บทนำ (๒)
“ค่ะ เหนื่อยสายตัวแทบขาดกว่าจะได้เงินแต่ละบาท” พูดแล้วก็ถอนหายใจหยิบน้ำมาดื่มจนหมดแก้วพลางมองไปที่ลูกชายสองคนซึ่งเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจ ของขวัญที่หล่อนได้มาครอบครองไว้เพียงผู้เดียว
ถ้าไม่มีลูกก็ไม่รู้ว่าตอนนี้จะมีแรงใจขับเคลื่อนชีวิตหรือเปล่า ทุกอย่างรอบกายคงดูไร้ชีวิตชีวาและน่าเบื่อไปหมด
ยังดีที่มีลูกคอยเป็นกำลังใจให้กัน เพื่อให้เธอตื่นมาหาเงินเลี้ยงเด็กแฝดในแต่ละวัน ไม่ต้องหวนกลับไปคิดถึงอดีตอันขมขื่นที่ผ่านมา
“นั่นสินะ...ไม่เหมือนคนพวกนั้น ได้เงินง่ายซะจริง” ผินหน้ากลับไปมองยังหน้าจอโทรทัศน์ซึ่งมีบทสัมภาษณ์นักแสดงของละครที่เพิ่งฉายจบไปเมื่อไม่นาน หนุ่มหล่อที่มีนามว่างสิงห์ เกรียงเสรีกับนุดีรดา เพียงธรรมคุณ
การเล่นแบบเข้าถึงตัวละครทำให้คนทั่วไปต่างเชียร์ให้ทั้งสองคบกันนอกจอ แล้วดูเหมือนว่าทั้งคู่ก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือตอบรับ ยังมีท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้เหมือนตอนนี้ที่ถูกนักข่าวรุมถามไม่เปิดโอกาสให้โปรโมทผลิตภัณฑ์ที่มาออกอีเว้นท์เลย
หล่อนชะงักครู่หนึ่งแล้วผินมองทางอื่นไม่ดูจอสี่เหลี่ยมตรงหน้า ซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ให้ลึกที่สุด แต่ก็ยังมีหลงเหลือให้เห็นทางแววตาเพราะแผลที่ค่อนข้างสดใหม่แม้จะผ่านมากว่าสองปีก็ยังไม่ได้เลือนจางไปเสียทีเดียว
แค่มันถูกซ่อนเอาไว้ไม่อยากเปิดความทรงจำเหล่านั้นออกมา
“ตกลงว่าทั้งสองกำลังคบกันใช่ไหมคะ” นักข่าวยังคงถามไม่เลิกเพื่อเค้นความจริงจากคนทั้งสอง ฝ่ายหญิงยิ้มเอียงอายพลางเหลือบคนร่างสูงที่ยืนข้างกัน เหมือนกำลังตัดสินใจบางอย่างว่าควรพูดออกไปดีหรือเปล่า
“ก็...เป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันค่ะ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในแต่ละเรื่องใช่ไหมคะพี่สิงห์” ตอบในส่วนของตนก็หันไปถามรุ่นพี่ในวงการที่อายุมากกว่าทั้งยังเข้ามาทำงานก่อนตนอีกต่างหาก จึงมีเรื่องให้พูดคุยและถามมากมายจนเหมือนคุยกันไม่รู้จบ ภาพความสนิทสนมถูกส่งต่อในโลกอินเทอร์เน็ตจนกลายเป็นคู่ขวัญคนใหม่ของวงการบันเทิงไปแล้ว
กลุ่มแฟนคลับต่างเรียกร้องละครเรื่องที่สามของพวกเขา ซึ่งช่องก็กำลังพิจารณาให้ลงละครเย็นเพื่อหวังเรียกเรตติ้งและโฆษณาที่เข้ามาจองจากกระแสของคนทั้งสอง ยิ่งมีข่าวรักใคร่มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีต่อช่องมากเท่านั้น จึงประโคมข่าวไม่หยุดสร้างความอึดอัดแก่ชายหนุ่มเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องตามน้ำไปก่อนเพื่อไม่ให้ฝ่ายหญิงเป็นตัวตลก
“ครับ ถือว่าเป็นน้องสาวคนสนิทที่สุดในตอนนี้เลย” แล้วก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นรอบข้าง
ภาพบนหน้าจอสร้างความสุขแก่น้าสาวที่แอบลุ้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ไม่ได้มองแววตาของคนที่อยู่ข้างกันว่าเจ็บปวดมากเพียงใด ดื่มน้ำเย็นเพื่อระงับอารมณ์ขุ่นหมองในใจของตนก็เลือกจะเบือนหน้าไปทางอื่น
“สิงห์กับนุดีเขาก็เหมาะสมกันนะ ละครเรื่องล่าสุดที่เล่นคู่กันน้าเห็นยังชอบเลย แอบลุ้นให้เขารักกันนอกจอจริงๆ คำตอบก็ดูเป็นไปได้ว่าอย่างนั้นไหม” ถามความคิดเห็นของแม่ลูกสองที่ยังนิ่งเงียบไม่พูดอะไรไม่อยากออกความคิดเห็น
เธอยอมรับว่าอารมณ์ไม่ได้นิ่งเหมือนหน้าตาในตอนนี้ ตะกอนนอนก้นถูกตีให้ขุ่นในเวลารวดเร็วจนรีบลุกยืนเต็มความสูง เดินไปเปิดคอกกั้นของเด็กน้อยก่อนจับจูงมือเล็กคนละข้างเพื่อพาไปอาบน้ำในห้องด้านหลัง
“ศิรา ธารา ไปอาบน้ำได้แล้ว เล่นจนเหงื่อออกหมดล่ะเนี่ย เหนียวแบบนี้แม่ไม่ให้ขึ้นนอนบนเตียงด้วยนะ ไป” น้ำเสียงแข็งกว่าปกติแล้วลากลูกชายที่ความหมายของชื่อเหมือนตนออกมาข้างนอก
แม่ชื่อระริน อุดมทิพย์ที่แปลว่าสายน้ำไหลเย็น ลูกคนโตคือศิรา อุดมทิพย์พร้อมกับน้องชายฝาแฝดที่ชื่อธารา อุดมทิพย์ ส่วนชื่อเล่นไม่มีเพราะใช้ชื่อจริงเรียกไปเลย เหมือนเด็กๆ ก็จะรู้ชื่อตัวเองจึงขานรับยามเรียกตลอด
“ดุ แม่แม่ ดุๆ” เดินไปด้วยก็ยังไม่วายจะบอกว่าแม่ดุ เธอหลุดขำลูกน้อยแล้วพาเข้าห้องน้ำพร้อมกันทั้งสองคน ไม่สนว่าคนน้องจะร้องไห้จ้าหรือคนพี่จะวิ่งวุ่นในห้องสี่เหลี่ยมทำเอาเธอเหนื่อยในการจับปูใส่กระด้ง เลี้ยงลูกชายช่างยากเหลือเกิน
หากจะโทษก็ต้องยกความผิดให้เจ้าของน้ำเชื้อทั้งหมด เพราะเขาคือตัวการที่ทำเธอท้อง!
“ทำไมอารมณ์เสีย ฉันทำหลานโกรธเหรอ...เรื่องอะไรล่ะ” ครูวัยใกล้เกษียณนึกสงสัยทำได้เพียงพึมพำเสียงเบากับตัวเอง ค่อยหันกลับมาสนใจการสัมภาษณ์ตรงหน้าอีกครั้ง คราวนี้ถามเรื่องละครที่กำลังจะจับทั้งสองลงแต่ก็ไม่ได้ตกลงจริงจัง
ในใจของนางนึกชื่นชมความหล่อเหลาของฝ่ายชาย สิงห์หล่อจนอยากได้มาเป็นหลานเขย...
ส่ายหน้าทันทีเมื่อคิดว่ากำลังหวังสูงเกินไป มันไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน นักแสดงคนดังระดับนั้นจะมารู้จักกันได้อย่างไร
ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาที่ห้องรับแขกของบ้าน ปิดเปลือกตาลงอย่างเชื่องช้าพร้อมถอนหายใจราวกับเจอเรื่องหนักหนาทั้งที่เพิ่งไปร่วมงานอีเว้นท์ของผลิตภัณฑ์ที่ตนเป็นพรีเซ็นเตอร์ ยังไม่ทันได้ล้างเครื่องสำอางออกจากใบหน้าก็ตัดสินใจกลับบ้านเพราะฝืนยิ้มให้คนอื่นไม่ไหว ช่วงนี้รู้สึกหมดเรี่ยวแรงหมดไฟในการทำงาน
กระนั้นก็ยังรับงานไม่เคยปฏิเสธ กลัวว่าถ้าหยุดไปแล้วไม่มีอะไรทำ จะหวนนึกถึงใครบางคนที่หนีกันไปไม่ยอมบอกกล่าว ไม่สามารถหาช่องทางติดต่อได้ หายไปราวฟองสบู่ที่ล่องลอยกลางอากาศก่อนสลาย สร้างความทุกข์แก่เขาเป็นอย่างมาก
คิดถึงจนแทบขาดใจ...
ตอนมีอยู่ไม่รู้ว่าสำคัญ พอเสียไปจึงรู้ว่ารักมากแค่ไหน
ตามหาแต่ไม่พบทำได้เพียงรอว่าเมื่อไหร่หล่อนจะกลับมา ผ่านไปหนึ่งปีก็แล้วสองปีก็แล้ว ไร้ซึ่งเงาของหญิงในดวงใจ เธอหันหลังไปแล้วไม่ยอมกลับอีกเลย ผ่านแต่ละคืนด้วยความยากเย็นจนต้องใช้แอลกอฮอล์ช่วยทั้งยังไม่ยอมรับประทานอาหาร จนเข้าโรงพยาบาลจากเหตุการณ์ดื่มเยอะจนกระเพาะอาหารอักเสบ
บุพการีเข้ามาขอร้องทั้งน้ำตาให้ลูกชายกินข้าวกินปลาบ้าง เขาจึงฟื้นกลับมาใช้ชีวิตที่เหมือนหุ่นยนต์ ราวคนไร้วิญญาณทั้งหัวใจก็ถูกใครบางคนพรากไปแล้ว
เธอทำกับเขาอย่างเจ็บแสบ สาสมกับสิ่งที่ตนเคยเห็นหล่อนเป็นเพียงคู่นอน
“สิงห์...ไหวไหม” มือที่แตะลงบนบ่าอ่อนโยนกับน้ำเสียงถามด้วยความเป็นห่วง มารดาทรุดนั่งลงข้างกายแววตาฉายความห่วงอย่างชัดเจน เขาเห็นเช่นนั้นจึงยิ้มให้ท่านแม้จะเป็นรอยยิ้มที่ฝืดแค่ไหนก็ตาม ยังพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวสบายใจ
เวลาผ่านไปนานแล้วแต่แผลใจยังไม่ดีขึ้นสักนิด นึกทุกวันว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปเป็นอันขาด
สัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อรั้งสายน้ำเย็นเอาไว้ข้างกาย
ระริน...ชื่อที่เขาจะไม่มีวันลืม
“ไหวครับ”
“พักงานหน่อยดีไหมลูก โหมงานหนักมาจะสองปีแล้วนะ” ทุกครั้งยามเห็นบุตรชายกลับมาบ้านมักจะหอบความเหนื่อยติดตัวเสมอ ความอึมครึมที่เหมือนโลกทั้งใบพร้อมพังทลายได้ทุกเมื่อ นึกสงสารจนต้องโอบลูกชายมากอดปลอบ
“ผมไหวน่าแม่” ผละออกจากท่านไม่อยากทำตัวเหมือนเด็กน้อยที่ต้องให้มารดามากอดปลอบ ยังพยายามส่งยิ้มเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่ตัวเอง แม้ว่าร่างกายจะไม่ไหวแค่ไหนก็ต้องฝืนทนเอาไว้ เพราะใจเขาก็แหลกสลายไปแล้ว ถ้ากายไม่ไหวก็คงไม่เหลือสิ่งใดให้หยัดยืนได้
ลากสังขารขึ้นบนห้องเพื่อพักผ่อน แต่ก็นอนไม่หลับจนต้องใช้เหล้าช่วยเหมือนเดิม ดื่มได้แก้วเดียวก็ล้มตัวลงนอนเข้าสู่ห้วงนิทราพร้อมกับความฝันแสนหวานที่ทำให้เขาไม่อยากตื่นขึ้นมาพบความจริงที่เจ็บปวด
ว่าเธอไม่อยู่ข้างกายแล้ว...
หลายชั่วโมงต่อมาก็ต้องลืมตาตื่น สิ่งแรกที่ทำทุกเช้าคืนหันมองพื้นที่ข้างกันด้วยความหวังว่าเธอจะนอนอยู่แล้วส่งยิ้มให้กันเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า จนร้อนผ่าวที่กระบอกตาก่อนรีบปิดเปลือกตาเหมือนเดิมกลัวจะร้องไห้
เวลาไม่ได้ช่วยอะไรเลย เขายังคงคิดถึงเธอเหมือนเดิมทุกวันไม่เปลี่ยน ถึงจะเจอผู้คนมากมายก็ไม่มีใครแทนที่หญิงสาวได้
“ลุกได้แล้วนอนไปก็ไม่ทำให้แกได้เมียกับลูกกลับมาหรอก” คิดว่าปิดประตูล็อคสนิทแล้วกลับต้องลืมตามองไปยังประตูที่ถูกเปิดออกง่ายดาย พอเห็นว่าท่านถือกุญแจเอาไว้ก็เข้าใจในทันทีจึงปิดเปลือกตาอีกรอบคล้ายไม่สนใจ
ก่อนสะดุดกับประโยคของท่านที่ทำให้ลุกพรวดจากเตียง จ้องหน้าบิดาผู้ให้ความช่วยเหลือเขาทุกอย่าง
“พ่อพูดอะไร”
“ที่อยู่ของน้ำกับลูก...ไปตามลูกสะใภ้กับหลานฉันกลับมาให้ได้เข้าใจไหม” ไม่อธิบายนอกจากส่งกระดาษซึ่งเขียนที่อยู่เอาไว้ชัดเจน เขาเองก็ไม่อยากฟังจากปากของพ่ออยากเจอตัวจริงของคนที่คิดถึงมากกว่า
“ครับ!”
กำลังจะวิ่งออกจากห้องก็ถูกท่านคว้าคอเสื้อไว้ไล่ให้ไปอาบน้ำแล้วเก็บเสื้อผ้าแถมให้อีกต่างหากเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา
เพราะเพิ่งทราบว่าระรินไม่ได้ออกจากบ้านคนเดียว ยังพาหลานของตนออกไปด้วย
แล้วไม่ใช่หลานคนเดียว...เป็นฝาแฝดอีกต่างหาก!
