอเชิญใต้เท้าซุนไปกับข้าด้วย”
“ขบวนขนอาวุธนั้นใช้ในการฝึกซ้อมทหารเพื่อรับมือกับศึกสงคราม ข้าว่าท่านแม่ทัพคงไม่อยากให้จิ้งหนานต้องโดนโจมตีฝ่ายเดียวโดยที่ทหารไร้ฝีมือหรอกนะ” ซุนต้านพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง แววตาไม่ยำเกรงบุรุษตรงหน้าเลยสักนิด
“ทหารที่จิ้งหนานมีห้าพันนาย ดาบถูกส่งไปสี่พันเล่ม ธนูสองพันคันพร้อมลูกศรหัวเหล็กมากกว่าสามหมื่นดอก หอกอีกสองพัน แบบนี้แล้วท่านจะบอกว่าทหารห้าพันนายนั้นใช้อาวุธทั้งหมดนี้ฝึกซ้อมเช่นนั้นหรือ” โจวจื่อรั่วที่มีข้อมูลทุกอย่างในมือพูดด้วยความมั่นใจจนอีกฝ่ายเริ่มมีสีหน้าที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
“แต่ถึงอย่างนั้นท่านก็ไม่ควรบุ่มบ่ามมาเชิญไปไต่สวนโดยไม่มีหมายจับ เห็นทีว่าข้าต้องนำเรื่องนี้ไปคุยกับท่านอาของข้า” ซุนฮูหยินรีบปกป้องสามีของตน ทำให้โจวจื่อรั่วชะงักไปเมื่อรู้ว่านางกำลังจะยืมมือของ อ๋องเสิ่น ที่ปกครองแคว้นนี้มาให้ความช่วยเหลือสามี การระงับหมายจับนั้นก็คงเป็นฝีมือนางที่ให้อ๋องเสิ่นใช้อำนาจจัดการให้
“ท่านแม่ทัพข้าว่าเรารอหมายจับอย่างเป็นทางการก่อนแล้วค่อยมาอีกครั้งน่าจะดีกว่า” ต้าเซ่อเข้าไปกระซิบบอกแก่นายของตนด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล
แม่ทัพโจวแสยะยิ้มร้ายออกมาแล้วล้วงหยิบป้ายทองขององค์ไท่จื่อออกมาทำให้ทหารของนายอำเภอต้องลดอาวุธลง “ข้ามิได้มาจับกุมผู้ใด เพียงแต่มาเชิญใต้เท้าซุนไปเพื่อไต่ถามเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินงานของเขาเท่านั้น”
“นี่เจ้า..” ซุนฮูหยินที่มิอาจขัดต่ออำนาจของป้ายทองได้ นางได้แต่ยินยอมให้สามีถูกนำตัวไปไต่สวน
ในตอนนั้นเองซุนลี่หรูก็วิ่งเข้ามาจากประตูด้านหน้าด้วยความร้อนใจแต่ถูกทหารของโจวจื่อรั่วขวางเอาไว้ก่อน
“ท่านพ่อข้าไม่ได้มีส่วนในการกบฏ ปล่อยท่านพ่อของข้า” เจ้าของใบน้ำเสียงที่ร้อนรนพยายามจะฝ่าเข้ามาเสียให้ได้
“ข้าถือป้ายทองขององค์รัชทายาท หากเข้าขัดขวางก็จะถูกลงโทษ” โจวจื่อรั่วตวาดเสียงดังลั่น
“โยวโยว พ่อแค่ถูกเชิญไปสอบสวนเท่านั้นยังมิได้ถูกจับกุมในฐานะกบฏ เจ้าอย่าได้เสียมารยาทต่อหน้าท่านแม่ทัพ” เขาบอกบุตรีคนเล็กด้วยน้ำเสียงที่ห่วงใย
ซุนลี่หลิงเองที่ทราบเรื่องก็มาดูเหตุการณ์แล้วยืนอยู่หลังมารดาด้วยความคาดไม่ถึง
“ให้คนส่งจดหมายเรียกให้พี่เจ้ากลับมา” ซุนเพ่ยหลินกระซิบบอกบุตรสาว ซุนลี่หลิงพยักหน้ารับแล้วรีบเดินออกจากห้องโถงไปดำเนินการตามที่มารดาบอก
“ข้าไม่ยอม” ซุนลี่หรูบอกเสียงแข็ง
“ให้นางเข้ามา” โจวจื่อรั่วสั่งให้ทหารเปิดทางให้นางเข้ามา
หญิงสาวรีบไปยืนข้างบิดาด้วยความห่วงใย หากไม่มีเขาอยู่ที่นี่แล้วก็ไม่มีใครคุ้มครอง แม้พี่สาวต่างมารดาจะรักและเอ็นดูนางมากเพียงใดแต่ว่าก็มิอาจทัดทานอำนาจของนางซุนผู้เป็นแม่ได้
โดยเฉพาะซุนต้าเหยาพี่ชายคนโตที่เป็นเจ้าของโรงน้ำชาในเมืองจิ้งหนานที่เจอหน้ากันก็จะมักกลั่นแกล้งนางอยู่เสมอ
“เจ้ากลับเข้าห้องไปก่อนโยวโยว ข้าตามท่านแม่ทัพไปไม่กี่วัน หากหาข้อแก้ต่างได้แล้วก็จะกลับมา เชื่อข้าเถิด” ซุนต้านย้ำบอกบุตรีเสียงเบา
“ไม่ ข้าจะติดตามท่านพ่อไปด้วย” นางยืนยันเสียงแข็ง
โจวจื่อรั่วมองสถานการณ์ตรงหน้า แล้วตัดสินใจที่จะให้นางติดตามบิดาไปด้วย
“ให้นางตามไป ใต้เท้าซุนเชิญไปกับข้า” เขาอนุญาตให้นางติดตามไปและหันไปพูดกับซุนต้านด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง
“ท่านอุกอาจเช่นนี้ จะยอมรับผลที่ตามมาแล้วใช่หรือไม่” ซุนเพ่ยหลินกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธขึ้ง
“ท่านกำลังข่มขู่ข้าอยู่ รู้หรือไม่” เขาหันไปกล่าวกับนางแล้วจ้องด้วยแววตาที่เย็นชาจนอีกฝ่ายต้องลดท่าทีลงด้วยความยำเกรงในอำนาจของเขา
“หากหาหลักฐานไม่ได้ว่าสามีข้าผิดจริง เมื่อนั้นข้าจะเอาเรื่องท่านให้ถึงที่สุด”
“ข้ามั่นใจว่าจะไม่มีวันนั้น” โจวจื่อรั่วพูดด้วยความมั่นใจ ซุนลี่หรูมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
นางจะไม่ยอมให้บิดาถูกเขาให้ร้าย เพราะหากจะมีใครคิดกบฏจริงคนผู้นั้นย่อมเป็นซุนต้าเหยาที่เปิดโรงน้ำชายบังหน้าที่เมืองจิ้งหนานเสียมากกว่า
แม่ทัพโจวหันมามองนางอีกครั้ง ซุนลี่หรูยอมที่จะติดตามบิดาไปด้วยเช่นนี้เห็นทีว่าการอยู่ที่จวนแห่งนี้โดยไม่มีบิดาคงเป็นสิ่งที่ทำให้นางไม่เป็นสุขจนยอมที่จะไปลำบากเช่นนี้
“ข้าก็จะไปด้วย” ซุนเพ่ยหลินบอกด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
มิใช่ว่านางจะเป็นห่วงสามีเพียงเหตุผลเดียว แต่มีเหตุผลอื่นที่อยากติดตามไปด้วย
**********************