บทที่สาม: รู้ความจริง
เพราะเพื่อนต้องใช้ของมากมายในการทำพิธี ก้านตองก็เลยไปหว่านซื้อมาให้ นั่งรถเข้าไปในเมืองเพื่อเอาแพ ธูป เทียนจากร้านค้าต่าง ๆ
ระหว่างทางไม่ลืมขอส่วนลดด้วย
“ป้า เทียนมันแพงไป ลดหน่อยได้ไหมจ๊ะ”
“ราคามันก็เท่านี้ล่ะหนู ลดต่อไม่ได้แล้ว” ป้าบอก ก้านตองส่งเสียงจิ๊ในคออย่างรำคาญ รีบซื้อจะได้รีบกลับ
หล่อนไม่ลืมแวะซื้อของกินไปฝากเพื่อนสนิท ด้วยรู้ว่าอีกคนชอบขนมในตลาดมากก็เลยซื้อมาให้ พร้อมกันนั้นไม่ลืมซื้อของที่คาดว่าพ่อครูจะชอบไปด้วย
“ขนมนี่กี่บาทจ๊ะ”
“อย่างละยี่สิบจ้ะ”
“เอามาสี่อย่างจ้ะ” ก้านตองบอก จัดการขนของกับขนมขึ้นรถเพื่อเตรียมกลับเข้าไปในหมู่บ้าน
ใช้เวลาไม่นานนัก รถที่ตนนั่งมาก็มาถึงตำหนักพ่อครู ก้านตองเห็นเพื่อนทำท่าวิตกกังวลอยู่บนเรือนก็รู้สึกไม่สบายใจ เธอปาดเหงื่อที่ไหลซ่กหน้า
“โอ๊ย ร้อนจริงโว้ย อยากกลับไปเปิดพัดลมจะแย่” เธอบ่น พอเอาของมาวางกองไว้บนเรือนเสร็จ ชะเอมก็รีบวิ่งมาหา
“แย่แล้ว ก้านตอง” ว่าพร้อมสีหน้าไม่สบายใจเท่าที่ควร
“ทำไม มีอะไร..” ไม่ว่าเปล่า เท้าสะเอวถามเพื่อน
“ระ..หรือว่าไอ้ยงยุทธมันจะขึ้นมาฉุดเอ็งจริง ๆ “เพื่อนตัวดียังคงสับสน ชะเอมส่ายหัวพรืดก่อนจะพูดเสียงเบา
“พ่อครูสิงคาลรู้แล้วว่าข้าโกหกเรื่องวันเกิด”
“โธ่ นึกว่าเรื่องอะไรที่แท้ก็...ฮะ อะไรนะ” ก้านตองแหกปากดังลั่นเรือน ร้อนถึงชะเอมต้องรีบตะครุบปากเพื่อนตัวดีไม่ให้โวยวาย
“อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวคนแถวนี้เขาก็รู้กันหมด” ไม่ว่าเปล่า ชะเอมตีหลังก้านตองอีกต่างหาก เพื่อนตัวดีพอได้รู้ว่าแผนที่วางไว้พังก็ถามหน้าเจื่อน
“แล้วแบบนี้พ่อครูไม่ว่าอะไรรึ”
“ว่าสิ...ก็...” ชะเอมพูดยังไม่ทันจบ เจ้าของเรือนก็เดินเข้ามาหาหน้ามุ่ย คนตัวโตเอ่ยขึ้นแทบจะในทันที
“ว่าสิ พวกเอ็งสองคน คิดอะไรถึงได้ทำตัวเป็นเด็ก หลอกผู้ใหญ่ หลอกคนนั้นคนนี้ไปทั่ว ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่”
“อ้าว พ่อหมอ แล้วที่เพื่อนฉันต้องไปแต่งงานกับไอ้ยงยุทธเพราะมันโกหกเรื่องที่ไปผิดผี เรื่องนี้เพื่อนฉันผิดอะไรอะจ๊ะ” ถามขึ้นเพราะความอยากรู้แต่ดูยียวนในสายตาคนเป็นผู้ใหญ่
สิงคาลถลึงตาใส่ก่อนจะดุ
“นังก้านตอง ใครใช้ให้พูดจาแบบนี้กับผู้ใหญ่”
“ฉันไม่ได้...”
“เอาเถอะน่า ๆ เอาเถอะ” ชะเอมรีบห้ามก่อนที่ทั้งสองจะเปิดศึก เธอรู้ว่าเพื่อนของเธอเป็นตัวจี๊ด แต่ก็ใช่ว่าจะต้องมามีปากมีเสียงเถียงกันเพราะเรื่องของคนคนเดียว
“คือเรื่องนี้คนผิดก็คือยงยุทธที่มาใส่ร้ายฉัน ฉันแค่หาทางหนีจากมันก็เท่านั้น ทั้งสองคนทำใจให้สบาย ไม่มีอะไรหรอก”
“คนอะไรอยู่ดีไม่ว่าดี อยากจะดวงตก...เด็กสมัยนี้ขยันทำปวดหัวเสียจริง” สิงคาลบ่น มองลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วยกยิ้มเย้ย ๆ ก่อนจากไป
ชะเอมได้ยินที่เขาพูด แต่ก็ไม่อยากถือสา อาจเป็นเพราะว่าพ่อครูช่วยเธอไว้ไม่ให้ต้องแต่งงานกับยงยุทธ เลยไม่อยากจะต่อปาก
ก้านตองพอเห็นอีกคนเดินหนีไป ก็หันมาถามเพื่อนรัก
“ว่าแต่ ในเมื่อพ่อหมอเขารู้ว่าเอ็งโกหก เอ็งจะทำอย่างไรต่อ เก็บของแล้วไปจากที่นี่หรือ”
“ข้าขอพ่อหมออยู่ที่นี่ต่อสักสี่เดือนน่ะ”
“แล้วเขาอนุญาต?”
“อืม” ชะเอมพยักหน้ารับ ก้านตองถึงกับงงงวย
“ทำไมอนุญาตง่ายดายปานนั้น เป็นข้านะพอรู้ว่าทำพิธีสะเดาะเคราะห์ไม่ได้คงจะไล่กลับเรือนไปแล้ว ไม่อยู่ให้ใช้ไฟใช้น้ำฟรีหรอก เงินค่าครูก็ไม่ได้สักแดง” เจ้าตัวบ่น แต่ดูเหมือนจะบ่นผิดคนไปหน่อย เพราะตัวต้นเรื่องอยู่ข้างตัวเธอนี่เอง
“จริงหรือ” ชะเอมถามเสียงเย็นก่อนจะมะเหงกหัวเพื่อน ก้านตองรีบลูบหัวป้อย ๆ
“แหะ ๆ โทษที ข้าบ่นเพลินไปหน่อย”
“พ่อครูเขาให้ข้าอยู่เรือนต่อเป็นเพราะข้าไปช่วยยันต์แดงที่จมน้ำ”
“ก็เลยรู้สึกติดหนี้บุญคุณว่างั้น” ก้านตองถามจี้จุด ชะเอมไม่ตอบแต่เป็นอันรู้กันระหว่างเพื่อนทั้งสองว่าอีกคนยอมตอบตกลงเพราะอะไร
“แล้วเอ็งมั่นใจได้อย่างไรว่าพ่อครูจะไม่แพร่ความลับนี้ออกไป” ก้านตองถามขึ้นมาอีก
ชะเอมรู้สึกไม่ค่อยดี แม้เธอกับสิงคาลจะไม่ได้ปะทะกันในวันนี้ แต่ใช่ว่าวันหน้าจะไม่กระทบกระทั่ง
คิดแล้วก็พาลวิตกกังวลถึงอนาคตที่จะมาถึง
มาขอบ้านเขาอาศัยเพื่อหลบหนีจากอีกคน แต่ก็ดันมามีปัญหากับเจ้าบ้าน
หญิงสาวทำหน้ามุ่ย ลูบแขนขาวเล็กของตัวเองก่อนจะถอนหายใจออกมา
