ตอนที่ 2 : น้ำมนต์รดสวาท nc
สิงห์ปลดปมผ้าเตี่ยวโจงกระเบนของตนออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นความเป็นชายชาตรีที่พร้อมจะปราบมารร้ายที่สิงสู่อยู่ในร่างของบัว เขาก้าวขึ้นไปทาบทับร่างบางบนแคร่ไม้ไผ่ ขาแกร่งแทรกเข้ากลางระหว่างเรียวขาของหญิงสาว
"ทนหน่อยนะบัว... ตอนที่ของมันหลุด เอ็งจะเจ็บนิดหน่อย แต่เดี๋ยวข้าจะทำให้เอ็งสบายเอง" สิงห์กระซิบข้างหู ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าหา รวบรวมสมาธิและบริกรรมคาถาในใจ เมื่อความแกร่งกร้าวสอดแทรกเข้าไปเพื่อขับไล่มนต์ดำ บัวผวาเฮือก เล็บจิกเข้าที่แผ่นหลังกว้างของพ่อหมอจนเป็นรอยแดง
"อ๊ะ... พ่อหมอ... ฉันจ็บ... มันดิ้น มันดิ้นอยู่ข้างใน!" บัวร้องบอก น้ำตาซึม ฤทธิ์ของคุณไสยกำลังต่อต้านพลังอาคมของสิงห์
"ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่แล้ว"
สิงห์เริ่มขยับตัว จากจังหวะเนิบนาบ เชื่องช้าแต่หนักแน่นราวกับพญาคชสารย่ำเท้า ทุกครั้งที่เขากระแทกกระทั้นลงไป เสียงสวดคาถาก็ดังประสานไปกับเสียงครางหวานของหญิงสาว อาคมที่แฝงอยู่ในทุกท่วงท่ากำลังทำหน้าที่ของมัน เอวสอบที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามทำงานอย่างทรงพลังและดุดัน สมกับฉายา "พ่อหมอเอวดุ" ที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้มาก่อนนอกจากวิญญาณและผู้ถูกของแคร่ไม้ไผ่ลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามแรงขยับของคนทั้งคู่ แสงเงาวูบวาบสะท้อนภาพการทำพิธีที่เร่าร้อนและดุเดือด บัวที่ตอนแรกเจ็บปวดจากการต่อต้านของมนต์ดำ บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความสุขสมที่ล้นทะลัก ร่างกายของเธอตอบสนองต่อทุกจังหวะรักของพ่อหมออย่างเป็นธรรมชาติ มือบางโอบกอดรัดรอบคอแกร่ง ริมฝีปากร้องครางไม่เป็นภาษา
"พ่อหมอ... ฉัน ฉันเสียวเหลือเกิน... เอาของมันออกไป... เอาออกไปให้หมดเลยนะจ๊ะ"
"โอม... จงหลุด! จงคลาย! ออกไปจากร่างนางบัวเดี๋ยวนี้!"
สิงห์ตะโกนก้อง เร่งจังหวะเอวให้ดุดันและรวดเร็วขึ้นไปอีก ร่างของเขาสะบัดไหว เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลหยดลงบนยอดอกของบัว กลิ่นอายของความดิบเถื่อนผสมผสานกับกลิ่นธูปและน้ำมันจันทน์สร้างบรรยากาศที่ยากจะบรรยายการต่อสู้ระหว่างมนต์ดำกับอาคมของพ่อหมอดำเนินไปอย่างยาวนาน จนกระทั่งสิงห์รู้สึกได้ถึงก้อนพลังงานสีดำที่กำลังแตกสลายอยู่ภายใน เขาโหมแรงอัดเฮือกสุดท้าย ส่งตัวเข้าหาหญิงสาวอย่างแนบแน่นที่สุด พร้อมกับปลดปล่อยพลังหยางและน้ำทิพย์แห่งชีวิตเข้าไปชะล้างมนต์ดำจนหมดสิ้น
"กรี๊ดดดดด!"
บัวกรีดร้องออกมาสุดเสียง ร่างกายกระตุกเกร็ง ดวงตาที่เคยเลื่อนลอยกลับมาเบิกกว้างและกระจ่างใส ควันสีดำจางๆ ลอยวูบออกจากริมฝีปากของเธอและสลายหายไปในอากาศทันที พิษคุณไสยถูกถอนรากถอนโคนออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเหนื่อยหอบและอารมณ์สวาทที่ยังคงคุกรุ่นสิงห์ทิ้งตัวลงนอนตะแคงข้างๆ หญิงสาว ดึงผ้าห่มผืนบางมาคลุมร่างของคนทั้งคู่ไว้ แขนแกร่งยังคงตระกองกอดบัวเอาไว้หลวมๆ พ่อหมอหนุ่มหอบหายใจหนักๆ มือก็ควานหายาสูบมาจุดสูบอีกครั้งเพื่อผ่อนคลาย
ความเงียบโรยตัวลงมาบนเรือนไม้สักอีกครั้ง มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่ยังคงทำหน้าที่ของมัน บัวที่เพิ่งได้สติกลับมาเต็มร้อย ค่อยๆ หันไปมองเสี้ยวหน้าคมเข้มของพ่อหมอที่กำลังพ่นควันสีเทา ใบหน้าของเธอแดงซ่านเมื่อนึกถึง 'วิธีรักษา' ที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ ความเจ็บปวดจากคุณไสยหายเป็นปลิดทิ้ง ร่างกายเบาหวิว แต่ตรงจุด กึ่งกลางกายกลับรู้สึกอิ่มเอมและปวดหนึบเบาๆ เป็นหลักฐานว่าเรื่องเมื่อครู่ไม่ใช่ความฝัน
"เป็นยังไงบ้างวะนังบัว หายร้อนหรือยัง" สิงห์ถามเสียงเรียบ แต่หางตายังคงแอบมองหญิงสาวข้างกาย บัวหลุบตาต่ำ กัดริมฝีปากตัวเองด้วยความขวยเขิน ก่อนจะขยับตัวเข้าไปซุกหน้ากับแผงอกอุ่นๆ ที่เต็มไปด้วยรอยสักของพ่อหมอ
"หายแล้วจ้ะพ่อหมอ... หายสนิทเลย" เธอตอบเสียงอู้อี้
"อืม หายก็ดีแล้ว วันหลังก็ระวังตัวให้มาก อย่าไปกินอะไรซี้ซั้ว คืนนี้นอนพักที่นี่แหละ พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับ" สิงห์พูดจบก็เตรียมจะดับตะเกียง แต่บัวกลับรั้งแขนเขาไว้
นิ้วเรียวลูบไล้ไปตามรอยสักรูปเสือเผ่นบนอกกว้างอย่างซุกซน ดวงตาคู่สวยช้อนมองพ่อหมอหนุ่มด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แววตาของคนป่วยที่น่าสงสารอีกต่อไป แต่เป็นแววตาของหญิงสาวที่เพิ่งค้นพบโลกใบใหม่
"พ่อหมอจ๊ะ..." บัวกระซิบเสียงหวาน
"อะไรอีก อาการกำเริบหรือไง" สิงห์เลิกคิ้ว
"เปล่าจ้ะ... ฉันแค่รู้สึกว่า... มนต์ดำมันอาจจะยังออกไม่หมด..." บัวพูดพลางขยับกายเบียดเสียดเข้าหา
"พ่อหมอช่วย... 'ถอนของ' ให้ฉันอีกสักรอบได้ไหมจ๊ะ ฉันกลัวมันจะกลับมาอีก"
สิงห์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาดึงยาสูบออกจากปาก ขยี้ลงกับที่เขี่ยบุหรี่ แล้วหันกลับมาคร่อมร่างบางไว้ใต้ร่างอีกครั้ง นัยน์ตาดุดันเป็นประกายวาววับท่ามกลางแสงเทียน
"เอ็งนี่มันรนหาที่จริงๆ นังบัว... ได้! ในเมื่อคนไข้ขอร้อง พ่อหมออย่างข้าก็จัดให้... แต่คราวนี้ ไม่ใช่วิชาถอนของแล้วนะเว้ย... นี่มันวิชา 'สิงห์คำราม' ล้วนๆ!"
พูดจบ ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ฉกวูบลงมาปิดเสียงร้องของบัวอีกครั้ง คืนนี้ทุ่งดอนกระทิงคงไม่ได้หลับใหล
