ตอนที่ 2 ผู้มาใหม่
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเย็นชา วิภาวรรณนั่งจิบกาแฟพร้อมไถหน้าจอไอแพดเพื่อเช็กอีเมล ขณะที่ชานนท์เดินลงมาจากชั้นบนด้วยสภาพขอบตาคล้ำและใบหน้าอิดโรยจากการแทบไม่ได้นอนทั้งคืน หลังจากกล่อมพะแพงจนหลับเสร็จ เขาก็ยังนั่งทำงานต่อจนเกือบเช้า ชายหนุ่มเดินมาหยุดที่โต๊ะอาหาร ก่อนวางแก้วน้ำลงตรงหน้าเสียงดัง
กึก! เพื่อดึงความสนใจของภรรยา
วิภาวรรณเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอสีหน้าเรียบเฉย “มีอะไรคะ”
“วิ... ผมว่าเราต้องคุยกันจริงจังแล้ว” ชานนท์เปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะดึงเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงตรงข้ามเธอ
วิภาวรรณถอนหายใจเบา ๆ ก่อนวางไอแพดลงบนโต๊ะ
“คุยเรื่องอะไรอีกนนท์ เรื่องเมื่อคืนวิ…”
“เรื่องลูก... แล้วก็เรื่องครอบครัวของเรา” ชานนท์พูดแทรกขึ้นมาทันที
“ผมทนสภาพแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ววิ ผมทำทั้งงานฟรีแลนซ์ เลี้ยงลูก ทำงานบ้านคนเดียว แล้วก็พยายามจัดการทุกอย่างในบ้านคนเดียว สภาพจิตใจผมจะพังอยู่แล้ว และถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เราสองคนคงมองหน้ากันไม่ติดแน่ๆ” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ
“ผมไม่อยากให้เราต้องมาทะเลาะกันเรื่องเดิมทุกวัน”
คำตอบนั้นทำให้วิภาวรรณชะงัก ก่อนจะมองหน้าสามีอยู่ครู่หนึ่ง เธอเริ่มเห็นความเด็ดขาดและรอยร้าวที่ลึกขึ้นในตาของชานนท์ ทำให้เธอต้องยืดอกถอยออกมาตั้งหลัก
“แล้วนนท์จะให้ทำยังไง นนท์จะให้วิลาออกจากงานมาอยู่บ้านเหรอ มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ ตำแหน่งและเงินเดือนของวิกำลังไปได้ดีมาก”
“ผมไม่ได้ขอให้วิลาออก” ขานนท์สบตาภรรยานิ่งๆ
“แต่เราควรจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาช่วย” ชานนท์สูดลมหายใจเข้าลึก
“ให้เขามาช่วยดูพะแพง แล้วก็ช่วยงานบ้านบางอย่าง ผมจะได้มีเวลาทำงานมากขึ้น ส่วนวิก็ไม่ต้องรีบกลับบ้านเพราะเรื่องลูก เราจะได้ไม่ต้องเอาเรื่องนี้มาทะเลาะกันอีก คุณไม่เหนื่อย ผมไม่เหนื่อย…โอเคไหม”
วิภาวรรณนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ข้อเสนอนั้นไม่ได้ทำให้เธอต้องเสียอะไรเลย ตรงกันข้าม มันแก้ปัญหาได้ง่ายกว่าที่คิด ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย
“เอาสิ... ถ้าการจ่ายเงินจ้างคนมาดูแลลูก มันทำให้เรื่องจบและนนท์เลิกงี่เง่าได้ วิไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เรื่องหาคนเดี๋ยววิติดต่อ Agency ให้หาคนที่ไว้ใจได้มาให้ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องค่าจ้างนนท์ก็รับไป”
“ตกลง” ชานนท์พยักหน้าตอบรับ เขาถอนหายใจยาว บทสนทนาจบลงง่ายดายเกินกว่าที่เขาคาดคิด ความตึงเครียดผ่อนคลายลงเล็กน้อย
ปัญหาเรื่องการดูแลพะแพงจะมีทางออกแล้ว ความรู้สึกบางอย่างในใจของชานนท์กลับยังคงเหมือนเดิม..ว่างเปล่า เขาไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่การพูดคุยระหว่างสามีภรรยากลายเป็นเพียงการแก้ปัญหา ไม่มีคำถามว่าเหนื่อยไหม ไม่มีคำถามว่ากินข้าวหรือยัง ไม่มีแม้แต่คำว่า “เมื่อคืนหลับดีหรือเปล่า” มีเพียงปัญหา...และวิธีแก้ปัญหา
สามวันต่อมา เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นในช่วงสาย ชานนท์ที่กำลังนั่งทำงานอยู่กลางบ้านเงยหน้าขึ้น ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกา เขาลุกจากโต๊ะ เดินออกไปเปิดประตูรั้ว หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าบ้านพร้อมกระเป๋าเดินทางใบเล็ก
“สวัสดีค่ะ” น้ำเสียงสดใสทำให้ชานนท์ชะงักไปเล็กน้อย
“ใช่บ้านคุณชานนท์กับคุณวิภาวรรณไหมคะ”
“ครับ”
“หนูชื่อกวางค่ะ...กรกนก ที่ติดต่อมาจาก Agency เรื่องตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็ก” หญิงสาวยกมือไหว้อย่างสุภาพ
กรกนก เด็กสาวต่างจังหวัดวัย 22 ปี เพิ่งจบการศึกษามาหางานทำในเมืองหลวง รูปร่างเล็กสมส่วน ใบหน้าจิ้มลิ้มดูอ่อนวัย ผมยาวถูกรวบง่าย ๆ ไว้ด้านหลัง แต่งตัวเรียบร้อยด้วยเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงขายาว ไม่มี เครื่องประดับราคาแพง ไม่มีการแต่งหน้าจัด มีเพียงรอยยิ้มธรรมดา ๆ ที่ดูจริงใจ
“เข้ามาก่อนสิครับ” ชานนท์ช่วยยกกระเป๋าให้
ยังไม่ทันเดินเข้าไปถึงตัวบ้าน วิภาวรรณก็เดินลงมาจากชั้นบนพร้อมกระเป๋าถือใบใหญ่ ด้วยท่าทีรีบร้อน เธอปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าเพียงครู่เดียว กวางยกมือไหว้ทันที
“สวัสดีค่ะ คุณวิภาวรรณ”
“กวางใช่ไหม มาตรงเวลาดีมาก เรื่องสัญญาเอกสารตามที่คุยกับ Agency เรียบร้อยแล้วนะ”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ดี ฝากดูน้องพะแพงด้วยนะ แล้วถ้ามีเวลาว่างก็ช่วยทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยนนท์หน่อยละกัน” วิภาวรรณหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา
“ฉันต้องรีบไปทำงานแล้ว ไว้ค่อยคุยกัน” เธอพูดเพียงเท่านั้น ก่อนเดินผ่านทั้งสองคนออกไป
วิภาวรรณเดินผ่านหน้ากรกนกออกไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึก ชานนท์มองตามแผ่นหลังภรรยาไปเงียบ ๆ แม้แต่วันแรกที่มีคนเข้ามาช่วยดูแลลูก… เธอก็ยังไม่มีเวลาหันไปมองเขาและพะแพงสักครั้ง เสียงเครื่องยนต์รถดังขึ้น ก่อนรถของวิภาวรรณจะเคลื่อนออกจากบ้านไป กวางยืนมองตามรถอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมา
“คุณนนท์คะ...”
“ครับ มีอะไรหรือเปล่า เข้าบ้านกันก่อนเถอะ”
“น้องพะแพงอยู่ไหนเหรอคะ” คำถามธรรมดา ๆ นั้นทำให้ชานนท์ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
“อยู่ข้างในครับ”
ทันทีที่กวางก้าวข้ามธรณีประตู เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ก็ดังมาจากห้องนั่งเล่น พะแพงเดินเตาะแตะออกมาพร้อมตุ๊กตาหมีในมือ เมื่อเห็นคนแปลกหน้าก็หยุดนิ่ง มองกวางด้วยแววตาระแวดระวัง กวางไม่ได้รีบเข้าไปหา เธอย่อตัวลงนั่งกับพื้น ทิ้งระยะห่างเอาไว้พอสมควร
“สวัสดีค่ะคนสวย น้องพะแพงใช่ไหมคะ” เสียงหวานใสและนุ่มนวลเอ่ยทักทาย
พะแพงที่ปกติมักจะระแวดระวังคนแปลกหน้ายืนนิ่งมองอย่างสนใจ กวางยิ้มกว้าง ก่อนจะหยิบตุ๊กตากระต่ายตัวเล็กจากกระเป๋าสะพายออกมา
“พี่กวางมีเพื่อนใหม่มาฝากค่ะ” เธอยื่นตุ๊กตาไปข้างหน้า
“น้องต่ายอยากรู้จักพะแพงด้วยนะ”
เด็กน้อยมองตุ๊กตาในมือเธอ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ กวางไม่ได้เร่งเร้า เพียงนั่งยิ้มรออยู่ตรงนั้น จนในที่สุด มือเล็ก ๆ ก็เอื้อมมารับตุ๊กตา
“น้องต่าย...”
กวางหัวเราะเบา ๆ “ใช่ค่ะ น้องต่าย”
เพียงไม่กี่นาที เด็กน้อยที่เคยงอแงก็หัวเราะร่าและโผเข้ากอดพี่เลี้ยงคนใหม่อย่างง่ายดาย เสียงหัวเราะของพะแพงดังขึ้นทั่วห้อง เป็นเสียงที่ชานนท์ไม่ได้ยินมานานมากแล้ว ชายหนุ่มยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ครั้งสุดท้ายที่ดังเต็มบ้านแบบนี้คือเมื่อไร บ้านหลังนี้เงียบมานานเหลือเกิน แต่เพียงหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา...มันกลับดูมีชีวิตขึ้นมาอย่างประหลาด
