บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 แยบคาย

ประตูห้องพักของซุนต้านเปิดออกอย่างแรง ตามด้วยร่างสันทัดของแม่ทัพโจวที่เดินออกมาด้วยหน้าตาที่ไม่สบอารมณ์นัก ทำให้ต้าเซ่อและซูเยี่ยรีบเข้าไปถามความคืบหน้า

“ใต้เท้าซุนยังไม่ยอมพูดหรือขอรับ” ซูเยี่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

“หึ ยังไม่ยอมปริปากพูดสักคำ เอาไว้พรุ่งนี้ตอนที่ไต่สวนอย่างเป็นทางการ ข้าจะทำให้เขายอมเปิดปากพูดให้ได้” แม่ทัพหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงที่โกรธขึ้ง ยังมิได้วางใจผู้ใดให้รู้ความลับระหว่างตนกับซุนต้าน

“ท่านแม่ทัพมีแผนการอื่นอีกเช่นนั้นหรือขอรับ” ต้าเซ่อถามเมื่อเห็นท่าทางมั่นใจของเขา

“ใช่ เจ้าก็รู้ว่าคนอย่างข้าไม่เคยยอมแพ้ใครหรือสิ่งใด ในเมื่อเขาไม่ยอมปริปากยอมรับความผิด เช่นนั้นข้าคงต้องเปลืองตัวเสียแล้ว” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ หากจะเล่นละครตบตาฉากใหญ่แล้ว เขาจะต้องแสดงมันออกมาให้สมจริงที่ รวมถึงคนสนิททั้งสองก็ต้องถูกตบตาด้วยเช่นกัน

ทั้งสองเดินตามโจวจื่อรั่วไปจนถึงห้องโถงใหญ่ที่มีทหารยืนเรียงรายคุ้มกันจวนแม่ทัพอย่างแน่นหนา แม่ทัพหนุ่มนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่ที่แกะสลักลวดลายที่งดงามบ่งบอกถึงการเป็นใหญ่ที่สุดในจวนแห่งนี้แล้วทำสีหน้าเจ้าเล่ห์อย่างที่ต้าเซ่อและซูเยี่ยไม่เคยเห็นมาก่อน

“ท่านแม่ทัพ ท่านคิดจะทำสิ่งใดให้ใต้เท้าซุนยอมเปิดปาก”

“แต่งงาน” โจวจื่อรั่วพูดแล้วยกยิ้มที่มุมปาก ทั้งผู้ติดตามคนสนิทและทหารองครักษ์ที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันได้ยินรวมถึงไส้ศึกที่แฝงตัวอยู่ก็ล่วงรู้อย่างที่แม่ทัพหนุ่มต้องการ

“ข้าจะแต่งงานกับซุนลี่หรู จากที่ดูแล้วนางเป็นบุตรีที่ใต้เท้าซุนให้ความเอ็นดูมากกว่าผู้ใด ข้าจะใช้นางบีบให้เขาต้องพูด ให้นางเป็นเชลยของข้า” โจวจื่อรั่วกล่าวแล้วสร้างแผนซ้อนแผนอย่างแยบยล

“นางจะยอมหรือ ในเมื่อท่านจับบิดาของนางมา” ซูเยี่ยกล่าวอย่างเป็นกังวล

“ข้าจะใช้การปล่อยตัวของนายอำเภอซุนเป็นเหยื่อล่อ บีบให้นางแต่งงานเป็นคนของสกุลโจว จากนั้นก็บีบให้ซุนต้านยอมคายความลับออกมา ดูสิว่าเพื่อบุตรีอันเป็นที่รักแล้วเขาจะยอมรับผิดหรือไม่”

แผนการของโจวจื่อรั่วทำให้ไส้ศึกที่แฝงตัวอยู่นั้นกระหยิ่มยิ้มอย่างพอใจ แต่เป็นแม่ทัพหนุ่มเองที่พอใจมากกว่าเมื่อตนประกาศแผนการนี้ออกไปให้ทุกอย่างแนบเนียนขึ้น

**********************

การไต่สวนอย่างเป็นทางการได้เริ่มขึ้น โดยมีโจวจื่อรั่วเป็นคนไต่สวนด้วยตนเอง พร้อมกับทหารของเขาที่ยืนเป็นแถวเรียงอยู่สองฝั่งด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม

ซุนต้านนั่งเก้าอี้ไม้อยู่ต่อหน้าของแม่ทัพโจว ไม่ได้ให้นั่งพื้นเพราะยังมิใช่ผู้ต้องหาจึงได้รับเกียรติให้นั่งที่เก้าอี้ ข้างกายของแม่ทัพหนุ่มมีต้าเซ่อและซูเยี่ยยืนอยู่คนละข้างพร้อมกับหลักฐานที่ทั้งสองคนถือเอาไว้

“ตราประทับนี้ใช่ตรานายอำเภอของท่านหรือไม่” โจวจื่อรั่วถาม แล้วให้ซูเยี่ยนำหนังสือส่งอาวุธให้แก่เขาดู

ซุนต้านปรายตามองแล้วยอมรับตามตรง “ใช่”

“เช่นนั้นท่านจะยอมรับหรือไม่ว่าได้อนุญาตให้มีการขนส่งอาวุธไปซ่องสุมเพื่อก่อกบฏ”

“ข้าอนุญาตตามเอกสารที่ทางการส่งมาให้ ซึ่งทุกอย่างก็ทำมาอย่างถูกต้อง ไม่ทราบว่าการทำงานตามขั้นตอนเช่นนี้เรียกว่ากบฏเช่นนั้นหรือ”

“จำนวนทหารและจำนวนอาวุธที่ไม่สัมพันธ์กัน ท่านไม่รู้สึกผิดสังเกตเลยหรือทำเป็นหลับหูหลับตาเพราะตนมีส่วนได้ส่วนเสีย” เขาถามแล้วจ้องมองอย่างจริงจัง

“การที่อาวุธไม่สัมพันธ์กับจำนวนทหารข้าก็รู้ดี นั่นก็เพราะว่าจิ้งหนานเป็นหัวเมืองชั้นในจึงไม่ค่อยมีศึกสงคราม จึงทำให้ทหารอ่อนซ้อม การส่งอาวุธไปหลายชนิดก็เพราะอยากให้ชำนาญในการใช้อาวุธได้หลายแบบ พลธนูยิงได้ระยะไกลแล้วหากถูกจู่โจมในระยะประชิดเล่าจะคว้าคันธนูแทนดาบเช่นนั้นหรือ” เหตุผลของซุนต้านฟังขึ้นจนโจวจื่อรั่วรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายนั้นแสดงละครปกป้องเหล่ากบฏได้ดีเหลือเกิน

“ท่านจะบอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ใช่หรือไม่”

โจวจื่อรั่วถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มแสดงออกถึงความไม่พอใจ จนซุนต้านต้องรีบพูดเหมือนยั่วโทสะเขาต่อหน้าทุกคน

“หลักฐานทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ผิดท่านเสียเวลากับข้า ท่านต้องรับผิดชอบที่หยามเกียรติข้าในการนำตัวมาไต่สวนเช่นนี้”

“ท่านคิดว่าข้าไม่มีวิธีเค้นความจริงจากท่านสินะ เอาล่ะในเมื่อหลักฐานที่มีไม่สามารถทำให้ท่านยอมรับได้ ข้าก็จะไม่คาดคั้นท่านต่อในตอนนี้” แม่ทัพหนุ่มยอมความอย่างง่ายดายจนหลายคนคาดไม่ถึง

“ท่านยอมง่ายๆ เช่นนี้ หวังว่าคงไม่มีแผนอันใดอยู่เบื้องหลัง” ซุนต้านถามเสียงต่ำอย่างไม่เกรงกลัว

“นำท่านซุนไปพักที่เรือนรับรองกับซุนฮูหยิน” โจวจื่อรั่วไม่ตอบคำถามแล้วจบการไต่สวนเพียงเท่านั้น

เมื่อสิ้นสุดการไต่สวนและทหารเชิญซุนต้านไปพักร่วมกับฮูหยินของเขาแล้ว โจวจื่อรั่วก็ยิ้มอย่างพอใจจนทหารคนสนิทเป็นกังวลที่วันนี้ไม่ได้ความคืบหน้าแต่สีหน้าของแม่ทัพใหญ่ยังคงยิ้มแย้มอยู่

“ท่านแม่ทัพแน่ใจแล้วหรือไม่ที่จะใช้แผนนั้นบีบบังคับใต้เท้าซุน” ต้าเซ่อถามด้วยความเป็นกังวล

แม่ทัพหนุ่มไม่ตอบ ลุกเดินออกจากที่นั่งไปตามไปยังเรือนที่พักของแขกคนสำคัญทันที

**********************

สาวใช้คนสนิทของซุนลี่หรูที่ไม่ได้โดนกักบริเวณพร้อมกับคุณหนูของตนเพราะถูกแยกให้ไปอยู่กับสาวใช้ในจวนแม่ทัพ เมื่อได้ยินข่าวว่านายอำเภอซุนต้านถูกเชิญให้ไปอยู่เรือนรับรองร่วมกับซุนฮูหยินก็รีบไปแจ้งข่าวนี้แก่คุณหนูของตน

เมื่อไปถึงก็พบว่าทหารที่เฝ้าอยู่หน้าห้องกำลังเดินสวนออกมา แสดงว่าไม่ได้มีการกักบริเวณคุณหนูของตนให้อยู่แต่ในห้องพักแล้วจึงรีบเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง

“คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

“ข้าไม่เป็นไร เจ้าเข้ามาได้อย่างไร ทหารที่เฝ้ายามล่ะ”

“นายท่านถูกปล่อยตัวแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้อยู่กับฮูหยินใหญ่” ชงเอ๋อร์รีบรายงานด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นยินดี เพราะรู้ว่าคุณหนูของตนรักและห่วงบิดามากเพียงใด

ซุนลี่หรูยิ้มกว้างด้วยความดีใจและโล่งใจที่บิดามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องก่อกบฏอย่างที่ถูกกล่าวหา

“ข้าจะไปหาท่านพ่อ” นางกล่าวแล้วเดินออกจากห้องไปโดยมีชงเอ๋อร์ตามออกไปเพื่อบอกเส้นทาง

แต่ก็ต้องหยุดชะงักเอาไว้เมื่อพบว่าโจวจื่อรั่วยืนอยู่ตรงหน้าขวางนางเอาไว้แล้วลดยิ้มลงทำสีหน้าบูดบึ้งใส่อีกฝ่าย

“ท่านพ่อของข้าคือผู้บริสุทธิ์ ท่านต้องชดใช้ที่หยามเกียรติของท่านพ่อพามาไต่สวนที่นี่จนอาจเกิดข้อครหาจากชาวตงเสวียในภายหลัง” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเล็กน้อย

“ผิดแล้วล่ะ ใต้เท้าซุนยังมิได้พ้นข้อกล่าวหา ข้าแค่พักการสอบสวนเอาไว้ชั่วคราวเท่านั้นเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม” โจวจื่อรั่วกล่าวเสียงเรียบแล้วพยักหน้าส่งสัญญาณให้ซูเยี่ยพาตัวชงเอ๋อร์ออกไป

“ท่านคิดจะทำสิ่งใด...” ซุนลี่หรูตกใจเมื่อเห็นว่าชงเอ๋อร์ถูกพาตัวออกไป แล้วโจวจื่อรั่วก็มายืนตรงหน้าในห้องพักส่วนตัว สถานการณ์เช่นนี้ทำให้รู้สึกใจหายและวิตกกังวลอย่างบอกไม่ถูก

**********************
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel