บทที่ 4 จูบก็คือจีบ
“เฮียไม่เจ็บหรอก...” ไทจับมือนุ่มขึ้นมาแล้วโน้มใบหน้าลงไปกดจูบบนหลังมือหอม ๆ ของเธอ จูบค้างไว้อย่างนั้นสักครู่ก่อนจะยอมผละริมฝีปากออก ‘หอมชื่นใจจริงโว๊ย’
“มือจีงเล็กแค่นี้เอง ต่อให้จิกแขนเฮียจนเลือดออก เฮียก็ไม่เจ็บหรอก มดตะนอยกัดยังเจ็บกว่าอีก”
“เฮียพูดเกินไปอีกแล้วนะ มดกัดจะมาเจ็บมากกว่าได้ยังไงคะ”
เขาชอบพูดแบบนี้ตลอดเลย เจ็บก็บอกกับเธอตรง ๆ สิแค่นี้ก็รู้สึกผิดจะแย่อยู่แล้วนะ จีงไม่ชอบทำให้ใครเจ็บเพราะเธอและเวลาเห็นคนอื่นเจ็บเธอเองก็รู้สึกไม่ดีไปด้วยแม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นคนทำก็ตาม ขนาดคุณหนูของเธอร้องไห้จีงยังร้องไห้ตามเลย อารมณ์อ่อนไหวง่ายมากนะ
“เฮียไม่ได้เวอร์นะ เอาเป็นว่าเฮียไม่เจ็บจีงสบายใจได้”
“เฮียไทพูดจริงนะคะ” ช้อนสายตาขึ้นถามอย่างเป็นห่วง ถ้าเขายืนยันว่าไม่เจ็บจริง ๆ เธอจะได้สบายใจ
“จริงสิ แล้วจีงล่ะตอบเฮียมาก่อน เฮียอยากรู้ว่าจีงกลัวไหม ถ้าเมื่อกี้เฮียทำมากกว่าจูบ”
“จีง...” ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันพร้อมเบือนหน้าหลบสายตาที่รอคอยคำตอบของไท แต่จีงไม่สามารถทำได้ดั่งใจเพราะเขารู้ทันและรีบจับปลายคางของเธอไว้ไม่ยอมให้จีงหันหน้าหนี
“ตอบเฮียเถอะนะจีง เฮียอยากรู้” น้ำเสียงของไทอ่อนโยนมากเขาสร้างความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยให้จีง ถึงแม้ว่าเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้าเราสองคนอาจจะถล้ำลึกไปมากกว่าจูบ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเธอไม่ได้รู้สึกกลัวขนาดนั้น
“จีงใจหวิว ๆ มากกว่าค่ะแต่ไม่ได้กลัว” เพราะถ้ากลัวเธอคงร้องไห้โฮขัดขืนเขาแล้ว จีงคงไม่ปล่อยให้ตัวเองได้รู้จักอารมณ์และความต้องการตามธรรมชาติของร่างกายแบบนั้นหรอก
“เป็นอะไรไป หืม” เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ใช้มือเกลี่ยแก้มเนียนใสอย่างทะนุถนอมแต่ในขณะเดียวกันหัวใจแกร่งของไทกระตุกวูบเมื่อเห็นน้องน้อยทำหน้าเศร้า
ม่านน้ำสีใสเอ่อคลอที่ดวงตาของจีง เห็นแบบนี้แล้วไทใจคอไม่ดีเลยไหนเธอบอกว่าไม่กลัวไงแล้วทำไมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ‘หรือว่าจีงเสียใจที่จูบกับเรา’
“จีงรู้สึกไม่ดีกับตัวเองค่ะเฮียไท จีงรู้สึกว่าตัวเองใจ...”
เธอกระดากอายเกินไปที่จะพูดคำว่าใจง่ายต่อหน้าเขา น่าโมโหตัวเองนักที่ตอนปล่อยตัวให้เขาจูบให้เขาลูบตอนนั้นไม่รู้จักอาย แต่พอมาตอนนี้แค่จะพูดสองคำสั้น ๆ เธอยังไม่กล้าเลย
“ไม่ต้องพูดแล้วนะคนดีของเฮีย” ไทกอดจีงแน่น ๆ อีกครั้งเขามองตาเธอ เขาเห็นน้ำตาของเธอและเขารู้ว่าจีงต้องการจะพูดว่าอะไรและรู้ว่าที่เธอพูดไม่ได้เพราะกำลังอายและโทษตัวเองอยู่
“เฮียรู้ว่าจีงหมายความว่าอะไรและเฮียจะบอกว่า จีงไม่ได้เป็นผู้หญิงแบบนั้นนะ”
จีงเป็นสาวใช้ของซ้อหมวยเธอเกิดและเติบโตมาใมบ้านของคนที่มีต้นตระกูลสืบเชื้อสายมาจากประเทศจีน ตัวจีงเองแม้จะไม่ได้มีเชื้อสายจีนแต่เธอก็ถูกเลี้ยงและอบรมให้รักนวลสงวนตัวเรื่องรักไม่ให้ยุ่งจนกว่าจะถึงวัยอันควร นั่นเลยทำให้จีงไม่เคยรู้จักความรักและเธออุทิศทั้งชีวิตเพื่อดูแลคุณหนูของเธอเท่านั้น
พอมาเจอไทรุกหนักอย่างวันนี้จีงเลยตกใจและรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง ทั้งที่สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือเรื่องธรรมดามากของหนุ่มสาวที่อยู่ด้วยกันมีใจต่อกัน มันเกิดขึ้นได้ สมัยนี้มันไม่ใช่เรื่องผิดเลยถ้าเรารู้จักป้องกันแต่ไทเข้าใจจีง เธอยังเด็กและไร้เดียงสากับเรื่องพวกนี้ วัน ๆ จีงอยู่แต่ในบ้านดูแลเจ้านายไม่เคยได้ออกไปไหนถ้าซ้อหมวยไม่พาไปด้วย เธอประสบการณ์ชีวิตยังน้อยแต่ไม่เป็นไรเพราะไทตั้งใจจะดูแลทั้งชีวิตของจีงอยู่แล้ว
“เฮียไทจะยังชอบจีงอยู่ไหมคะ”
ตัวแค่นี้ทำไมคิดเยอะจังนะแล้วคิดแบบหัวโบราณมากด้วย สงสัยเขาต้องขออนุญาตเฮียฉีกับซ้อหมวยพาจีงไปเที่ยวกลางคืนบ่อย ๆ แล้วละจะได้รู้ว่าวัยรุ่นที่วัยเดียวกันกับจีงเขาใช้ชีวิตสนุกกันขนาดไหน
“ชอบสิ เฮียชอบจีงมากแล้วเมื่อไหร่จีงจะบอกชอบเฮียบ้างละ หืม” กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นและแอบเขย่าตัวคนน่าฟัดเล็กน้อยด้วย เธอน่าหมั่นเขี้ยวมากจริง ๆ ไทอยากจับฟัดใจจะขาดแล้วเนี่ยแต่ต้องอดทนไว้ก่อน วันนี้เขาทำจีงเสียขวัญมากพอแล้ว เดี๋ยวน้องกลัวขึ้นมาแล้วงานจะเข้าเดี๋ยวจีบไม่ติดทีนี้อดมีเมียแน่
“จีงรอดูเฮียจีบอยู่นี่ไงคะ จีบให้ติดก่อนสิแล้วจีงจะบอกว่าชอบหรือไม่ชอบเฮียไท” เขินตัวบิดไปหมดแล้ว อย่าให้ต้องพูดเลยว่าชอบเขาหรือเปล่า
“เฮียก็จีบแล้วนะ จีบจนจีงปากเจ่อแล้วเนี่ย ชอบเฮียได้หรือยัง”
“เฮียไทอะ! อันนี้คือจูบค่ะไม่ใช่จีบ”
“จูบของเฮียก็คือจีบน้องจีงไง แล้วชอบไหม”
“งื้อเฮียอะ หมายถึงชอบอะไรคะ”
ไทปล่อยเสียงหัวเราะอย่างชอบใจเมื่อเขาทำให้คนตัวเล็กเขินจนทั้งตัวเปลี่ยนเป็นสีชมพูได้ โคตรน่ารักเลย
“ชอบเฮียไหม”
“ยังไม่บอกค่ะ”
“งั้น ชอบจูบของเฮียไหม”
“>