บทที่ 8 งัวเงีย
ไร่ภูตะวัน
“ใช่เลยเดือน นี่พี่ก็กลัวนะว่าตาภูจะเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันหรือเปล่า” ภาลัยพูดยิ้ม เห็นลูกชายไม่เคยควงไม่เคยคบใคร
“น่าจะไม่นะคะ แต่อาจจะมีแล้วก็ได้ เด็กสมัยนี้รุ่นเราตามไม่ทันหรอก แต่พี่ภาเตรียมสินสอดไว้ก็ดีนะ” ปานเดือนพูดจบ ภาลัยถึงกับขำกับความขี้เล่นของเพื่อนรุ่นน้อง มานพถึงกับยิ้มตามภรรยา
“เดือนก็ แต่พี่ก็ว่าแบบนั้นเหมือนกัน” ภาลัยยกมือปิดปากขำขัน ไม่นานเสียงรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านสองชั้นขนาดใหญ่บ้านไม้ไทยประยุกต์ ภาลัยชะเง้อคอมอง
“สงสัยตาภูจะกลับมาแล้ว เราเข้าบ้านกันเถอะ” ภาลัยเดินนำหน้า ปานเดือนกับมานพเดินตามหลังภาลัยเข้ามาในบ้าน
“คุณแม่ สวัสดีครับ” พ่อเลี้ยงภูเวียงเดินเข้ามาในบ้านด้วยความเหนื่อยล้าแต่พอได้เห็นหน้ามารดาทำให้เขารู้สึกดีพอได้อ้อมกอดของมารดาแล้วรู้สึกมีพลัง
“ดูสิ ว่าใครเอ่ยมาบ้านเรา” พ่อเลี้ยงภูเสียงแหงนหน้าผู้ใหญ่สองคนที่เดินตามหลังภาลัยมา
“สวัสดีครับ อานพน้าเดือน” พ่อเลี้ยงภูเวียงไหว้ทักทายผู้ใหญ่ที่เขานับถือทั้งสองคน ปานเดือนกับมานพรับไหว้ก่อนจะยิ้มออกมา
“โตแล้วหล่อมากเลยตาภู ได้พอมาเต็มๆ” ปานเดือนว่า ทั้งรูปร่างหน้าตาพ่อเลี้ยงภูเวียงได้ภากรหมดแต่พ่อเลี้ยงภูเวียงจะตัวโตกว่าภากรมากจนเห็นได้ถ้าเทียบกัน แต่ตอนนี้ไม่อยู่ให้เทียบมีแต่ให้นึกคิดถึง
“แบบนี้คงเป็นที่หมายปองของสาวๆด้วยใช่ไหม” พ่อเลี้ยงยิ้มเขินที่ถูกแซว เขาไม่เคยควงใครคบใครแต่ก็มีคุยอยู่บ้างพอหลังๆเขายุ่งกับงานจนไม่มีเวลาหาแฟน ส่วนคนคุยก็หายไปตั้งแต่นั้นมา
“ไม่มีหรอกครับน้าเดือน ทุกวันผมจะอยู่กับไร่องุ่นไม่มีเวลาหาสาว” พ่อเลี้ยงพูด ปายเดือนยิ้มกับคำที่ออกจากปากพ่อเลี้ยง ดูจากหน้าก็ดูว่าเขาพูดจริง
“แม่จะนอนหรือยัง หอมง่วงแล้ว”
