บท
ตั้งค่า

บทที่สอง: เจ้าจุก

บทที่สอง

เจ้าจุก

หลังจากเห็นยงยุทธผละออกจากเรือนไปแล้ว ชะเอมก็แอบถอนหายใจ ก้านตองหันไปคุยกับพ่อครูเพื่อสอบถามถึงเรื่องพิธีสะเดาะเคราะห์

“แล้วพิธีสะเดาะเคราะห์นี่ เพื่อนฉันต้องทำอะไรบ้างหรือจ๊ะ พ่อครู”

“เพื่อนเอ็งต้องถือศีลห้า อย่าให้ขาด ถือศีลไปเจ็ดวัน นุ่งขาวห่มขาวอยู่ในตำหนักข้า” พ่อครูว่าออกมา แม้ปากจะพูดไปอย่างนั้น แต่ใจกลับรู้สึกขัด ๆ อย่างบอกไม่ถูก เหมือนสิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็น

ชะเอมได้ทีถามขึ้นบ้าง

“แล้วฉันต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรอีกไหมจ๊ะ”

“ไปเอาไข่ไก่ ดอกมะลิ ธูป เทียน ผลไม้ ผ้าขาว กำยาน สายสิญจน์มา” ว่าแล้วก็เอารายชื่อของที่ต้องเตรียมให้ ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้า เป็นก้านตองที่ถามขึ้นมาอีกครั้ง

“แล้วต้องจ่ายค่าครูไหมจ๊ะ”

“ค่าครูไว้ว่ากันหลังจากเสร็จพิธี” สิงคาลพูดแล้วเขาก็ผุดลุกไป ชะเอมดีใจจนออกนอกหน้า หันมาวี๊ดว๊ายกับเพื่อนสาว ร้อนถึงก้านตองต้องเอ็ด

“เอ็ง มาวันแรกก็อย่าให้เสียงานสิวะ..นี่เราก็ไม่รู้จะปิดพ่อหมอไปได้ถึงเมื่อไหร่”

“พ่อครูจะรู้ได้อย่างไรว่าข้าเกิดวันที่เท่าไหร่ ไม่ใช่คนในครอบครัวเสียหน่อย” หญิงสาวบอกออกมา ก้านตองก็ยังไม่สบายใจนัก ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อครูแล้ว ไม่แน่อาจจะมีญาณทายทักหรืออะไรให้เอะใจทำให้แผนล่มก็ได้

ช่วงโพล้เพล้วันนั้น

ชะเอมก็หอบข้าวของมาอยู่ที่ตำหนักพ่อครูสิงคาล เธอกางมุ้งนอนข้างห้องพ่อหมอ นุ่งขาวห่มขาวตามที่อีกคนว่า รับบทสวดมนต์ไปสวดรวมถึงนั่งสมาธิจงกรม

ทำทุกอย่างตามตำราเป๊ะ ๆ

เวลาผ่านไปสองถึงสามชั่วโมง เสียงหมาก็หอนรับกันเกรียวทำให้หญิงสาวขนลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ชะเอมจุดตะเกียงแล้วเปิดหน้าต่าง มองออกไปยังทิศที่หมาหอน เห็นเงาตะคุ่ม ๆ เล็ก ๆ กำลังคืบคลานมาที่เรือน

เธอพยายามหรี่ตาดูให้เห็นว่าเป็นใคร แต่เงานั้นกลับเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วไปทางหลังบ้าน ทำให้ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเป็นคนหรือผี

ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านได้แต่ขดตัวอยู่ในมุ้ง ไม่กล้าลืมตาด้วยรู้สึกกลัว หลับตาปี๋ คลุมโปง กระทั่งตะเกียงยังลืมดับ

ไม่นานนักเสียงหมาหอนก็ค่อย ๆ เบาลง มีแต่เสียงลมพัดไปมาอย่างรุนแรงนอกหน้าต่าง หญิงสาวข่มใจไม่ให้กลัว พยายามจะหลับ สวดบทชินบัญชรซ้ำ ๆ

อีกทางด้านหนึ่ง

สิงคาลกำลังสวดมนต์หน้าแท่นพระ เตรียมพิธีสะเดาะเคราะห์ให้ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้าน เขาหยิบเทียนไขมาเหยาะลงในขัน ลมพัดมาครู่หนึ่งทำให้เปลวเทียนสั่นไหว เขาต้องออกเสียงเตือน

“ไอ้จุก เอ็งอย่ามากวนข้า”

ประตูห้องถูกเปิดออก เด็กชายในชุดโจงกระเบน มัดผมจุกก้าวเข้ามาด้านในแล้วร้องไห้

“พ่อครูจ๋า จุกผิดไปแล้วจ้ะ” ไม่ว่าเปล่า วิ่งเข้ามากอดสิงคาลจากด้านหลัง น้ำตาไหลอาบทางเป็นแก้ม ปากแดงเบะออก คราบขนมยังติดอยู่บนแก้มน้อย

“เอ็งไปแย่งน้ำแดงแย่งขนมที่ศาลร้างอีกแล้วรึ” สิงคาลบ่น เขาออกปากเตือนกุมารที่ตนเลี้ยงไว้แล้วว่าอย่าได้ไปขโมยขนมขโมยน้ำของผีตนอื่น นี่คงจะถูกไล่ตะเพิดกลับมาอย่างแน่นอน

“ก็พ่อครูไม่ให้ขนมนี่จ๊ะแถมยังตะเพิดไล่ตั้งแต่ช่วงกลางวัน จุกหิวเลยไม่รู้จะทำอย่างไร”

“ใครใช้ให้เอ็งไปหลอกชาวบ้านช่วงกลางวันล่ะ ทำตัวน่ารักว่าง่ายอย่างผีตนอื่นก็คงไม่ต้องถูกข้าตะเพิด” เขาเปรียบเปรยถึงอีกคน จุกยิ่งร้องไห้ มือน้อย ๆ เกาะแขนพ่อครูก่อนเขย่า

“จุกผิดไปแล้วจริง ๆ ต่อไปจะไม่จะทำอีกแล้ว พ่อครูก็อย่าไล่จุกไปอยู่ที่อื่นตอนกลางวันเลยนะจ๊ะ” น้ำเสียงนั้นออดอ้อนออเซาะ ใช้ใบหน้าน่ารักซบถูต้นแขน สิงคาลถอนหายใจ ใบหน้าหล่อผละไปมองอีกคนก่อนจะครางอืออึงในลำคอ

“อืม อย่าเพิ่งมากวนข้า”

“พ่อครูกำลังทำอะไรอยู่รึ”

“มีคนดวงถึงฆาต ข้าเลยต้องทำพิธี” พ่อครูกล่าวออกมา จุกพยักหน้าก่อนจะหันไปมองห้องที่อยู่ข้าง ๆ

“ใช่ผู้หญิงคนที่นุ่งขาวห่มขาวห้องข้าง ๆ หรือเปล่า”

“อือ ชื่อชะเอม” สิงคาลบอก จุกนิ่งไปสักพักหนึ่งก่อนบอก

“คือว่า...”

“จะกวนอะไรอีก ฮึ?”

“อย่าโกรธจุกนะพ่อครู คือว่า...คนที่ชื่อชะเอมคนนั้น เขาไม่ได้ดวงถึงฆาตหรอกจ้ะ” จุกว่าออกมา ดูจากใบหน้าอิ่มเอิบแจ่มใสนั่นก็รู้แล้วว่าอีกคนคงไม่ได้มีวิญญาณตามรังควานหรือซวยแต่อย่างใด

สิงคาลชะงักมือที่กำลังจะทำพิธี รีบหยิบกระดานชนวนให้เจ้าจุกดู

“มันบอกมันเกิดวันที่เท่านี้ เวลาตกฟากอย่างนี้ จะดวงไม่ถึงฆาตได้อย่างไร”

ผีเด็กตัวน้อยเมื่อเห็นกระดานชนวนก็หัวเราะออกมา

“พ่อครูเชื่อรึว่าผู้หญิงคนนั้นเกิดวันนี้”

“หมายความว่าอย่างไร” สิงคาลถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

“ก็ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เกิดวันนี้น่ะสิ นี่มันดวงชะตาของคนที่เพิ่งตายไปตอนเบญจเพสต่างหากล่ะ” จุกกลั้นหัวเราะ ไม่อยากจะเชื่อว่าพ่อหมอสิงคาลคนเก่งจะพลาด มองผิดไปได้

คนฟังรู้สึกอายและโกรธ เขาเป็นพ่อครูที่ชำนาญเรื่องของโหราศาสตร์ คนเราถ้าถึงคราวเคราะห์ ไม่ถูกวิญญาณอาฆาตก็อาจจะซวยเพราะดวง เรื่องพวกนี้มองด้วยตาเปล่าไม่อาจทราบได้ ไม่คิดว่าจะถูกหญิงสาวหลอก

ร่างแกร่งยืนขึ้นเต็มความสูง เอาเทียนวางลงบนหิ้งพระ แล้วจับตะเกียง เดินออกจากห้อง ตรงไปยังห้องข้าง ๆ กันทันที

เมื่อไปถึง เจ้าของเรือนก็ผลักประตูเข้าไป ทำให้คนด้านในสะดุ้งโหยง รีบสวดมนต์เพราะนึกว่ามีผีเข้ามา

“อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันกลัวแล้ว” ปากร้องบอก ยกมือไหว้ขอความช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิงคาลวางตะเกียงลงที่ปากทางเข้า ก่อนจะตรงเข้าไปจับเธอออกมาจากมุ้ง

“ว๊ายย” หญิงสาวกรีดร้องเพราะไม่คิดว่าจะโดนกระชาก... แต่เมื่อหันมาเห็นสิงคาลก็หายตกใจกลัว

“โถ...พ่อครู มาไม่ให้สุ้มไม่ให้เสียง ชะเอมตกใจหมด” ว่าแล้วลูบหน้าอกตัวเองอย่างโล่งใจ ไม่ทันสังเกตถึงความอึมครึมในดวงตาสีสนิม

“เอ็งทำแบบนี้ได้อย่างไร” พ่อครูขึ้นเสียงใส่ ปกติเขาก็ดูดุอยู่แล้ว ไม่คิดว่ากลางคืนจะยิ่งดุเข้าไปใหญ่

“ทำอะไรเจ้าคะ” หญิงสาวยังคงงุงงง

“เอ็งเกิดวันที่เท่าไหร่กันแน่” พ่อครูถามออกมา มือที่จับข้อมือไว้เริ่มออกแรงบีบ ชะเอมเจ็บจนนิ่วหน้า

“เกิดวันที่เท่าไหร่อะไรกันคะ ชะเอมแจ้งไปแล้วนี่นาว่าเกิดวันที่เท่าไหร่”

“ไม่ต้องมาทำตลบตะแลง ข้ารู้ความจริงหมดแล้วว่าเอ็งโกหกข้าเรื่องวันเกิด!” พ่อครูบอกความจริงออกมา ชะเอมหน้าซีด ตัวสั่นขึ้นมาทันที นั่นยิ่งทำให้สิงคาลประจักษ์แจ้งในใจว่าผู้หญิงตรงหน้าหลอกลวงตน

“ทำแบบนี้ไปเพื่อกระไร” คาดคั้นจะเอาคำตอบจากคนตรงหน้า หญิงสาวอึกอักไม่กล้าบอกความจริง เธอหลบสายตามองพื้น นั่นทำให้สิงคาลเอื้อมไปหยิบไม้หวายแล้วฟาดลงตรงหน้า

เพี๊ยะ!

“ถ้าเอ็งไม่บอก ข้าจะให้ลงจากเรือนประเดี๋ยวนี้ เลิกพิธีสะเดาะเคราะห์ทั้งหมด”

ชะเอมสะดุ้งเฮือก รู้สึกกลัวขึ้นมาจึงลงไปกราบเขาอยู่กับพื้น น้ำหูน้ำตาไหล ริมฝีปากบางเอ่ยความจริงออกมา

“คนที่พ่อหมอเห็นเมื่อกลางวัน ยงยุทธน่ะจ้ะ...” ว่าแล้วก็เงียบไป พ่อครูฟาดไม้หวายลงบนพื้นอีก ชะเอมลนลานรีบบอก

“ยงยุทธมันอยากแต่งงานกับฉัน มันเลยบอกคนไปทั่วว่าหลงป่ากับฉัน ทั้งที่ฉันไม่ได้ไปกับมัน ชาวบ้านเลยเข้าใจว่าฉันผิดผี พ่อหมอก็รู้ว่าเรื่องพวกนี้มันร้ายแรงมาก จะต้องแต่งงานกันจริง ๆ ทั้งที่ฉันไม่ได้ทำผิด และเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรก็เลยกุเรื่องออกไปว่าตัวเองดวงตก มาพึ่งใบบุญพ่อหมอ คนเราถ้าซวย ดวงตก...ใครจะไปอยากแต่งงานด้วย จริงไหมล่ะจ๊ะ” ชะเอมสารภาพยาวเหยียด

สิงคาลนิ่งไปสักพักหลังจากได้ยินเรื่องราวทั้งหมด เจ้าจุกสะกิดขาตนเข้าเลยกระแอมไอในลำคอแล้วพูดออกมา

“สรุปก็คือเอ็งไม่อยากแต่งงานกับยงยุทธก็เลยกุเรื่องว่าชะตาขาดแล้วหนีมาหาข้าอย่างนั้นรึ” ใบหน้าหล่อถามขึ้น

“ใช่จ้ะ พ่อหมอช่วยบอกคนในหมู่บ้านให้รู้ทีว่าฉันชะตาตก ยงยุทธมันจะได้ไม่มายุ่งกับฉัน”

“เฮ้อ ชะเอม โกหกคนอื่นมันไม่ดีหรอกนะ”

“ชะตามันคือสิ่งที่คนเราดูด้วยเนื้อตาไม่ได้ ชาวบ้านไม่มีทางจับฉันได้ และพ่อหมอก็เป็นหนทางเดียวที่จะช่วยชีวิตชะเอมได้นะเจ้าคะ”

“แล้วเหตุใดข้าต้องไปช่วยเอ็ง นั่นมันเรื่องทุกข์ร้อนของเอ็ง ข้าไม่เกี่ยว” เขาว่า

“ชะเอมอุตส่าห์ช่วยยันต์แดงที่จมน้ำที่ท้ายหมู่บ้าน ช่วยชีวิตหลานพ่อครูทั้งที พ่อครูกลับปฏิเสธชะเอมอย่างไร้เยื่อใย” หญิงสาวตัดพ้อ นั่นทำให้พ่อครูชะงักไปทันที เขาพ่นเสียงจิ๊ในลำคอก่อนจะเอาผ้ามาพาดไหล่

เรื่องที่อีกคนช่วยชีวิตหลานเขาไว้นั้นถือว่าเป็นบุญคุณ จะให้ไม่ตอบแทนก็กระไรอยู่ แม้จะไม่ชอบที่หญิงสาวโกหกเพื่อให้ตัวเองพ้นจากปากเสือ แต่เรื่องนี้ทำเขาไม่สบายใจขึ้นมาจริง ๆ

พ่อครูเบือนหน้าไปทางอื่น ไม่มองอีกคนตรง ๆ ปากก็พูดถาม

“...เอ็งจะอยู่ตำหนักกี่วัน ว่ามา”

“ห้าเดือนเจ้าค่ะ” ชะเอมยิ้มนิดหนึ่งเมื่อเห็นอีกคนใจอ่อน

“สามเดือนก็พอ” พ่อครูว่าออกมาตามตรง

“สี่เดือนเจ้าค่ะ” ชะเอมต่อรองอีก สิงคาลขมวดคิ้ว ใบหน้าหล่อดูไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก

“สามเดือนครึ่ง”

“สี่เดือนเจ้าค่ะ”

“สี่เดือนก็สี่เดือน” แม้ในใจไม่อยากจะยอมรับ แต่สุดท้ายพ่อครูก็จำต้องให้อีกคนพักที่ตำหนักของตัวเองไปก่อน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel