บทที่ 3 บรรยากาศพาไป
“ถ้าไม่ลืมตา...” ใช้นิ้วหัวแม่มือที่จับปลายคางเล็กเคลื่อนไปกดลงบนริมฝีปากบางสีชมพูน่าจูบของจีง ออกแรงขยี้เล็กน้อยอย่างหมั่นเขี้ยวพร้อมพูดสิ่งที่ค้างไว้ว่า
“เฮียจะจูบปากจีงนะ”
พรึบ! และก็ได้ผลเพราะใบหน้าหวานรีบลืมตาขึ้นทันที ดวงตากลมโตแสดงความตกใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสั่นระริกเพราะความเขินอาย เมื่อจีงต้องพบกับดวงตาคมเข้มของไทที่จ้องเธออยู่เหมือนกัน
ดวงตาสีนิลคู่นั้นสบลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ดวงตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งและชัดเจนจนหัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นจังหวะและก็เป็นอย่างที่จีงคิดเอาไว้ เพราะเมื่อเธอสบตากับเขา ดวงตาสีนิลคู่นี้ได้ดึงสติของเธอให้หลุดลอยออกไปทันที
ร่างกายของจีงอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรงแต่รับรู้ได้ถึงวงแขนแข็งแกร่งของไทที่โอบกอดตัวเธอเอาไว้ก่อนที่หน้าผากของเราสองคนจะแนบชิดกัน และตามด้วยริมฝีปากของเขาที่ประกบจูบบนริมฝีปากของเธอโดยที่ไม่เอ่ยคำขอแต่ต่อให้เขาไม่ขอ จีงก็รู้ว่าจูบแรกของเธอจะต้องเกิดขึ้นเพราะหัวใจของเธอก็ยอมให้เป็นแบบนั้น
เจอสายตาแพรวพราวของเฮียไทเข้าไป จีงจะต้านไหวได้ยังไงล่ะ บอกแล้วว่าเธอก็ตัวเท่านี้ต้านเขาไม่ไหวหรอก
“อืมม”
เสียงคำรามดังออกมาพร้อมลมหายใจร้อนที่พ่นออกตามแรงอารมณ์และความปรารถนาของร่างกาย เมื่อเจอความหวานเป็นรสชาติที่ถูกใจขนาดนี้ ไทคงต้องขอชิมต่ออีกสักหน่อย
“อื้อ”
จูบในความคิดของจีงค่อนข้างต่างจากความเป็นจริงที่เธอกำลังเจออยู่ในตอนนี้มาก จีงไม่เคยจูบกับใครแต่เธอเคยเห็นในละครที่พระเอกนางเอกเขาจูบกัน ตอนที่ดูหนังก็รู้สึกจั๊กจี้มีความโรแมนติกชวนฝันมาก ทว่า พอเธอได้มาเจอจูบของจริงมันไม่เหมือนที่เคยคิดไว้เลย
เป็นจูบแรกที่เธอไม่รู้ว่าจะใช้คำว่าโรแมนติกได้ไหม เพราะเฮียไทเริ่มทำให้ร่างกายของเธอร้อนผ่าว เหมือนก้อนถ่านที่ไม่เคยถูกใช้งานแล้วถูกโยนเข้าไปในกองไฟ ถึงจะร้อนก็ยังอยากลอง รู้ว่าร้อนแต่ก็อยากไปต่อ...
“อ้าปากให้เฮียหน่อยจีง”
“น่ารักมาก...” อดที่จะกระตุกยิ้มมุมปากไม่ได้เลยจริงๆ เมื่อเธอยอมเผยอริมฝีปากออกทำตามใจเขา เนี่ย! จีงโคตรน่ารักแล้วจะไม่ให้เขาอยากจับเธอทำเมียได้ยังไงวะ
ไทคิดอย่างชอบอกชอบใจก่อนที่จะรีบสอดลิ้นเข้าไปทักทายโพรงปากด้านในของคนตัวเล็ก ลิ้นสากกวาดละเมียดชิมไปทั่วโพรงปากของเธออย่างคนกระหายและเริ่มรับรู้ได้ถึงความเจ็บที่แขนของตัวเองตอนที่ไทใช้ลิ้นต้อนลิ้นของคนตัวเล็ก
คงเพราะจีงไม่รู้จะต้องตอบโต้ต่อสัมผัสของเขาแบบไหน ในปากก็ไม่รู้จะพาลิ้นของตัวเองหลบเขายังไงดีเมื่อโดนต้อนจนหาที่หลบไม่ได้ และไหนจะความรู้สึกที่มันเริ่มปะทุขึ้นภายในร่างกายของตัวเองอีก อารมณ์แปลกใหม่นี้ทำให้เธอเลือกที่จะจิกเล็บเข้าที่กล้ามแขนของไทเพื่อระบายความรู้สึกที่เธอพึ่งได้รู้จักออกไป
ความวาบหวาบแผ่ขยายไปทั่วร่างกายของจีงเมื่อในที่สุดเธอต้องยอมให้ลิ้นร้อนของเขารุกล้ำกระหวัดดูดดึงลิ้นของเธอ เขาดูกระหายมากจริง ๆ ไทดูดลิ้นเล็กที่แสนหวานจนเกิดเสียงแฉะของน้ำลายที่แลกกันดังขึ้นอย่างน่าอาย แต่เขายังไม่ยอมหยุดจนกว่าจะได้กวาดชิมความหวานจนหนำใจ แม้จะถูกใจมากเพียงใดแม้จะอยากสัมผัสร่างบางนี้มากขนาดไหน แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ที่นี่ไม่ได้...
“พอก่อน...” เป็นคนเริ่มเองที่ต้องยอมหยุดจูบเอง เพราะถ้าปล่อยให้เลยตามเลยอีกแค่นิดเดียว ไทมั่นใจมากว่าเขาจะไม่สามารถหยุดตัวเองได้ เขาไม่ได้เป็นสุภาพบุรุษขนาดนั้นแต่วันนี้จีงยังไม่พร้อมและเขาไม่ต้องการรังแกเธอ
และก่อนที่สติและความอดทนของไทจะขาดสะบั้นเขาจำเป็นต้องหยุดความปรารถนาที่ตัวเองปลุกปั้นขึ้นมาเดี๋ยวนี้ มือหนาที่สอดเข้าไปในกระโปรงเพื่อสัมผัสกับความเนียนบริเวณต้นขาอ่อนด้านในของหญิงสาวถูกดึงกลับออกมาโดยเร็ว พร้อมกับจัดการจัดระเบียบกระโปรงของจีงให้เรียบร้อยเหมือนเดิม ไทไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขารุกล้ำเข้าไปถึงต้นขาด้านในของจีงตอนไหนแต่นั่นแหละมือไวอย่างเขาก็สัมผัสผิวเนียนใต้ร่มผ้าของเธอไปแล้ว
‘เชี่ยเอ้ย บรรยากาศแม่งก็ชวนให้กูเสียตัว’
บรรยากาศมันเงียบสงบผสมกับเสียงจากบ่อปลาและอะไรต่าง ๆ ที่มากมายที่ช่วยทำให้บรรยากาศมันพาไป...
“เฮียทำจีงตกใจหรือเปล่า” ใช้นิ้วเช็ดคราบน้ำสีใสที่เลอะอยู่รอบ ๆ ขอบปากให้จีงอย่างเบามือที่สุด มองปากเล็กแดงเจ่อของน้องน้อยแล้ว...อยากจูบอีก
ความยับยั้งชั่งใจไทโยนทิ้งไปตั้งแต่เขาตัดสินใจจูบปากจีงตอนแรกแล้ว อย่ามาถามหาความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเลยเพราะเขารู้หมดแต่ก็ยังอยากทำ จีงคือเป้าหมายของไทอยู่แล้ว ตำแหน่งเมียเขาวางไว้ให้เธอคนเดียวเท่านั้น นั่นเลยทำให้เขาห้ามใจตัวเองได้ยากเหลือเกิน เขาปรารถนาในตัวจีงมากแต่ก็ไม่หาญกล้าพอที่จะทำถึงขั้นนั้นหมายถึงแค่วันนี้นะ
“ก็ตกใจนิดหน่อยค่ะ” ยอมรับออกไปอย่างเขินอาย พอสติเริ่มเข้าทีเข้าทางความอายก็เกิดขึ้นมาในตอนนี้แหละ น่าอายมาก จีงอยากตีตัวเองที่ปล่อยใจง่ายเกินไป โดนเขาเร้าหน่อยเธอก็ติดกับเขาอย่างง่ายดาย โชคดีที่ไทยอมหยุดกิจกรรมนี้ก่อนไม่งั้นเธอเองก็ไม่มั่นใจว่าจะห้ามตัวเองได้ไหม
“แล้วกลัวเฮียไหม” ดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดปลอบ ให้จีงซบที่อกของเขา ยกมือขึ้นลูบศีรษะของเธออย่างอ่อนโยนปลอมประโลมให้เธอหายตกใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
ไทอยากทะนุถนอมเธอให้ได้มากที่สุด แต่นี่ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่ทำให้จีงเป็นของเขานะ ก็บอกแล้วไงว่าคนนี้เขาจองแล้ว
“จีงบอกแล้วไงคะ ว่าจีงไม่ได้กลัวเฮียไทแล้ว”
หึ ดูคำตอบของคนตัวเล็กสิ นี่เธอเข้าใจความหมายของคำถามที่เขาถามไปคนละเรื่องเลย
“เฮียรู้ แต่ที่เฮียถามเฮียหมายถึงเรื่องจูบ ตอนเราจูบกันจีงจิกแขนเฮียแรงมากเลยนะเฮียคิดกว่าจีงกลัว”
“งื้อ จีงทำเฮียไทเจ็บหรือเปล่าคะ จีงขอโทษนะคะ”
แทนที่เธอจะตกใจกับเรื่องที่เขาถามแต่จีงกลับตกใจเรื่องที่ไทบอกว่าเธอจิกแขนของเขาซะงั้น ดูสิทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อีกแล้วทำหน้าแบบนี้ทีไรหัวใจของเขามันสั่นแรงทุกที
