ตอนที่ 1 สัญญา (2/2)
เช้าวันใหม่เริ่มต้นเหมือนทุกวันที่ผ่านมา รินรดาพาตัวเองมานั่งจมอยู่ในคอกสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ของแผนกบัญชี
แสงจากจอคอมพิวเตอร์สาดส่องใบหน้าที่อิดโรย ดวงตาคู่สวยบัดนี้หม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด คล้ายมีเมฆหมอกแห่งความวิตกกังวลบดบังอยู่ตลอดเวลา กองเอกสารที่สูงท่วมหัวซึ่งเคยเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิต บัดนี้กลับดูเล็กไปถนัดตาเมื่อเทียบกับปัญหาหนี้สินที่เธอต้องแบกรับ
ตัวเลขค่าใช้จ่ายของน้องชายยังคงวิ่งวนอยู่ในหัวราวกับม้าพยศ ไม่นานนักโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงขึ้นทำลายภวังค์ความคิดของเธอ
“สวัสดีค่ะ รินรดาพูดค่ะ” เธอกรอกเสียงลงไปตามความเคยชิน
“สวัสดีครับคุณรินรดา ผมชื่อนนท์นะครับ พอดีมีเรื่องสำคัญอยากจะขอรบกวนเวลาสักครู่ ไม่ทราบว่าพอจะสะดวกไหมครับ”
น้ำเสียงจากปลายสายสุภาพนุ่มลึกและเป็นทางการจนน่าประหลาดใจ รินรดาขมวดคิ้วมุ่น เพราะเธอไม่รู้จักชื่อนี้ และเบอร์โทรศัพท์มือถือที่โชว์อยู่บนหน้าจอก็เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย บางทีอาจจะเป็นพวกเซลส์ขายประกันหรือเซลส์ขายบัตรเครดิตอะไรเทือกนี้ก็ได้
“ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรเหรอคะ พอดีฉันไม่สะดวกคุยนานค่ะ” เธอตอบกลับอย่างสุภาพแต่แฝงความห่างเหิน
“เป็นเรื่องข้อเสนอทางธุรกิจที่ผมมั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณรินรดาอย่างมากครับ” ปลายสายยังคงยืนยันหนักแน่น
“ผมขออนุญาตเรียนเชิญคุณรินรดามาพบกันที่เลานจ์ของโรงแรมจันทรา ช่วงพักกลางวันนี้จะได้ไหมครับ ผมรับรองว่าจะไม่ทำให้คุณเสียเวลาเปล่าแน่นอน”
ความเคลือบแคลงใจฉายชัดขึ้นในแววตาของหญิงสาว แต่ในห้วงยามที่ชีวิตมืดแปดด้านเช่นนี้ แม้แต่ฟางเส้นเล็กที่ลอยมา เธอก็อดไม่ได้ที่จะลองคว้ามันไว้
“ก็ได้ค่ะ” เธอตอบตกลงในที่สุด
…
ณ ห้องรับรองส่วนตัวของโรงแรมหรูใจกลางกรุง รินรดารู้สึกราวกับเป็นปลาผิดน้ำ เธอในชุดพนักงานออฟฟิศดูแปลกแยกจากความโอ่อ่าตระการตาของสถานที่
ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มที่แนะนำตัวเองว่าชื่อนนท์ลุกขึ้นต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มสุภาพ ท่วงท่าทุกกระเบียดนิ้วของเขาบ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีต่างจากเธอราวกับอยู่กันคนละโลก
“ต้องขออภัยที่รบกวนเวลางานนะครับคุณรินรดา” นนท์กล่าวขึ้นหลังพนักงานนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ
“ผมขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน คุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มนะครับ”
“ค่ะ” รินรดาพยักหน้า เธอนั่งตัวตรงอย่างระมัดระวัง หัวใจเต้นระทึกอย่างไม่ทราบสาเหตุ เผลอกำชายกระโปรงด้วยความประหม่าโดยไม่รู้ตัว
“คุณรินรดายังจำเหตุการณ์ที่ร้านกาแฟเมื่อสามสัปดาห์ก่อนได้ไหมครับ?”
คำถามนั้นทำให้รินรดาต้องย้อนความทรงจำ สามสัปดาห์ก่อนเธอแวะซื้อกาแฟแล้วเจอผู้หญิงสูงวัยท่าทางมีฐานะกำลังตวาดพนักงานเสิร์ฟสาวที่ทำกาแฟหกใส่กระเป๋าแบรนด์เนมของหล่อนด้วยถ้อยคำที่รุนแรง เธอทนดูไม่ได้จึงเดินเข้าไปช่วยพูดจาไกล่เกลี่ยด้วยเหตุผลอย่างนุ่มนวล จนสุดท้ายหญิงสูงวัยคนนั้นยอมรามือไปแต่โดยดี
“จำได้ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เจ้านายของผมนั่งอยู่ในร้านวันนั้นพอดีครับ” นนท์ยิ้มบาง
“ท่านประทับใจในไหวพริบและความกล้าหาญของคุณมาก คุณไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่ใช้เหตุผลและความนิ่งสงบในการจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้า ท่านเห็นว่าคุณเป็นคนที่มีภาวะผู้นำ และสู้คนอย่างมีชั้นเชิง”
รินรดายิ่งสับสนเข้าไปใหญ่ เรื่องราวทั้งหมดนี้มันเกี่ยวอะไรกับข้อเสนอทางธุรกิจที่เขาว่า
“นี่คุณจะชวนฉันไปทำงานด้วยเหรอคะ?”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ แต่งานที่ว่านี้อาจจะไม่เหมือนงานที่คุณเคยทำมา” นนท์เว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาวางบนโต๊ะ แล้วค่อย ๆ เลื่อนมันมาตรงหน้าเธอ
“เจ้านายของผม คุณธีรภัทร กิตติวรากูล ท่านต้องการคู่ควงที่จะไปปรากฏตัวในงานสังคมต่าง ๆ รวมถึงแสดงบทบาทเป็นคนรัก เพื่อเหตุผลส่วนตัวบางประการครับ”
ราวกับถูกฟ้าผ่าลงมากลางวันแสก ๆ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตระหนก ละล่ำละลักถามออกมาเสียงสั่นไปหมด
“คุ— คุณหมายความว่ายังไงคะ”
“ตามที่คุณเข้าใจนั่นแหละครับ” นนท์ตอบอย่างใจเย็น
“มันคืองานแสดงละครฉากใหญ่ที่มีคุณเป็นนางเอก และมีเจ้านายของผมเป็นพระเอก” เขาสบตาเธอนิ่ง ยิ้มอย่างนุ่มนวล แสดงออกให้หญิงสาวตรงหน้าเห็น ว่าเขาเป็นมิตร และข้อเสนอที่ว่าก็เป็นประโยชน์กับอีกฝ่ายทั้งสิ้น
“และนี่คือค่าตอบแทนสำหรับบทบาทนี้ครับ”
ปลายนิ้วของนนท์แตะลงบนซองเอกสารเป็นเชิงอนุญาต
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือไม้สั่นเทาขณะเปิดซองเอกสารนั้นออก สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือร่างสัญญาหนาปึก แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกคือตัวเลขบนเช็คเงินสดที่แนบมาด้วย
จำนวนเงินนั้นมันมากพอที่จะจ่ายค่าผ่าตัดของน้องชายได้อย่างสบาย และยังเหลือพอให้เธอตั้งตัวได้อีกครั้ง
หัวใจของหญิงสาวแกว่งไกวราวกับลูกตุ้มนาฬิกา ด้านหนึ่งคือศักดิ์ศรีที่เธอภาคภูมิใจมาตลอดชีวิต กับอีกด้านหนึ่งคือชีวิตและความฝันของน้องชายที่เธอรักสุดหัวใจ
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน พวกคุณเห็นฉันเป็นผู้หญิงแบบไหน” เธอเปล่งเสียงออกมาอย่างยากเย็น ความโกรธระคนกับความสับสนตีรวนอยู่ในอก
“คุณต้องการให้ฉันขายตัวงั้นเหรอคะ”
“ไม่เลยครับคุณรินรดา” นนท์ปฏิเสธทันควัน
“ได้โปรดอย่าใช้คำนั้นเลยครับ นี่คือสัญญาจ้างงานที่มีขอบเขตชัดเจนทุกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นเพียงการแสดงบทบาทตามระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น ไม่มีการล่วงเกินใด ๆ นอกเหนือจากในสัญญาเด็ดขาด เจ้านายผมต้องการคนที่ดูดี มีไหวพริบ และสะอาดพอที่จะตบตาคนในสังคมชั้นสูงได้ ซึ่งคุณมีคุณสมบัติเหล่านั้นครบถ้วน”
ศักดิ์ศรีคำนี้ช่างหนักอึ้ง แต่เมื่อเทียบกับน้ำหนักชีวิตของ
ภรินทร์แล้วมันกลับเบาหวิวราวกับปุยนุ่น ในเสี้ยววินาทีที่เธอกำลังจะปฏิเสธเสียงแข็งและเดินจากไปนั้น เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น มันคือข้อความแจ้งเตือนที่ถูกส่งเข้ามาจากโรงพยาบาลนั่นเอง
กรุณาติดต่อกลับเพื่อยืนยันวันนัดผ่าตัดคุณภรินทร์ภายในสัปดาห์นี้
โรงพยาบาลวิวัฒน์
ข้อความสั้น ๆ นั้นทำหน้าที่เหมือนค้อนที่ทุบทำลายกำแพงแห่งความลังเลของเธอจนพังพินาศ ภาพใบหน้าซีดเซียวแต่ยังเปี่ยมด้วยความหวังของน้องชายลอยเด่นขึ้นมาทับซ้อนกับตัวเลขบนเช็คตรงหน้า ทางเลือกสุดท้ายที่เธอเคยคิดไว้เมื่อคืน มันปรากฏตัวขึ้นแล้วในรูปแบบที่พิสดารที่สุด
ถึงเวลาที่เธอต้องเลือกแล้วสินะ...
แววตาของรินรดาเปลี่ยนจากความลังเลเป็นเด็ดเดี่ยว เธอยืดตัวตรง เอื้อมมือหยิบปากกาขึ้นมาด้วยท่าทีนิ่งสนิท แล้วเอ่ยถามทั้งน้ำเสียงเด็ดขาด หลังจากที่ตัดสินใจมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว
“สัญญาอยู่ไหนคะ?”
นนท์ผายมือไปยังเอกสารกองนั้น รินรดาเปิดอ่านมันอย่างละเอียด ข้อความทางกฎหมายที่รัดกุมทุกตัวอักษรทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น แต่ที่ทำให้เธอแทบจะหลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ก็คือข้อยิบย่อยในหมวดข้อตกลงและเงื่อนไขความสัมพันธ์
ข้อ 7.1 ห้ามมิให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายพัฒนาความรู้สึกส่วนตัวเกินกว่าสถานะคู่สัญญาทางธุรกิจโดยเด็ดขาด หากมีการละเมิดจะถือว่าสัญญาสิ้นสุดลงทันที
ข้อ 8.1 การสัมผัสทางกายภาพจำกัดอยู่เพียงการจับมือ ควงแขน โอบไหล่ และโอบเอวเท่านั้น การกระทำนอกเหนือจากนี้ต้องได้รับการยินยอมจากทั้งสองฝ่ายและเกิดขึ้นต่อหน้าสาธารณชนเพื่อความสมจริงเท่านั้น ห้ามมิให้มีการสัมผัสเชิงชู้สาวเป็นการส่วนตัว
มันเป็นสัญญาที่ทั้งตลกและน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน เป็นบทละครที่เขียนกฎห้ามอินกับบทบาทของตัวเองไว้อย่างชัดเจน รินรดาจรดปลายปากกาลงบนท้ายกระดาษ บรรจงเซ็นชื่อของตัวเองลงไปทีละตัวอักษร ทุกเส้นสายที่ขีดเขียนลงไปล้วนหนักอึ้งราวกับกำลังจารึกชะตากรรมใหม่ของตัวเอง
เมื่อเธอวางปากกาลง นนท์ก็เลื่อนเช็คเงินสดที่เป็นค่าจ้างล่วงหน้าก้อนแรกมาให้ทันทีเขาผ่านการทำงานมามาก พบเจอผู้คนมาหลายรูปแบบ การที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะตัดสินใจทำเรื่องนี้ได้ เงิน ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญ และท่าทางเธอก็ดูเหมือนจะกำลังต้องการใช้มันมากด้วย
“ยินดีต้อนรับสู่งานใหม่นะครับ คุณรินรดา”
หญิงสาวรับเช็คนั้นมาไว้ในมือ สัมผัสของมันเย็นชืดและร้อนรุ่มในคราวเดียว ปัญหาเรื่องเงินที่เคยกดทับจนเธอแทบหายใจไม่ออกได้ถูกปลดเปลื้องไปแล้ว ทว่าบ่วงเส้นใหม่ที่ใหญ่และซับซ้อนกว่านับร้อยเท่า เพิ่งจะถูกคล้องลงบนคอของเธออย่างเป็นทางการในวินาทีนี้เอง
