บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 งานเลี้ยง (1/2)

สามวันหลังจากจรดปากกาลงบนสัญญาเปลี่ยนชีวิต รินรดาก็ได้เผชิญกับภารกิจแรกนั่นก็คืองานเลี้ยงอาหารค่ำ ณ คฤหาสน์กิตติวรากูล

แต่ก่อนจะไปถึงสมรภูมินั้นได้ เธอต้องผ่านด่านการแปลงโฉมเสียก่อน นนท์นัดเธอที่ห้องเสื้อหรูแห่งหนึ่งซึ่งปิดเป็นการส่วนตัวเพื่อต้อนรับเธอโดยเฉพาะ รินรดายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ มองภาพสะท้อนของตัวเองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปราวกับคนละคน พนักงานสไตลิสต์มืออาชีพรุมล้อมเธอราวกับผึ้งรุมตอมเกสรดอกไม้

จากสาวออฟฟิศเสื้อเชิ้ตเรียบ ๆ ธรรมดา กลายเป็นหญิงสาวในชุดเดรสผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มขับผิวผ่อง ทรวดทรงองค์เอวที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าดาษดื่นถูกขับเน้นออกมาอย่างงดงาม เส้นผมที่เคยรวบไว้ง่าย ๆ ถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต เผยให้เห็นลำคอระหง

ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศที่ขับเน้นความงามตามธรรมชาติให้โดดเด่นขึ้นอีกหลายเท่าตัว รองเท้าส้นสูงที่เธอไม่คุ้นเคยเสริมให้เรือนร่างดูสง่างามขึ้น ทว่าทุกย่างก้าวกลับรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้าย เฉกเช่นสถานะของเธอในตอนนี้

“เสร็จแล้วค่ะ”

เสียงของสไตลิสต์ทำให้รินรดาหลุดออกจากภวังค์ เธอมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง หญิงสาวในนั้นสวยสง่าจนน่าตะลึง แต่ดวงตากลับฉายแววประหม่า เธอไม่คุ้นชินตัวเองในภาพลักษณ์นี้เลย

เมื่อเธอเดินออกมา ธีรภัทรที่นั่งรออยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าเรียบเฉยถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบของเขาไล่มองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่ปิดบัง แววตาที่เคยเย็นชาและเต็มไปด้วยเรื่องธุรกิจวูบไหวไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบขรึมดังเดิม เช่นเดียวกับเธอที่กำลังมองเขาเช่นกัน

ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยเจอเขาเป็นกิจจะลักษณะมาก่อน ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่านายจ้างหน้าตาเป็นอย่างไร กระทั่งวันนี้ พอได้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับรูปสลักที่เหล่าทวยเทพช่วยกันสร้าง เธอก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงเลือกผู้หญิงธรรมดาแบบเธอมาเล่นละครฉากใหญ่นี้ด้วย

“ก็ดูดี” น้ำเสียงทุ้มดูสุภาพดังขึ้น ฉุดเธอออกมาจากห้วงความคิด เขาชมเธอสั้น ๆ ราวกับเป็นคำชมที่ต้องเค้นออกมา

“จำข้อมูลที่นนท์ส่งให้ได้หมดแล้วใช่ไหม”

“ค่ะ” รินรดาตอบรับ พยายามจัดระเบียบความคิดในหัว

“ฉันชื่อรินรดา จบการตลาดจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง เคยเจอกับคุณภัทรในงานสัมมนาเมื่อหกเดือนก่อน ครอบครัวทำธุรกิจส่งออกขนาดย่อมที่กำลังประสบปัญหา ถูกต้องไหมคะ?”

“ถูกต้อง” เขาพยักหน้าขณะลุกขึ้นยืน ทุกท่วงท่าที่ขยับเรือนร่างยังคงดูสง่างามสมชาติตระกูลที่เกิด

“ที่เหลือก็แค่แสดงให้สมบทบาท อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด ผมไม่ชอบ” คำพูดของเขากดดัน แต่ก็ช่วยดึงสติของเธอกลับมาได้

เธอต้องทำงานให้คุ้มค่าเงินที่ได้รับ

“ค่ะ… ฉันจะทำอย่างสุดความสามารถค่ะ”

รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเข้าสู่อาณาเขตของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่สว่างไสวราวกับพระราชวังในเทพนิยาย ทันทีที่ก้าวลงจากรถ รินรดาก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาต้อนรับ

บรรยากาศภายในห้องอาหารหรูหราจนน่าอึดอัด โต๊ะอาหารตัวยาวถูกจัดเตรียมไว้อย่างวิจิตรตระการตา แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนโต๊ะพิพากษาในศาลมากกว่าจะเป็นมื้อค่ำของครอบครัว

คุณหญิงรัชนีกรนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะในฐานะประมุข แววตาคมกริบของท่านกวาดมองรินรดาตั้งแต่ก้าวแรกที่เธอเหยียบเข้ามาในห้อง และที่ร้ายไปกว่านั้นคือแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างญาดา หญิงสาวคู่หมั้นของธีรภัทรก็นั่งอยู่ที่นี่ด้วย

หล่อนส่งยิ้มหวานหยดมาให้ แต่ดวงตากลับทอประกายเย้ยหยันราวกับจะบอกว่าเธอมาผิดที่แล้ว

“แหม… ไม่เคยทราบมาก่อนเลยนะคะว่าพี่ภัทรจะมีเพื่อนผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ด้วย” ญาดาเป็นฝ่ายเปิดฉากประหัตประหารทางวาจาก่อน เธอใช้น้ำเสียงดุจมิตร ทว่าวาจาที่เปล่งนั้นบอกชัดว่าเป็นศัตรู

“ฉันญาดาค่ะ ไม่แน่ใจว่าเคยได้ยินชื่อตระกูลวัฒนภักดีบ้างหรือเปล่านะคะ” คำพูดเธอประหนึ่งคมมีดที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง เป็นการทักทายที่จงใจข่มทับกันด้วยชาติตระกูลอย่างชัดเจน

รินรดาแย้มยิ้มบาง ๆ อย่างนุ่มนวลที่สุด ก่อนจะโต้ตอบกลับไปอย่างมีชั้นเชิงไม่แพ้กัน

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณญาดา ฉันรินรดาค่ะ ส่วนเรื่องตระกูล… ที่บ้านสอนมาเสมอค่ะว่าคุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่นามสกุล แต่อยู่ที่การกระทำมากกว่าค่ะ”

คำตอบของเธอทำให้ญาดาหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย ขณะที่

ธีรภัทรซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ แอบเหลือบมองด้วยความประหลาดใจ เขาเอื้อมมือมาวางบนพนักเก้าอี้ของเธอเบา ๆ เป็นการแสดงออกถึงการสนับสนุนตามบทบาท

ไม่คิดว่าเธอจะวาจาฉะฉานได้ขนาดนี้...

“แล้วหนูรินรดาไปรู้จักกับตาภัทรเขาได้ยังไงกันล่ะ” คราวนี้เป็นเสียงเยียบเย็นของคุณหญิงรัชนีกรที่เอ่ยถามบ้าง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอราวกับรอจับผิด เพราะต่างก็ไม่เชื่อว่าเธอกับธีรภัทรจะเป็นคู่รักกันจริง ๆ

รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ๆ เรียกความมั่นใจทั้งหมดที่มี แล้วตอบออกไปอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ประหนึ่งว่าถ้อยคำที่กล่าวนั้นล้วนเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เรื่องแต่ง

 “เราเจอกันในงานสัมมนาเรื่องการตลาดดิจิทัลค่ะ” เธอหันไปสบตาธีรภัทรเล็กน้อย

“ตอนนั้นรินประทับใจในวิสัยทัศน์ของพี่ภัทรมากค่ะ เขามองตลาดเฉียบขาด มีมุมมองน่าสนใจ พอได้คุยกันก็เลยรู้สึกว่าเรามีความคิดหลายอย่างที่คล้ายกันค่ะ”

เธอเลือกที่จะตอบโดยอิงกับข้อมูลที่เตรียมมา แต่สอดแทรกความรู้สึกชื่นชมในความสามารถเข้าไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากจะปฏิเสธได้

“วิสัยทัศน์อย่างนั้นหรือ?” คุณหญิงรัชนีกรแค่นเสียง

“แล้วสิ่งที่หนูเห็นในตัวหลานชายของฉัน มันมีแค่วิสัยทัศน์กับความสามารถงั้นเหรอ”

คำถามที่อีกฝ่ายเอ่ยมา ราวกับกับดักที่เปิดกว้างรอให้เธอเดินเข้าไปติด แน่นอนว่าเธอคบกับหลานฉันเพราะเงินทองและตำแหน่งไม่ใช่หรือ คือความหมายที่ซ่อนอยู่ใต้ประโยคนั้น

รินรดานิ่งไปอึดใจหนึ่ง เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับประมุขของบ้านอย่างไม่เกรงกลัว

“สิ่งที่รินเห็นในตัวพี่ภัทร คือผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องแบกรับความคาดหวังมากมายไว้บนบ่าต่างหากล่ะคะ” น้ำเสียงของเธอจริงจัง นุ่มนวล และแฝงไปด้วยความห่วงใยที่มีต่อชายหนุ่ม ซึ่งตอนนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักของเธอ

“รินชื่นชมในความมุ่งมั่นของเขา แต่ในขณะเดียวกันก็เห็นถึงความโดดเดี่ยวที่เขาต้องเผชิญ รินไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน หรือมีตำแหน่งอะไร แต่รินสนใจในตัวตนของผู้ชายที่ชื่อธีรภัทรค่ะ”

ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะอาหารชั่วขณะ คำตอบของเธอเหนือความคาดหมายของทุกคน มันไม่ใช่คำตอบหวานเลี่ยนตามแบบฉบับของหญิงสาวที่อยากจะเอาใจ แต่เป็นคำตอบที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าอกเข้าใจและให้เกียรติในตัวตนของธีรภัทร

ธีรภัทรเองถึงกับนิ่งอึ้งไป เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากของผู้หญิงที่เขาจ้างมา

เขาหันไปมองใบหน้าด้านข้างของเธอ เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้กำลังแสดง แต่เธอกำลังใช้สติปัญญาและความจริงใจบางส่วนของตัวเองในการปกป้องสถานการณ์ รวมถึงเขาด้วย

มื้อค่ำที่เหลือดำเนินต่อไปด้วยบรรยากาศที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้ญาดาจะพยายามหาเรื่องโจมตีอีกสองสามครั้ง แต่รินรดาก็สามารถใช้ปฏิภาณไหวพริบเอาตัวรอดไปได้อย่างสวยงามเสมอ

บนรถขากลับ ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างคนทั้งสอง มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนขามา แต่เป็นความเงียบที่ต่างฝ่ายต่างใช้ความคิด

“คุณทำได้ดีมาก” ในที่สุดธีรภัทรก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้น น้ำเสียงของเขายังคงเคร่งขรึม แต่ไม่มีแววตำหนิหรือกดดันเหมือนเคย

“ดีกว่าที่ผมคาดไว้เยอะ”

รินรดาถอนหายใจออกมาเบา ๆ รู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านพ้นการสอบไล่ครั้งสำคัญของชีวิต

“ก็มันเป็นงานของฉันนี่คะ ฉันก็ต้องทำให้ดีที่สุด ให้คุ้มกับเงินที่คุณจ่ายมาค่ะ”

เธอตอบกลับไปตามความจริงเพื่อขีดเส้นแบ่งระหว่างพวกเขาสองคนให้ชัดเจน แต่ลึก ๆ แล้ว เธอกลับรู้สึกดีใจอย่างประหลาดที่ได้รับคำชมจากเขา

คำชมนั้นเหมือนมาปลดล็อกโซ่ตรวนอะไรสักเส้นในใจเธอ

ธีรภัทรไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเงียบ หันไปมองวิวนอกหน้าต่าง แต่ในใจของเขากลับไม่ได้นิ่งสงบเหมือนท่าทางภายนอก ผู้หญิงที่เขาเลือกมาเพราะเห็นว่าสู้คนอย่างมีชั้นเชิงในวันนั้น ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วในวันนี้ว่าเขาไม่ได้ดูคนผิดเลย บางทีละครฉากนี้อาจจะสนุกกว่าที่เขาคิดไว้ก็ได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel