ตอนที่ 4 สายตาที่ไม่เหมือนเดิม
กวางรีบใช้มือข้างหนึ่งดึงคอเสื้อขึ้นมาเข้าที่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่ได้ตั้งใจ อุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอก พะแพงส่งเสียงหัวเราะคิกคัก เอื้อมมือไปจับแก้มพี่เลี้ยง ส่วนกวางก็ทำหน้าตลกใส่จนเสียงหัวเราะดังไปทั่วบ้าน
ภาพตรงหน้าสะกดให้ชานนท์สลัดความคิดห่ามๆ ออกไป เปลี่ยนเป็นความรู้สึกประทับใจที่เอ่อล้นขึ้นมาในอก เขาอดเปรียบเทียบไม่ได้ กวางเล่นกับพะแพงได้ดีกว่าวิภาวรรณคนเป็นแม่เสียอีก วิภาวรรณไม่เคยลงมานั่งเล่นกับพื้น หรือแม้แต่นั่งฟังเสียงลูกหัดพูดเลยด้วยซ้ำ
ตั้งแต่กวางเข้ามา บ้านหลังนี้ก็มีชีวิตชีวาขึ้นจริงๆ มีคนคอยเตรียมของเล่นให้ลูก มีคนคอยเตือนเขาว่าอย่าลืมกินข้าวเวลาเขานั่งทำงานจนเพลิน และกวางก็เป็นคนเดียวที่เคยถามเขาด้วยประโยคง่ายๆ อย่าง
“คุณนนท์ทำงานเหนื่อยไหมคะ” คำถามธรรมดาที่ทำให้ชายหนุ่มเพิ่งรู้ตัว... ว่าเขาเองก็แค่อยากให้ใครสักคนมองเห็นว่าเขาเหนื่อยเป็นเหมือนกัน ชานนท์ถอนหายใจเบาๆ ละสายตาจากภาพตรงหน้า เขารู้ดีว่ามีพันธะอยู่แล้ว ไม่ควรคิดอะไรเกินเลย แต่ยิ่งพยายามหยุด หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งหวั่นไหวไปกับความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานาน ชายหนุ่มค่อยๆ ปิดหน้าจอโน้ตบุ๊ก เดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ ย่อตัวลงลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับพี่เลี้ยงสาว
“เย็นนี้ อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม เดี๋ยวพี่สั่งมาให้”
กวางชะงักไปเล็กน้อยกับสรรพนาม 'พี่' ที่เขาใช้แทนตัวเอง หญิงสาวส่งยิ้มหวานกลับไปอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหลุดหัวเราะเบาๆ แล้วยกมือขึ้นปิดปาก ท่าทางน่ารักเป็นธรรมชาติที่ชานนท์เผลอแอบจำได้และชอบมองอยู่เสมอ
“กวางว่าทำต้มจืดเต้าหู้หมูสับกับผัดผักให้พะแพงอยู่พอดีค่ะ” กวางเอ่ยพลางยักคิ้วให้เด็กน้อยในอ้อมแขนอย่างหยอกเย้า
“เนอะพะแพงเนอะ วันนี้เราไปช่วยกันทำกับข้าวมื้อเย็นในครัวกันดีกว่า คุณนนท์สนใจเป็นลูกมือเนรมิตของอร่อยกันไหมคะ”
“ทำ ปะป๊า ทำ” พะแพงปรบมือหัวเราะชอบใจ
“เอาสิ” ชานนท์ตอบตกลงง่าย ๆ ก่อนลุกจากเก้าอี้ตามสองคนไปยังห้องครัว
ครัวที่ปกติแทบไม่มีเสียงอะไรนอกจากเสียงเครื่องใช้ไฟฟ้า วันนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กน้อย
“พะแพงเอาผักใส่ชามให้พี่กวางนะคะ”
“นี่!” มือน้อยๆ คว้าผักขึ้นมาทีละชิ้น ก่อนจะวางลงในชามอย่างตั้งอกตั้งใจ แม้บางชิ้นจะหล่นลงพื้นไปบ้างจนกวางต้องรีบก้มลงเก็บ แต่น้ำเสียงนุ่มนวลก็ยังเอ่ยชมพร้อมรอยยิ้ม
“เก่งมากค่ะ แต่ใส่ในชามนะลูก ไม่ใช่โยนลงพื้น”
“ฮิฮิ” เด็กน้อยหัวเราะชอบใจ แล้วหยิบชิ้นใหม่ขึ้นมา คราวนี้ตั้งใจวางลงในชามอย่างเรียบร้อยกว่าเดิม
ชานนท์ยืนพิงเคาน์เตอร์มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม สายตาคมเผลอกวาดมองทรวดทรงนวลตาของพี่เลี้ยงสาวในยามที่เธอก้มๆ เงยๆ จัดเตรียมอาหาร เขารู้สึกว่าหัวใจสูบฉีดแรงขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว เขาไม่รู้ว่าตัวเองยืนมองอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน รู้แต่ว่าภาพกวางที่กำลังง่วนกับการเตรียมเครื่องปรุง กับพะแพงที่เกาะขอบโต๊ะรอช่วยงาน ส่วนเขาก็ทำหน้าที่เป็นลูกมือคอยหยิบจับของให้สองคนตามสั่ง มันดูสมบูรณ์แบบราวกับภาพวาด... เหมือนครอบครัวธรรมดาๆ ครอบครัวหนึ่ง
ถ้าทุกเย็นเป็นแบบนี้ก็คงดี... ชานนท์นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนรีบสลัดความคิดซ้อนทับนั้นออกจากหัว
“คุณนนท์คะ ขอซีอิ๊วหน่อยค่ะ” เสียงหวานของกวางดึงเขากลับจากภวังค์
“อ้อ...ได้ครับ” ชานนท์เอื้อมมือไปหยิบขวดซีอิ๊วจากชั้นวาง ก่อนยื่นลงมาให้หญิงสาว
กวางที่กำลังง่วนอยู่กับหม้อบนเตา ยื่นมือออกไปหวังจะรับขวดซีอิ๊ว แต่แทนที่จะคว้าจับเครื่องปรุง มือบางกลับกุมเข้าที่มือเขาเต็มๆ
“...!”
กวางชะงักกึก เธอก้มมองมือตัวเองที่กำลังกุมมือเขาไว้แน่น ก่อนจะเงยหน้าสบตาชายหนุ่มอย่างตกใจ ต่างคนต่างนิ่งเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไป
“เอ่อ...” กวางรีบปล่อยมือราวกับถูกของร้อนลวก ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
“ขอโทษค่ะ กวางไม่ได้ตั้งใจ”
ชานนท์มองมือตัวเองที่ยังทิ้งร่องรอยสัมผัสอุ่นๆ เอาไว้ ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมามองใบหน้าเนียนที่กำลังพยายามหลบตาเขา
“ไม่เป็นไรครับ” น้ำเสียงของชานนท์ยังคงนุ่มเรียบ แต่สายตาที่มองมากลับแพรวพราวและลึกซึ้งขึ้น กวางรู้สึกประหม่าทำตัวไม่ถูก
เธอรีบคว้าขวดซีอิ๊วจากมือเขา ก่อนจะรีบหันกลับไปหาเตาอย่างเลิ่กลั่ก “กวาง... ปรุงรสต่อก่อนนะคะ”
มือบางที่จับช้อนส้อมเริ่มเกร็งแน่น หัวใจเต้นระทึกจนแทบแทรกผ่านความเงียบ ใบหูที่แดงขึ้นจนเห็นได้ชัดฟ้องความรู้สึกของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี ชานนท์ยืนมองแผ่นหลังเล็กอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย...แค่การถูกเธอจับมือโดยบังเอิญ กลับทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะได้ขนาดนี้
ส่วนกวางก็พยายามตั้งสมาธิกับอาหารตรงหน้า ความอบอุ่นจากฝ่ามือเมื่อครู่ยังคงติดอยู่ในความรู้สึก เธอแอบเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“แค่หยิบซีอิ๊วเอง ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้ด้วยนะ”
“อะไรนะครับ” เสียงทุ้มของชานนท์ดังขึ้นแทบจะชิดแผ่นหลัง ลมหายใจอุ่นกระแทกเบาๆ ที่หลังคอ
กวางสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับกลับมา “ปะ... เปล่าค่ะ!”
เธอตอบเร็วเกินไปจนชานนท์หลุดหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู “พี่ยังไม่ได้ถามอะไรเลย”
“กวาง... หมายถึง...” หญิงสาวพูดไม่ออก ได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาลึกล้ำคู่นั้น
เสียงหัวเราะคิกคักของพะแพงดังขึ้นข้างๆ ราวกับเด็กน้อยกำลังสนุกกับบรรยากาศแปลกๆ ของผู้ใหญ่ทั้งสองคน “ปะป๊า หัวเราะ!”
“ครับ ปะป๊าหัวเราะ” ชานนท์หันไปอุ้มลูกสาวขึ้นมาเล่น เขาอดเหลือบมองกวางอีกครั้งไม่ได้ ใบหน้าที่แดงระเรื่อของเธอ ทำให้เขาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
กวางเขินหนักจนทำตัวไม่ถูก จึงแกล้งหันไปหาเด็กน้อยเพื่อเปลี่ยนเรื่อง “พะแพงคะ พาปะป๊าไปล้างผักดีกว่าเนอะ”
“ปะป๊า! ล้างผัก!” เด็กน้อยร้องอย่างดีใจ แล้วรีบปีนลงพื้นทันที ก่อนจะดึงชายเสื้อชานนท์
“ค่อยๆ ครับ เดี๋ยวล้ม” ชานนท์ยอมเดินไปที่อ่างล้างจานตามคำสั่งมือน้อย
“ปะป๊า! ทำ”
“ครับๆ ป๊าทำ”
ชายหนุ่มเปิดน้ำล้างผักอย่างตั้งใจ กวางมองภาพสองพ่อลูกแล้วเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัว ทว่าพอเงยหน้าขึ้น กลับสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่กำลังจดจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว หัวใจที่เพิ่งจะสงบกลับมาระทึกขึ้นอีกรอบ เธอรู้สึกได้ว่าสายตาคู่นั้นที่ชานนท์ใช้มองเธอ มันแตกต่างไปจากทุกครั้ง
“สองพ่อลูกนี่เหมือนกันจริงๆ เลยนะคะ” กวางเอ่ยขึ้นกลบความประหม่า
“เหมือนตรงไหนครับ”
“เวลาพะแพงอยากได้อะไร ก็จะเอาให้ได้เหมือนคุณนนท์เลยค่ะ”
“นี่... ว่าพี่ดื้อเหรอคะ” ชานนท์เลิกคิ้ว แกล้งทำเสียงเข้มใส่
“ก็...” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ แล้วยกมือขึ้นปิดปากตามนิสัย
“ค่ะ”
“กล้าพูดนะเรา” ชานนท์ส่งยิ้มกรุ้มกริม
จนพะแพงหัวเราะชอบใจตามไปด้วย “ปะป๊าดื้อ!”
“อ้าว นี่อยู่พวกเดียวกันแล้วเหรอ” ชานนท์สั่นหัวเอ็นดู
กวางหัวเราะร่า แต่พอสัมผัสได้ถึงกระแสสายตาคมที่ไม่ยอมละไปไหน เธอจึงรีบเข้าประเด็นงานตรงหน้าเพื่อกลบอาการใจสั่น
“คุณนนท์คะ ผักค่ะ”
