บทที่หนึ่ง: ชะตาตก
บทที่หนึ่ง
ชะตาตก
เช้าวันรุ่งขึ้น
เสียงไก่ขันแต่เช้า ปลุกให้ชาวบ้านต่างลุกขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันของตน บางคนก็ลุกไปดูไก่ในเล้า บางคนก็เตรียมก่อฟืนไฟหุงหาอาหาร
ชะเอม ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านเองก็เช่นกัน เธอลุกออกจากเตียงเพื่อเตรียมไปเลี้ยงสัตว์ในเล้า จูงวัวควายออกไปกินหญ้าในทุ่ง เดินรดน้ำต้นไม้ในสวน
เมื่อตะวันคล้อยเป็นเวลาเกือบเที่ยงก็เดินกลับมาที่บ้าน ระหว่างทางทันเห็นหลังของมะยมอยู่หลัด ๆ เด็กน้อยวิ่งตาตื่นผ่านหน้าเธอไป ชะเอมที่สงสัยก็เลยสอบถามขึ้น
“เกิดอะไร มะยม ทำไมวิ่งหน้าตาตื่นอย่างนั้นล่ะ” ถามก่อนนั่งลงบนแคร่หน้าบ้าน เด็กหญิงรีบตะโกนขึ้นมา
“ยันต์แดงหลานพ่อครูจมน้ำที่น้ำตกท้ายหมู่บ้านจ้ะ”
“ตายแล้ว!” หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ กระโจนออกจากบ้าน ตรงปรี่ไปที่น้ำตกท้ายหมู่บ้าน
เธอวิ่งไปสุดแรงและกำลัง สองขาพยายามไปให้ถึงที่ให้ไวที่สุด
เมื่อไปถึงที่หมายแล้ว สองตาก็สอดส่อง คอยหาตัวเด็กชายแล้วกระโจนลงไปในน้ำ
ควานหาอยู่นานก็จับเอาขาของเด็กน้อยก่อนจะออกแรงดึงให้ขึ้นไปบนผิวน้ำ ชะเอมว่ายขึ้นมาด้านบนได้ในที่สุดก่อนจะสูดหายใจเข้าปอด
“แค่ก ๆ “ เธอไอเอาน้ำที่เข้าปอดออกมา แล้ววางเด็กชายไว้บนโขดหิน
“ยันต์แดง ๆ “ หญิงสาวตบหน้าเรียกสติอีกคน แต่ไม่ว่าจะทำเท่าไหร่กลับไร้วี่แวว สุดท้ายชะเอมเลยต้องตัดสินใจที่จะผายปอด
ก้มลงไปประกอบปากเด็กชาย...แล้วอัดอากาศเข้าไปในปอด
ทำอย่างนั้นอยู่ซ้ำ ๆ
ตอนแรกนั้นแทบจะไม่มีปาฏิหาริย์ แต่จู่ ๆ ยันต์แดงที่มีสีหน้าอิดโรยก็ค่อยกลับมาหายใจแรงขึ้น เด็กพ่นน้ำออกจากปากก่อนจะได้สติ ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นร้องเฮดังลั่น
“ยันต์แดง ตื่นได้แล้ว ๆ “ ชะเอมร้องเรียก เด็กชายพ่นน้ำออกมาอีกก่อนจะลืมตาขึ้นมา เด็กน้อยพอเห็นหน้าชะเอมก็ร้องไห้ออกมา ดีใจที่ตัวเองยังมีชิวิตอยู่
ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านเลยรีบกอดปลอบและโอ๋ใหญ่
“ไม่เป็นไรนะ ยันต์แดง ไม่เป็นไร”
“ฮือ ๆ “ เด็กชายยังคงร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นเลยรีบวิ่งเข้ามาโอ๋ ปลอบไม่ให้เด็กชายกลัว ชะเอมเมื่อเห็นว่าเด็กชายฟื้นแล้วก็หันมาบอกมะยม
“มะยมเดี๋ยวพายันต์แดงกลับบ้านแล้วบอกพ่อแม่ว่าน้องจมน้ำ ไม่ให้มาเที่ยวน้ำตกอีก”
“จ้ะ พี่ชะเอม” มะยมรับคำ รีบพายันต์แดงกลับบ้านทันที
ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านถอนหายใจ รู้สึกดีที่ช่วยชีวิตหลานชายพ่อครูได้ เธอมุ่งมั่นจะกลับไปบ้าน
พอกำลังจะกลับก็เห็นรถยนต์ของยงยุทธมาจอดอยู่ใกล้กัน หญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจ แต่ครั้นจะเดินเข้าบ้านก็กลัวพบเจออีกคน สุดท้ายก็เลยต้องยืนแอบหลังรถเพื่อดูลาดเลา
เห็นผู้ชายตัวอ้วนพุงพลุ้ยเดินออกมาจากบ้านด้วยสีหน้ายินดี หญิงสาวก็รู้สึกห่อเหี่ยวและใจเสียทันที
เมื่อยงยุทธไปแล้ว เธอก็เดินเข้าไปหาพ่อกับแม่ในบ้าน บรรยากาศมาคุทันที ทั้งสองคนมีสีหน้าเคร่งเครียด
“ทำไมหน้าเป็นอย่างนั้นล่ะจ๊ะ” ชะเอมถามขึ้นมา คนเป็นพ่อเมื่อเห็นลูกสาวตัวดีก็พูดขึ้น
“ช่วงอาทิตย์ที่แล้ว ชะเอมไปไหนกับใครหรือ”
“ไปบ้านพี่แสนที่อยู่หมู่บ้านอื่นน่ะจ้ะ” ตอบก่อนจะทำสีหน้างงงวย คนเป็นแม่ถอนหายใจแล้วบอกขึ้นมา
“ยงยุทธมาบอกพ่อกับแม่ว่าช่วงที่ชะเอมไปบ้านพี่แสน ยงยุทธน่ะเขาเข้าป่าไปด้วย แล้วบังเอิญได้เสียกับเรา อันนี้เรื่องจริงหรือ” แม่ถามอย่างไม่เชื่อหู ต่อให้เธอจะชอบจะรักยงยุทธมากเพียงใด แต่มาผิดผีกันอย่างนี้ย่อมไม่ได้
“แม่!! ยงยุทธไม่ได้เข้าป่ากับชะเอมเลยจ้ะ ไม่มีทางได้เสียหรือว่าผิดผีแน่นอน” ชะเอมชักรู้สึกโกรธ อีกคนอยากแต่งงานกับหล่อนมากขนาดนี้เลยหรือ เจ้าชู้ก็เจ้าชู้ ยังมาหลอกแม่ของตนว่าผิดผีด้วยกันอีก
“แต่ไม่มีคนเห็นเราทั้งสองคนระหว่างไปบ้านไอ้แสนอะไรนี่ ยงยุทธมันก็พูดได้น่ะสิ” พ่อว่าออกมา ชะเอมรู้สึกปรี๊ด หล่อนหลงป่าไปหนึ่งถึงสองชั่วโมงจริง ๆ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอสองคนจะอยู่ด้วยกันนะ
ทั้งสามคนยังไม่ทันจะได้ปรึกษาหารือ จู่ ๆ ก้านตองก็วิ่งเข้ามา
“ชะเอม ๆ อยู่บ้านไหม”
“มีอะไร” ชะเอมถามออกมาอย่างร้อนรน
“ไอ้ยงยุทธมันบอกคนอื่นไปทั่วเลยว่าได้เสียกับเอ็งแล้ว” ก้านตองร้องอย่างตื่นตระหนก นั่นทำให้คนเป็นแม่แทบจะเป็นลม ดีที่พ่อเข้ามารับไว้ได้ทัน
“ข้าไม่เคยได้เสียกับมันเลยนะ”
“เรื่องนั้นข้ารู้ แต่เอ็งต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านแบบนี้ ข้ารับไม่ได้ คนอื่นถ้าเขารู้ว่าผิดผีกัน อย่างไรเขาก็ต้องให้เอ็งแต่งงาน” ก้านตองสรุป ชะเอมแทบจะกรีดร้องลั่นบ้าน
หล่อนไม่อยากแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักพออย่างยงยุทธ!
แต่สิ่งที่มันทำนั้นสกปรกยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ผู้หญิงไม่อยากแต่งงานด้วยก็โป้ปดมดเท็จเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ยิ่งชาวบ้านแถบนี้เชื่อว่าหนุ่มสาวหลงป่าด้วยกันก็ผิดผีแล้ว ข้อนี้ชะเอมไม่รู้จะทำอย่างไร หลักฐานยืนยันก็ไม่มี มีแค่วิธีเดียวคือต้องแต่งงานกับมัน!
ชะเอมเลือดขึ้นหน้า ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เจ้าหล่อนเดินวนไปวนมาในบ้านอยู่นานสองนาน เห็นยันต์แดงเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับผลไม้ ดวงตาของหล่อนก็วาววับ
“แม่ให้เอามะม่วงมาให้พี่ชะเอมแล้วก็ให้มาขอบคุณที่ช่วยชีวิตยันต์แดงไว้ครับ” เด็กชายร้องบอกพลางยื่นมะม่วงส่งให้ ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านรับมา เธอคิดอะไรไปชั่วครู่ก่อนจะบอก
“ขอบใจมากจ้ะ” ว่าแล้วรับไหว้เด็กชาย ยันต์แดงยิ้มออกมาก่อนจะตรงเข้ามากอด
“ยันต์แดงรักพี่ชะเอม”
“จ้า” เธอยีหัวเด็กชาย เมื่อยันต์แดงพูดจบก็ขอตัวออกไปด้านนอก
ชื่อยันต์แดง...
ยันต์แดงก็เกี่ยวข้องกับคาถาอาคม ไสยเวทย์ การสะเดาะเคราะห์ต่อดวงชะตา...
สะเดาะเคราะห์ต่อดวงชะตางั้นหรือ
ชะเอมยิ้มออกมาเมื่อคิดอะไรดี ๆ ได้ ก้านตองเมื่อเห็นใบหน้านั้นก็ถามขึ้น
“คิดอะไรดี ๆ ได้อย่างนั้นหรือ”
“อืม...ข้าจะประกาศออกไปว่าดวงชะตาข้าตก”
“ทำไม ประกาศออกไปว่าดวงชะตาตกแล้วเป็นอย่างไร”
“บ๊ะ ก็หมายความว่าข้าจะตายในคืนวันคืนพรุ่งแล้วน่ะสิ ใครมาอยู่ใกล้ก็พลอยได้รับเรื่องเดือดร้อนไปด้วย แบบนี้ไอ้ยงยุทธมันจะได้ไม่อยากแต่งงานกับข้า..แบบนี้ ผิดผีก็ผิดผีเถอะ แต่งงานไม่ได้หรอก” ชะเอมพูดออกมา ก้านตองได้ยินดังนั้นเลยพ่นลมหายใจ
“แต่เอ็งไม่ได้ชะตาตกจริง ๆ นี่ ทำแบบนี้มันก็เหมือนโกหก”
“ทีอีกฝ่ายยังโกหกว่าหลงป่ากับข้าเลย โกหกมาก็โกหกกลับสิวะ หน็อย เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับไอ้ชะเอม” หญิงสาวร้อง
“แต่ถ้าเกิดมันไม่แคร์เรื่องที่เอ็งชะตาตกแล้วอยากแต่งงานล่ะ” ก้านตองว่าออกมา ชะเอมนิ่งคิดไปพักหนึ่งก่อนบอก
“ข้าจะไปตำหนักพ่อครูสิงคาลเพื่อไปสะเดาะเคราะห์ ไปอยู่ที่นั่นสักห้าเดือน ระหว่างนั้นมันคงจะแต่งงานกับข้าไม่ได้ เกิดขึ้นตำหนักไปฉุดข้าคงเป็นเรื่องเม้าท์ไปให้ทั่ว”
“แล้วถ้าเกินห้าเดือนไปแล้ว มันยังอยากแต่งงานอยู่ล่ะ”
“ถึงเวลานั้นค่อยหาทางอื่น” ชะเอมว่าออกมา
“จะว่าไป พ่อครูดูโหรเป็นนี่ น่าจะรู้ว่าเอ็งไม่ได้ชะตาตก ถ้าเกิดโดนตะเพิดออกมาจะทำอย่างไร” ก้านตองถามขึ้นมาอีก
“ข้าว่าข้าพอจะมีวิธี” ชะเอมร้องออกมาด้วยดวงตาหมายมาด
“เอ็งแน่ใจนะว่าจะเอาวิธีนี้” ก้านตองถามออกมาอีกครั้ง ขณะที่กำลังจะขึ้นตำหนักพ่อครูสิงคาล
“อืม” ชะเอมพยักหน้ารับ สาวสวยค่อย ๆ ก้าวเท้าขึ้นเรือนโบราณ เมื่อพ้นหัวบันไดมาได้ก็เดินขึ้นมาที่แท่นพิธี พ่อครูกำลังสักยันต์ให้กับลูกบ้านอยู่ ท่านทำปากขมุบขมิบขณะที่กำลังลงอักขระให้ ท่าทางของท่านดูเคร่งขรึมเป็นที่น่าเลื่อมใสมาก
“ข้าบอกชาวบ้านไปทั่วแล้วว่าเอ็งชะตาตก มาอยู่ที่ตำหนักเพื่อสะเดาะเคราะห์ ส่วนเรื่องวันเกิดกับเวลาตกฟาก
ข้าไปเอาวันเกิดของคนเพิ่งตายที่อายุเป็นเบญจเพสมาให้” ก้านตองบอก ตอนแรกจะเอาวันเกิดของคนเป็นเบญจเพส มาให้ แต่กลัวมันไม่โชคร้ายพอ ชะเอมเลยสั่งให้ไปเอาวันเกิดกับเวลาตกฟากของคนเพิ่งตายที่อายุเป็นเบญจเพสมา
“ทำดีมากเพื่อน” หญิงสาวหัวเราะคิกคัก หลังจากคอยพ่อครูลงยันต์อยู่นาน ใบหน้าหล่อพร้อมกับดวงตาคมก็ละจากแผ่นหลังก่อนจะหันมามองแขกที่นั่งรออยู่ใกล้ ๆ
“พวกเอ็งสองคนมามีอะไรรึ”
“คือเพื่อนฉันน่ะจ้ะโดนทักมาว่าชะตาตกแต่เพื่อนฉันมันไม่เชื่อเลยจะเอาดวงมาให้พ่อครูดูว่าชะตาตกจริงไหม” ก้านตองบอก ชะเอมก้มหน้านิ่งไม่ยอมให้พ่อครูดูหน้า สิงคาลเอื้อมมือไปหยิบหนังสือโหรและกระดานชนวนขึ้นมา
“วันเดือนปีเกิดอะไร เวลาตกฟากเท่าไหร่” ถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าก่อนจะหยิบชอล์กขึ้นมาขีดเขียน
ก้านตองบอกวันเดือนปีเกิดพร้อมเวลาตกฟากให้ สิงคาลจึงลองคิดคำนวณดู หลังจากนิ้วแกร่งดูนั่นดูนี่เสร็จ ใบหน้าคมขมวดคิ้ววุ่นก่อนบอก
“ดวงถึงฆาต ต้องพักที่ตำหนักเพื่อทำพิธีอาบน้ำมนต์ ถือศีล พลิกดวงชะตา” สิงคาลว่าออกมา ก่อนจะหันไปมองชะเอมอีกครั้ง ท่านแน่ใจว่าหญิงสาวไม่ได้มีวิญญาณรังควานอะไร ใบหน้าก็ดูอิ่มเอิบแจ่มใส แต่ไม่รู้ว่าทำไมดวงชะตาถึงตกได้ขนาดนั้น
ชะเอมลอบยิ้มในหน้า ก้านตองเองก็หันมามองเพื่อนก่อนจะกระตุกยิ้ม ยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะหารือว่าจะเอาอย่างไรต่อ ยงยุทธก็ปีนขึ้นบันไดเรือนมาแล้วตรงมาหาพ่อหมอ นั่งลงแล้วยกมือไหว้
“ได้ข่าวว่าชะเอมชะตาตก สรุปแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ”
“ดวงมันถึงฆาต ให้พักอยู่ที่นี่ไปก่อน” พ่อหมอว่าออกมา นั่นทำให้ยงยุทธไม่พอใจ
“คือผมกำลังจะแต่งงานกับชะเอม แบบนี้...”
“แต่งงานอะไร คนดวงถึงฆาตทั้งทีใจคอจะไม่รอให้เขาพ้นช่วงเวรช่วงกรรมเลยหรือ” พ่อครูได้ทีเอ็ดอีกคน ชะเอมกับก้านตองก้มหน้านิ่ง ในใจคืออยากจะหัวเราะขำให้ลั่นเรือน ทำได้แค่อมยิ้มในหน้าเท่านั้น
“หมายความว่าอย่างไรครับพ่อครู”
“ก็หมายความว่าเอ็งสองคนแต่งงานกันไม่ได้น่ะสิ ไม่รู้หรืออย่างไรว่าอยู่ใกล้คนดวงถึงฆาต ประเดี๋ยวจะพาตัวเองล่มจมไปด้วย” สิงคาลดุขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง นั่นทำให้ยงยุทธรีบหมอบด้วยความหวาดกลัว
“ละ..แล้วต้องรออีกนานเท่าไหร่กว่าชะตาของชะเอมจะกลับมาเป็นดังเดิม”
“เอ็งจะรีบไปไย ถ้าได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่กันแล้วย่อมไม่อาจคลาดจาก...รอข้าทำพิธีจนเสร็จก่อนแล้วค่อยมา”
“จะต้องรอเป็นเดือน ๆ เลยหรือครับ”
“เออน่ะสิ” สิงคาลพูด ยงยุทธหันมามองว่าที่ภรรยา แต่อีกคนไม่ได้หันไปสบตาด้วยเลย นั่นทำให้เขาน้อยใจ เดินออกมาจากเรือนแล้วจากไปด้วยน้ำตานองหน้า
