บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เซ็นสัญญา

ต้นข้าวทวนคำอีกครั้งเพราะ24ชั่วโมงแปลว่า เธอจะต้องอยู่ดูแลน้องคิตตี้ทั้งวันและทั้งคืน แล้วเธอจะไปมายังไงละเนี่ย

“ใช่จ้ะ 24ชั่วโมง และหนูต้นข้าวจะต้องย้ายมาอยู่บ้านหลังเดียวกับคิตตี้ พูดให้เข้าใจง่ายก็คือหนูต้องทำเหมือนว่าคิตตี้คือลูกสาวของตัวเอง”

ลูกสาวของตัวเอง ต้นข้าวนั่งหน้าเหวออย่างไม่ได้ตั้งใจแต่เธอตกใจกับสิ่งที่พึ่งได้ยินไปเมื่อสักครู่นี้ ถึงแม้ว่าเธอจะรักเด็กมาขนาดไหนแต่เธอยังโสดและไม่เคยมีลูกมาก่อน ก็ยังไม่เคยมีสามีนี่นา ต้นข้าวมั่นใจว่าเธอจะดูแลคิตตี้ได้ดีแต่หน้าที่ของแม่เธอไม่มั่นใจว่าจะทำได้ดีมากแค่ไหน แต่ว่า

‘แล้วแม่ของน้องคิตตี้ละ?’

“หนูขออนุญาตถามได้ไหมคะ”

“เชิญจ้ะ”

ต้นข้าวทำสีหน้าลังเลครู่หนึ่งแต่แล้วก็ตัดสินใจถามในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ออกไป

“คุณแม่กับคุณพ่อของน้องคิตตี้...คือว่าพวกเขา”

“อ๋อ เรื่องนั้น” คริษฐ์ทำหน้าเหมือนพึ่งนึกอะไรออกและพูดต่อว่า

“พวกเขายังอยู่ แต่แยกทางกัน อืม...จะพูดว่าแยกทางก็ไม่ถูกนะ เพราะทั้งสองคนยังไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยาเลย เอาเป็นว่ามันเป็นความเลินเล่อของลูกชายฉันน่ะ”

“...” ต้นข้าวได้แต่พยักหน้าเข้าใจในความหมายที่คริษฐ์อธิบายไป ไม่ว่าจะอย่างไร คิตตี้ก็สมควรที่จะได้รับความรักจากทุกคนในครอบครัวเพราะเด็กไม่ได้ทำอะไรผิด

“ฉันและทุกคนในครอบครัวไม่เคยมองว่าคิตตี้เป็นสิ่งผิดพลาดตรงกันข้าม คิตตี้คือของขวัญที่พระเจ้าประทานมาให้กับครอบครัวของเรา”

คริษฐ์เลื่อนสายตามองไปที่รูปของคิตตี้อีกครั้งก่อนจะพูดต่อว่า

“ฉันเป็นคนเลี้ยงคิตตี้เองตลอด3ปีที่ผ่านมา ทางพ่อของคิตตี้มีเทียวมา เทียวไปบ้างเพราะฉันส่งให้เค้าไปดูแลรีสอร์ทที่ภูเก็ต แต่ตอนนี้ฉันจะต้องบินไปดูธุรกิจโรงแรมที่สิงคโปร์ จึงจำเป็นต้องห่างจากคิตตี้ เลยเป็นเหตุผลที่ฉันจ้างหนูให้มาเป็นคนดูแลหลานรักของฉัน”

“หนูเข้าใจแล้วค่ะ ว่าน้องคิตตี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับบอสและครอบครัวมากขนาดไหน ถ้าหากบอสไว้ใจให้หนูดูแลน้องคิตตี้ หนูจะทำให้ดีที่สุดค่ะ”

ต้นข้าวตอบรับอย่างฉะฉานและมั่นใจขณะที่ก้มลงมองเอกสารสัญญาอีกครั้งเพื่อที่จะอ่านอย่างละเอียดแต่ต้องประหลาดเพราะบนหน้าสัญญาได้เขียนระบุไว้เพียง3ข้อ

ข้อ 1. ข้าพเจ้าตกลงทำสัญญาว่าจ้างเป็นผู้ดูแลคิตตี้หลานสาวของคุณคริษฐ์ เป็นระยะเวลาหนึ่งปีนับจากวันที่เซ็นสัญญา

ข้อ 2. ข้าพเจ้ายอมรับที่จะย้ายเข้าไปอยู่บ้านเดียวกันกับคิตตี้และไม่ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นจนกว่าจะครบกำหนดสัญญา ข้าพเจ้ายอมรับที่จะดูแลบุคคลที่อยู่ภายในบ้านหลังนั้นเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน และไม่ว่าจะเกิดปัญหาใดขึ้นข้าพเจ้ายินดีที่จะอดทนและอยู่ดูแลคิตตี้จนครบกำหนดสัญญา

ข้อ 3. หากข้าพเจ้าทำผิดสัญญาข้างต้น ข้าพเจ้าจะต้องชดใช้เป็นจำนวนเงิน30เท่าของค่าจ้างที่ได้รับ

ต้นข้าวขมวดคิ้วเข้าหากันหลังจากที่อ่านสัญญาครบทั้ง3ข้อ และคิดในใจว่า สัญญาที่เห็นดูจริงจังแต่ก็ไม่จริงจังขนาดนั้น

‘สัญญาสำคัญควรจะเป็นทางการมากกว่านี้หรือเปล่า?’ อีกทั้งรายละเอียดบางอย่างยังมีความคลุมเครืออยู่บ้าง เช่น ข้าพเจ้ายอมรับที่จะดูแลบุคคลที่อยู่ภายในบ้านหลังนั้นเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน นั่นตีความหมายได้ว่านอกจากคิตตี้แล้วต้นข้าวจะต้องอยู่ร่วมชายคากับคนอื่นด้วย

“หนูขออนุญาตถามเกี่ยวกับสัญญาได้ไหมคะ”

“เชิญจ้ะ มีอะไรไม่เข้าใจงั้นเหรอ”

“ในสัญญาข้อที่1 หนูเข้าใจค่ะว่างานนี้เป็นสัญญาจ้างระยะเวลา1ปี แต่ข้อที่2 หนูจะต้องย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังเดียวกันกับน้องคิตตี้และ บุคคลอื่น ด้วยใช่ไหมคะ”

“ใช่จ้ะ เดิมทีคิตตี้จะอยู่บ้านเดียวกันกับฉัน แต่ช่วงที่ฉันไม่อยู่คิตตี้จะย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่ฉันซื้อไว้ให้พ่อของคิตตี้ โดยที่บ้านหลังนั้นจะมีหนูต้นข้าวคนเดียวเป็นคนดูแลบ้านและคิตตี้ตลอด24ชั่วโมง และพ่อของคิตตี้...”

“อะไรนะคะ!”

การที่ต้องดูแลคิตตี้อันนี้ต้นข้าวไม่ติดเพราะรักเด็กเป็นพื้นฐานของเธออยู่แล้ว แต่จะต้องดูแลพ่อของคิตตี้ด้วย อันนี้ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะดีสักเท่าไหร่นะ

‘ฉันไม่อยากอยู่บ้านเดียวกันกับผู้ชายที่ไม่รู้จัก งือ’ ต้นข้าวแอบคิดในใจ

“หนูต้นข้าวอย่าพึ่งตกใจไปนะ พ่อของคิตตี้เขาจะไม่ค่อยอยู่บ้านสักเท่าไหร่หรอก ไอ้ลูกคนนี้มันอยู่บ้านไม่ติด เพราะฉะนั้นที่บ้านหลังนั้นคนที่อยู่หลักๆก็คือหนูต้นข้าวกับคิตตี้หลานฉัน”

เมื่อได้ฟังอย่างนั้นต้นข้าวค่อยรู้สึกเบาใจขึ้นมาหน่อย เธอพร้อมทำงานเป็นคนดูแลคิตตี้นะ แต่เธอไม่พร้อมที่ต้องมาดูแลผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนถึงแม้ว่าเขาคนนั้นจะเป็นพ่อแท้ๆของคิตตี้ก็ตาม

“สัญญาข้อที่3 หากหนูทำผิดสัญญา หนูจะต้องชดใช้เป็นเงิน30เท่าเลยเหรอคะ หนูจะขออนุญาตถามได้ไหมคะว่า ค่าจ้างสำหรับงานนี้เดือนละเท่าไหร่คะ”

คุยมาขนาดนี้แล้วสัญญาก็ดูจะเขียนตามใจความต้องการของบอสเองด้วย งานที่ดูเหมือนง่ายแต่ก็ไม่ง่ายต้นข้าวก็อดไม่ได้ที่จะอยากรู้เรื่องเงินเดือนที่เธอจะได้รับ เพื่อแลกกับการที่เธอจะไม่สามารถใช้เวลาอิสระเหมือนที่เคยเป็น ในตลอดระยะเวลา1ปีต่อจากนี้

“โอ้ฉันต้องขอโทษที คุยมาตั้งนานแล้วแต่ลืมบอกเรื่องนี้กับหนู ฉันจะให้เงินเดือนหนูต้นข้าว เดือนละ1แสนบาท”

“1แสน! คือบอสคะ หนูขอฟังอีกรอบได้ไหมคะ”

ต้นข้าวถามออกไปด้วยความตกใจหลังจากที่เธอได้ยินจำนวนเงินที่เธอจะได้รับทุกเดือน

‘1แสน 1แสน 12เดือน ล้าน2! รวยแน่ต้นข้าวเอ๊ย’

“1แสนบาทคือเงินเดือนที่หนูต้นข้าวจะได้รับต่อเดือนตลอด1ปี โดยไม่รวมกับค่าใช้จ่ายในการดูแลคิตตี้ เงินส่วนนั้นจะแยกออกต่างหาก 1แสนบาทแลกกับการที่หนูต้องดูแลคิตตี้เสมือนเป็นลูกของตัวเอง หนูจะต้องย้ายออกจากคอนโดภายในวันพรุ่งนี้ ถ้าหนูตอบตกลง ฉันจะให้คนไปช่วยหนูจัดการข้าวของ...”

คริษฐ์เว้นคำพูดเขาไว้เพื่อดูว่าต้นข้าวฟังตามเขาทันหรือไม่ แต่เมื่อเห็นว่าต้นข้าวตามทันเขาจึงพูดต่อ

“หนูต้นข้าวสามารถใช้ชีวิตปกติได้ ไปหาเพื่อนได้แต่ห้ามพาเพื่อนมาที่บ้าน ห้ามค้างนอกบ้านโดยที่ไม่มีคิตตี้อยู่ด้วย ฉันจะให้รถยนต์กับหนู1คันเอาไว้ใช้ในการพาคิตตี้ไปไหนมาไหน ส่วนเรื่องงานบ้านฉันจะส่งพนักงานทำความสะอาดเข้าไปทุกวันจันทร์ พุธและศุกร์ โดยที่พนักงานทำความสะอาดจะใช้เวลาแค่ช่วง9โมงเช้าถึงเที่ยงเท่านั้น เชิญหนูถามได้”

“เรื่องการเรียนของน้องคิตตี้ละคะ เรื่องโรงเรียนของน้อง...”

“สำหรับเรื่องโรงเรียนของคิตตี้ ฉันได้เตรียมเอาไว้แล้วและเมื่อถึงเวลา ลูกน้องของฉัน คุณสันติ เขาจะเป็นคนพาหนูไปจัดการเรื่องนั้นเอง ช่วงที่ฉันไม่อยู่ คุณสันติจะเป็นคนคอยดูแลอำนวยความสะดวกให้กับหนู มีอะไรก็บอกเขาได้”

ต้นข้าวตั้งใจฟังและเก็บข้อมูลรายละเอียดต่างๆเข้าไว้ในระบบความจำในสมองของเธอ อะไรจำได้ก็เก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด ส่วนวันข้างหน้าก็ ‘ไปตายเอาดาบหน้าแล้วกันต้นข้าวเอ้ย’

“ตกลงว่า หนูจะรับทำงานที่ฉันเสนอให้ไหม?”

“รับค่ะ หนูตกลงรับงานนี้ค่ะ”

ต้นข้าวตอบตกลงแทบจะทันทีพร้อมหยิบปากกาออกมาจากกระเป๋าสะพายของตัวเอง และจัดการเซ็นสัญญาเรียบร้อย ก่อนจะเก็บเอกสารสัญญากลับเข้าไปในซอง ต้นข้าวอ่านทำความเข้าใจอีกครั้งและมองดูลายเซ็นที่ตัวเองพึ่งเซ็นลงไป

‘เอาวะ เงินเดือนขนาดนี้แกไม่ได้หาได้ง่ายๆนะต้นข้าว ทางข้างหน้าจะเป็นยังไง แกจะผ่านมันไปได้แน่นอน’

หลังจากที่คิดได้แบบนั้นต้นข้าวก็จัดการเก็บเอกสารลงซองให้เรียบร้อยพร้อมกับส่งคืนให้คริษฐ์

คริษฐ์รับซองกลับคืนมาและเก็บเข้าลิ้นชักโต๊ะทำงานของเขาก่อนจะหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนที่ผสมกับการขอบคุณให้ต้นข้าว

“ฉันขอบคุณหนูมากนะที่ตกลงทำงานนี้”

“หนูต่างหากค่ะที่จะต้องขอบคุณบอส ที่ให้โอกาสกับหนู หนูจะตั้งใจดูแลน้องคิตตี้อย่างดีที่สุดค่ะ”

“ขอบใจมากนะ ถ้าเจออะไรที่ลำบากใจฉันแค่ขอให้หนูอดทนและให้ความสำคัญกับต้นข้าวเป็นหลักเท่านั้น มีอะไรก็บอกคุณสันติได้ เขาจะมารายงานฉันเอง”

ต้นข้าวตะคิดตะขวงในใจเล็กน้อย อะไรกันนะที่เธอจะต้องไปเจอ เรื่องลำบากใจอะไร ‘มันคงไม่มีเรื่องแย่ๆหลอกน่า’

“แล้วตอนนี้น้องคิตตี้อยู่ไหนเหรอคะ”

ในเมื่อคนสำคัญอันดับ1ที่ต้นข้าวจะต้องดูแลนั่นคือคิตตี้ เพราะงั้นเธอควรจะได้ทำความรู้จักกับVIP คนนี้ของเธอสะหน่อยแล้ว

“ตอนนี้คิตตี้น่าจะเรียนเปียโนอยู่ เออ ฉันเกือบลืมบอก ว่าคิตตี้จะต้องเรียนเปียโนทุกวัน บ่ายสองถึงบ่ายสาม แต่พอเข้าโรงเรียนแล้วเปลี่ยนเป็นทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ช่วงนี้คิตตี้ชอบเรียนเปียโนน่ะ”

“ค่ะ หนูจะบันทึกไว้ในตารางประจำวันเลยค่ะ”

“อีกสองวันหนูจะได้เจอคิตตี้ พรุ่งนี้หนูต้องย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังนั้นก่อนและวันถัดไปฉันจะพาคิตตี้ไปส่งด้วยตัวเอง”

“รับทราบค่ะ บอส”

ต้นข้าวตอบรับด้วยรอยยิ้มสดใสแต่มีสายตาประกาย เพราะตอนนี้เธอกำลังตื่นเต้นกับบทบาทใหม่ในชีวิตที่กำลังจะเริ่มขึ้น

‘พรุ่งนี้ชีวิตแกจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้วนะต้นข้าว’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel