ตอนที่ 1: ถอนของด้วยของ nc
เสียงจิ้งหรีดเรไรดังระงมไปทั่วทุ่งดอนกระทิง สายลมเอื่อยๆ ในยามดึกสงัดของคืนหนึ่ง หอบเอากลิ่นดอกแก้วผสมผสานกับกลิ่นธูปกำยานลอยโชยมาตามลม บรรยากาศรอบเรือนไม้สักหลังใหญ่ท้ายหมู่บ้านดูวังเวงและเข้มขลังจนชาวบ้านทั่วไปไม่มีใครกล้าเดินผ่านในยามวิกาล หากไม่มีเหตุคอขาดบาดตายจริงๆ
บนเรือนไม้ที่สว่างไสวด้วยแสงสีส้มวูบวาบจากเปลวเทียน ส่องกระทบร่างกำยำล่ำสันของชายหนุ่มวัยยี่สามสิบปีกำลังนั่งขัดสมาธิ หลับตาพริ้มอยู่หน้าหิ้งบูชาครู "สิงห์" หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า "พ่อหมอสิงห์" ชายหนุ่มผู้มีผิวพรรณสีทองแดงกร้านแดดกร้านลม กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ จากการฝึกฝนวิชาอาคมและการใช้แรงงาน
ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นรอยสักอักขระขอมโบราณที่สักยันต์เกราะเพชร เสือเผ่น และหนุมานคลุกฝุ่นเต็มแผงอกกว้างและแผ่นหลัง ท่อนล่างนุ่งเพียงโจงกระเบนสีแดงเลือดนก ขัดรั้งเอวสอบไว้อย่างแน่นหนา สิงห์พ่นควันยาสูบใบจากออกจากริมฝีปากหยักลึก ควันสีเทาลอยม้วนตัวขึ้นสู่อากาศ ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดเข้าหากันเมื่อหูแว่วได้ยินเสียงฝีเท้าตึงตังและเสียงร้องครวญครางดังขึ้นจากตีนบันไดเรือน
"พ่อหมอ... พ่อหมอสิงห์ ช่วยฉันด้วย... ฉันร้อนเหลือเกิน!" เสียงหวานที่บัดนี้แหบพร่าและเต็มไปด้วยความทรมานดังขึ้น
พร้อมกับร่างอรชรของ "บัว" หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ลูกสาวตาจวน ที่พยุงร่างอันโอนเอนขึ้นมาบนเรือน สภาพของบัวในตอนนี้ทำเอาสิงห์ต้องรีบวาง
ยาสูบลง เสื้อคอกระเช้าสีดอกอัญชันหลุดลุ่ย ผ้าถุงที่นุ่งมาก็ร่นขึ้นจนเห็นขาอ่อนขาวเนียน ใบหน้าหวานเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ดวงตาของล่องลอยและแดงก่ำ มือบางพยายามดึงทึ้งเสื้อผ้าของตัวเองราวกับคนขาดสติ
"นังบัว เอ็งเป็นอะไรวะ!" สิงห์รีบลุกขึ้น ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปประคองร่างที่กำลังจะทรุดลงกับพื้นกระดานไม้
"ร้อน... พ่อหมอจ๋า ฉันร้อนไปหมดแล้ว ร้อนเหมือนมีไฟสุมอยู่ในท้อง ฉันจะตายแล้วพ่อหมอ..." บัวละล่ำละลักบอก มือเรียวปัดป่ายไปตามแผงอกกว้างของพ่อหมอหนุ่มอย่างไม่รู้ตัว ผิวเนื้อของเธอร้อนผ่าวราวกับคนจับไข้สูง แต่สิงห์รู้ดีว่านี่ไม่ใช่ไข้ธรรมดา
พ่อหมอหนุ่มจับข้อมือเล็กขึ้นมาก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงที่กลางหน้าผากมนของหญิงสาว บัวกรีดร้องออกมาเบาๆ ร่างกายบิดเร่า ทันใดนั้น เงาดำจางๆ ก็พาดผ่านใบหน้าของเธอ สิงห์เดาะลิ้นเสียงดัง
"ปัดโธ่เว้ย! โดนของต่ำเข้าเต็มเปาเลยนี่หว่า ใครมันช่างใจหมาทำของใส่เอ็งวะนังบัว" สิงห์ช้อนร่างบางที่กำลังดิ้นทุรนทุรายขึ้น พาเดินตรงไปยังแคร่ไม้ไผ่ตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องพิธี เขาตวัดผ้าถุงของบัวให้เข้าที่เข้าทาง แต่หญิงสาวกลับดิ้นรนและ พยายามจะปลดเปลื้องมันออกอยู่ตลอดเวลา
"ฉันไม่ไหวแล้วพ่อหมอ มันคันยิบๆ อยู่ข้างใน มันร้อน... ช่วยฉันด้วย ทำยังไงก็ได้ให้ฉันหายบ้าทีเถอะจ้ะ!" บัวครวญคราง เสียงของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นเย้ายวนอย่างประหลาด ฤทธิ์ของคุณไสยมนต์ดำสายล่างที่เธอโดนมา มันกำลังปลุกปั่นตัณหาราคะในกายให้พุ่งสูงจนเกินขีดจำกัดที่หญิงสาวบริสุทธิ์อย่างเธอจะทนได้
สิงห์มองร่างอรชรที่บิดเร่าอยู่บนแคร่ ผิวขาวเนียนตัดกับแสงตะเกียง ริมฝีปากบางเผยอครางหอบหายใจ หน้าอกหน้าใจอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงอารมณ์ เขาถอนหายใจหนักหน่วง หยิบขันน้ำมนต์ที่ปลุกเสกไว้มาพรมลงบนร่างของหญิงสาว
"เพี้ยง! พุทธังปะกะติ ธัมมังปะกะติ สังฆังปะกะติ!"
น้ำมนต์เย็นเฉียบกระทบผิว บัวสะดุ้งเฮือก แต่แทนที่อาการจะทุเลา เธอกลับผวาเข้ามากอดเอวสอบของสิงห์แน่นใบหน้าซุกไซ้เข้ากับหน้าท้องแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม"ไม่เอา... น้ำมนต์มันดับไฟในตัวฉันไม่ได้หรอกพ่อหมอ... ฉันต้องการอย่างอื่น... ฉันต้องการพ่อหมอ..." หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาของเธอไม่ได้มีเพียงความทรมาน แต่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ถูกมนต์ดำชักนำสิงห์ขบกรามแน่น
เขารู้ดีว่ามนต์ดำสายราคะแบบนี้ น้ำมนต์ทั่วไปล้างไม่ออก ของที่มันฝังลึกเข้าไปในจิตวิญญาณและเลือดเนื้อของสตรี จะต้องถูกถอนด้วย 'พลังหยาง' หรือความแกร่งกร้าวของบุรุษเพศที่อาบไปด้วยอาคมเท่านั้น นี่ไม่ใช่วิธีรักษาที่เขาอยากจะใช้พร่ำเพรื่อ แต่วินาทีนี้ หากปล่อยบัวไว้ พิษคุณไสยจะกัดกินจนเธอเสียสติในที่สุด
"เอ็งแน่ใจนะนังบัว ว่าจะให้ข้าถอนของให้ด้วยวิธีนี้... วิชาของข้ามันดุ เอ็งอาจจะระบมไปหลายวัน" สิงห์ถามย้ำเสียงแหบพร่า มือหนาลูบผมที่เปียกชื้นของหญิงสาวเบาๆ
"ฉันยอม... ยอมพ่อหมอทุกอย่าง ขอแค่เอาอีผีบ้ากามตัวนี้ออกไปจากร่างฉันที..." บัวตอบกลับพร้อมกับดึงรั้งท้ายทอยของพ่อหมอหนุ่มลงมาประทับริมฝีปาก
เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง และหน้าที่ของหมอผีที่ต้องช่วยชีวิตคนตรงหน้า สิงห์จึงเริ่มบริกรรมคาถาบทลี้ลับ ที่สืบทอดมาจากครูบาอาจารย์ เขาปลดเปลื้องเสื้อคอกระเช้าและผ้าถุงของบัวออกอย่างเบามือ เผยให้เห็นเรือนร่างงดงามที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้าผิวขาวผ่องสะท้อนแสงไฟวับวาว บัวหลับตาพริ้ม ยอมจำนนต่อสัมผัสร้อนแรงของชายหนุ่มตรงหน้า สิงห์ใช้นิ้วโป้งที่แตะน้ำมันจันทน์เสก กดลงที่กลางหน้าอกของบัว ลากวนเป็นอักขระเพื่อสะกดมนต์ดำไม่ให้หนี เสียงสวดคาถาดังทุ้มกังวานไปทั่วห้อง
มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างบอบบาง ทุกสัมผัสของสิงห์เต็มไปด้วยความมนต์ขลัง บัวสะดุ้งแอ่นกายรับสัมผัสนั้น ความร้อนรุ่มจากคุณไสยเริ่มถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านจากฝีมือของพ่อหมอหนุ่ม รอยสักบนตัวของสิงห์ราวกับมีชีวิตเมื่อต้องแสงไฟ มันขยับไหวตามการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
