ตอนที่ 5 รสชาติของความอบอุ่น
“คุณนนท์คะ ผักค่ะ”
“คะ”
“ผักค่ะ” เธอชี้ไปยังผักในมือเขา
ชานนท์ถึงได้รู้ว่าตัวเองกำลังยืนเหม่อมองใบหน้าหวานจนลืมล้างผัก “อ้อ...ครับ”
กวางขยับเข้ามาใกล้เพื่อช่วยบอก “คุณนนท์คะ... ต้องล้างตรงโคนผักตรงนี้ด้วยค่ะ”
ฝ่ามือเล็กเอื้อมไปแตะทับมือหนาใต้สายน้ำเพื่อนำทาง แต่แทนที่ชานนท์จะปล่อยให้เธอชักมือกลับเมื่อรู้ตัว ฝ่ามือใหญ่กลับกระชับกุมมือบางเอาไว้หลวมๆ ใต้สายน้ำเย็นฉ่ำ สัมผัสผิวกายเนื้อแนบเนื้อพาให้กวางชะงักกึก ลมหายใจติดขัดขึ้นมาทันที
“ขอบคุณครับ...” น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบเบาๆ ข้างหู
กวางรู้สึกเหมือนหน้าอกผ่าวร้อน สายตาประสานเข้ากับดวงตาคมเข้มที่ไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ หัวใจเต้นตึกตักจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน เธอพยายามดึงมือออกอย่างนุ่มนวลที่สุด ซึ่งคราวนี้ชานนท์ก็ค่อยๆ ยอมปล่อยอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งไว้เพียงความร้อนวูบวาบแล่นปราดไปทั่วเรือนร่าง
“พะ...พะแพงคะ มาช่วยพี่กวางเอาผักใส่ชามดีกว่าลูก” เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบหลุดหาย
“เอา!” เด็กน้อยตอบอย่างร่าเริง แล้วรีบเข้ามาแทรกกลาง เบี่ยงเบนความสนใจของทั้งคู่ไปได้ทันเวลา
กวางถอนหายใจอย่างพร่าผ่าว แต่ความรู้สึกปั่นป่วนในอกกลับยิ่งโหมกระหน่ำ เธอรู้ดีว่าสายตาและการกระทำของคุณนนท์เมื่อครู่ มันล้ำเส้นเจ้านายกับลูกจ้างไปไกลแล้ว และนั่นทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่ควรรู้สึก
“เสร็จแล้วค่ะ!” เสียงกวางดังขึ้นในที่สุด
“หม่ำๆ ข้าว!” พะแพงปรบมือเปาะแปะทันที
“ใช่ค่ะ กินข้าวกัน” กวางหันมายิ้มให้ชานนท์ แต่คราวนี้เธอกลับหลบสายตาเขาแทบจะทันที ก่อนที่บรรยากาศจะเงียบลงอย่างน่าประหลาด เมื่อเธอหลุดปากถามออกไป
“คุณนนท์จะรอ...คุณวิไหมคะ”
คำถามนั้นราวกับสวิตช์ที่ถูกปิด บรรยากาศอบอุ่นเมื่อครู่ชะงักกึก ชานนท์นิ่งไป ความอบอุ่นในดวงตาคู่คมหมองลง รอยยิ้มกรุ้มกริ่มจางหายไปทิ้งไว้เพียงความเรียบตึง
“ไม่ต้องหรอก วันนี้วิคงไม่กลับมากินข้าวอีกเหมือนเดิม” เสียงทุ้มตอบเรียบสนิท ไร้ความรู้สึกถึงคนเป็นภรรยา
บรรยากาศตึงเครียดของ 'ความจริง' และ 'ศีลธรรม' เข้ามากดทับในห้องครัวทันที กวางก้มหน้าลง รู้สึกผิดที่พูดชื่อนั้นขึ้นมาทำลายบรรยากาศ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันช่วยดึงสติเธอให้กลับมาอยู่กับความเป็นจริง
“งั้น... เราสามคนกินกันเถอะนะคะ” กวางเอ่ยเสียงเบา พยายามใช้น้ำเสียงปกติกลบเกลื่อน
คำว่า ‘สามคน’ และความเงียบสะท้อนอยู่ในความรู้สึก ทั้งคู่อยู่ในกรอบของสถานะที่พูดไม่ได้ แต่สายตากลับสื่อความหมายลึกซึ้ง กวางก้มหน้าก้มตาจัดวางจานชามบนโต๊ะ พยายามบอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงมื้อเย็นธรรมดา แต่ความอบอุ่นและสายตาคู่นั้นของชานนท์กลับสลักลึกอยู่ในใจเธอเรียบร้อยแล้ว
ไม่นานนัก อาหารสองสามอย่างก็ถูกยกออกมาวางเรียงบนโต๊ะ ต้มจืดเต้าหู้หมูสับส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เคียงด้วยผัดผักสีสันสดใส และไข่เจียวฟูนุ่มที่กวางตั้งใจทำเป็นพิเศษสำหรับพะแพง
“เสร็จแล้วค่ะ” กวางวางช้อนกลางลง ก่อนหันไปมองเด็กน้อยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้สำหรับเด็กด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“พะแพงอยากกินอะไรเอ่ย”
“ไข่!”
“ได้เลยค่ะ” กวางตักไข่เจียวชิ้นเล็กๆ ใส่จานให้ ก่อนเป่าเบาๆ “รอก่อนนะคะ ยังร้อนอยู่”
พะแพงพยักหน้าหงึกๆ อย่างว่าง่าย ชานนท์ที่นั่งอยู่อีกฝั่งมองภาพนั้นเงียบๆ ภาพของกวางที่คอยดูแลลูกสาวอย่างเป็นธรรมชาติ สายตาอ่อนโยน และรอยยิ้มละมุนละไม ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
“ปะป๊า กิน!” พะแพงยื่นช้อนที่มีไข่เจียวอยู่ปลายช้อนมาตรงหน้าเขา
ชานนท์หัวเราะแล้วอ้าปากรับ “อืม...อร่อยมาก”
“ของพะแพง!”
“ครับ ของพะแพง”
เด็กน้อยหัวเราะชอบใจ ก่อนหันไปหากวาง “พี่กวางกินด้วย”
“กินค่ะ” กวางตักข้าวเข้าปากตัวเองบ้าง แต่ยังไม่ทันเคี้ยวดี พะแพงก็ยื่นช้อนมาหาอีก
“พี่กวาง...เอา!”
“โอ้โห จะป้อนพี่กวางด้วยเหรอคะ” กวางหัวเราะ ก่อนยอมกินจากช้อนเล็กๆ ของเด็กน้อย
“หร่อยไหมพี่กวาง”
“อาหย่อย!” กวางเลียนแบบเสียงเด็ก พะแพงปรบมือชอบใจเสียงดัง
“คุณนนท์ไม่กินเหรอคะ” กวางเงยหน้าขึ้นถาม ดึงสายตาคมที่แอบมองอยู่ให้ประสานเข้ากับเธอพอดี
“กินครับ”
“งั้นตักเลยค่ะ ลองต้มจืดดูนะคะ กวางไม่แน่ใจว่ารสชาติจะถูกปากหรือเปล่า” เธอพูดพลางเลื่อนจานกับข้าวเข้ามาใกล้เขา
ชานนท์ตักน้ำซุปขึ้นมาชิม “อร่อย”
คำตอบสั้นๆ แต่สายตาที่ส่งมากลับทำเอาแก้มหวานร้อนวูบ กวางยิ้มกว้าง “จริงเหรอคะ”
“จริงสิ”
“งั้นค่อยยังชั่วหน่อยค่ะ” เธอหัวเราะเบาๆ แล้วก้มลงจัดอาหารให้พะแพงต่อ
ชานนท์มองรอยยิ้มและกรอบหน้าหวานนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกบางอย่างค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาลึกซึ้งขึ้น มันไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติอาหาร แต่เป็นความรู้สึกปรารถนาอยากมีผู้หญิงคนนี้อยู่ตรงนี้ทุกๆ วัน อยากสัมผัส อยากครอบครอง และอยากให้ภาพนี้กลายเป็นเรื่องจริงในชีวิตของเขา
“พะแพงกินเต้าหู้ไหมคะ พี่กวางตักให้” กวางใช้ช้อนคันเล็กตัดเต้าหู้นิ่มๆ ในชามต้มจืด เป่าลมเบาๆ สองสามทีให้หายร้อน ก่อนจะป้อนเข้าปากเล็กที่รออ้าอยู่แล้ว
“อ้ำ! อาหย่อย!” เด็กน้อยเคี้ยวแก้มตุ้ย ปรบมือชอบใจใหญ่
“เคี้ยวช้าๆ ลูก เดี๋ยวติดคอ” ชานนท์เอ็ดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สายตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู เขามองภาพกวางที่คอยดูแลลูกสาว ทั้งเช็ดปากที่เปื้อนคราบน้ำซุป และคอยตักผักต้มเปื่อยๆ ให้ทีละช้อน
“ปะป๊า ป้อน!” พะแพงตบโต๊ะเบาๆ ชี้ไปที่ชามต้มจืด
“ครับๆ ป้อนแล้วครับ อ้าปากเร็ว” ชานนท์บรรจงป้อนลูกสาวอย่างระมัดระวัง พะแพงเคี้ยวไปพลางหัวเราะไปพลาง ก่อนจะชี้มือไปทางกวางแล้วพูดขึ้นมาเสียงดังฟังชัด
“พี่กวาง ป้อนปะป๊าด้วย!” คำพูดบริสุทธิ์ของเด็กน้อยทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารชะงักกึกไปเสี้ยววินาที…
กวางถึงกับทำช้อนในมือเกือบหลุด หน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาถึงใบหูทันที ขณะที่ชานนท์เองก็ชะงักมือที่กำลังถือช้อน สายตาคมเลื่อนขึ้นสบตากับกวางตรงๆ รอยยิ้มกรุ้มกริมซ่อนความปรารถนาล้ำลึกปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“พะแพงคะ... ปะป๊าโตแล้ว ทานเองได้ค่ะลูก” กวางรีบแก้ตัว เสียงเบาหวิวด้วยความประหม่าก้มหน้าหลบสายตา
“ทานเองได้ครับ...” ชานนท์เอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ตาทอดมองใบหน้าหวานและริมฝีปากอิ่มของกวางอย่างเปิดเผย
“แต่ถ้ามีคนป้อน... ก็คงอร่อยขึ้นมาก”
คำพูดก้ำกึ่งที่ทำเอาหัวใจของกวางสั่นสะท้านไปทั้งอก หญิงสาวรีบก้มหน้าก้มตาเคี้ยวข้าวในจานตัวเอง ไม่กล้าสบตาชายหนุ่มอีกเลย ความรู้สึกอุ่นวาบปนประหม่าฟุ้งกระจายไปทั่วห้องกินข้าว
“พ่อ...พี่กวาง...” พะแพงเรียกขึ้นพร้อมกัน
“ครับ”
“คะ”
เด็กน้อยยิ้มจนตาหยี ก่อนกางแขนเล็กๆ ออก “รักกัน!”
ชานนท์กับกวางชะงักไปพร้อมกัน ความเงียบงันบังเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความรู้สึกแอบซ่อนที่เด่นชัดขึ้นทุกที กวางพยายามจะหัวเราะกลบเกลื่อน แต่พอเงยหน้าขึ้น เธอกลับพบว่าชานนท์กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาหนักแน่น ลึกซึ้ง และไม่คิดจะหลบสายตาอีกต่อไป... เป็นสายตาของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังมองผู้หญิงที่ตนต้องการ ไม่ใช่เจ้านายมองพี่เลี้ยงอีกต่อไป
