6 - เพื่อนพี่คราม (3)
หากคราวนี้คนที่มีเรื่องจะคุยกับน้องเกี๊ยวมากเป็นพิเศษก็คือฉาย
“น้องเกี๊ยว พี่ดูดวงเป็นด้วยนะ น้องสนใจมั้ย”
คนถามออกอาการตื่นเต้น ในขณะที่คนถูกถามก็แสดงอาการไม่ต่างกัน เธอก็เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่ชอบดูดวง อ่านดวงประจำวันในหนังสือหรือตามเว็บไซต์ ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง แต่สำหรับเธอก็คือถ้าอ่านแล้วดวงดีแปลว่าแม่น
“พี่ฉายดูดวงเป็นด้วยเหรอคะ”
“ช่าย” เจ้าตัวพยักหน้ารับอย่างภูมิอกภูมิใจ ก่อนรีบถามต่อ “น้องเกี๊ยวอยากดูมั้ย”
“อยากค่ะ”
พอเด็กของครามพยักหน้ารับ ฉายก็ยิ้มร่า
“งั้นยื่นมือมาครับ เดี๋ยวพี่ดูดวงให้”
เด็กสาวเชื่อฟังง่ายดาย เธอเกือบจะยื่นมือให้พี่ฉายอยู่แล้ว แต่อีกฝ่ายกลับโดนพี่เป้ตบหัวฉาดใหญ่
“มึงดูไพ่ยิปซี ไอ้สัส อย่าหลอกจับมือน้อง”
“ว้า รู้ทันอีกและ”
พี่ฉายทำเป็นยิ้มเขิน ก่อนลุกออกจากโต๊ะแล้วเดินไปหยิบสำรับไพ่ยิปซีที่ตัวเองศึกษามาพักใหญ่ จากนั้นก็นั่งลงตรงหน้า สับไพ่ไม่กี่ครั้งก็บอกให้น้องเกี๊ยวหลับตาแล้วหยิบไพ่สิบใบ
เจ้าตัวทำตามทุกอย่าง ซึ่งพอเปิดไพ่ครบทุกใบ หมอดูไพ่ยิปซีตรงหน้าก็ขมวดคิ้วเคร่งเครียด พี่ฉายจับปลายคางตัวเองแล้วจ้องไพ่ที่ถูกเปิดออกมาสลับกับมองหน้าเธอ ก่อนกระแอมไอให้ดูน่าเชื่อถือแล้วค่อยๆ สรุปดวงให้ฟัง
“น้องเกี๊ยวกำลังจะได้เจอเนื้อคู่นะ ไม่กำลังสิ เจอแล้วด้วย”
เปิดประโยคแค่นิดเดียว พี่เป้กับพี่ไจ๋ก็แอบขำ แต่เกี๊ยวยังคงตั้งใจฟัง
“อืม... เป็นคู่แท้เลยล่ะ ต้องรักษาเขาไว้ให้ดีนะเนี่ย คนแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ”
เนื้อคู่เหรอ...
คู่แท้ด้วย...
ถ้าพี่ฉายบอกว่าเจอแล้ว เขาคงไม่ได้หมายถึงพี่แพท เพราะคงไม่มีทางเป็นไปได้
ถ้าอย่างนั้น... คู่แท้ที่เขาหมายถึง...
พี่ครามเหรอ...
หญิงสาวกะพริบตาปริบ กำลังจะหันไปทางพี่ครามที่กำลังทำงานอยู่ แต่ก็โดนแทรกด้วยเสียงหัวเราะของพี่เป้ และเสียงพี่ไจ๋ที่ตะโกนขึ้นหลังจากตบหัวพี่ฉายอย่างรุนแรง
“มึงเลิกแกล้งน้องเหอะ” ไจ๋เอ่ยบอกเพื่อน ก่อนหันมาหาเธอที่ยังคงทำทำหน้าตาตื่น “น้องเกี๊ยวไม่ต้องไปเชื่อมันหรอก ไอ้ฉายมันมั่ว มันยังอ่านไพ่ไม่เป็นด้วยซ้ำ”
“อ้าวไอ้ไจ๋” ฉายหันไปมองเพื่อนตัวเองที่พูดจาดูถูก “ตอนนี้กูรู้ความหมายไพ่ทุกใบแล้วนะเว้ย แค่ยังแปลโดยรวมไม่เป็นเฉยๆ เดี๋ยวมึงรอดู อีกไม่เกินสามเดือนกูจะเปิดสำนักหมอดูไพ่ยิปซี แล้วพวกมึงจะต้องมาคุกเข่าขอให้กูดูดวงให้”
“กูไปเปิดไพ่ในไลน์ดูดวงยังแม่นกว่าเลยมั้ง”
“เออ มึงรอเลย”
ฉายพูดแค่นั้นแล้วรวบไพ่มาเก็บไว้ที่เดิม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ลืมที่จะหันไปบอกเด็กผู้หญิงของเพื่อนสนิทอีกครั้ง
“แต่พี่ก็พูดจริงๆ นะ”
“คะ?” หญิงสาวเลิกคิ้วมอง
“ไอ้ครามมันเป็นคนดี ถึงมันจะเหี้ย แต่มันก็เป็นคนดี เพราะงั้นก็... ให้มันอยู่ข้างๆ นี่แหละ”
“...”
เกี๊ยวไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป เธอกำลังนึกถึงพี่ครามอีกครั้ง พลางหันไปมองยังลานซ่อมรถที่เจ้าตัวก้มๆ เงยๆ จัดการเปลี่ยนสายพานอยู่ด้วย
พี่ครามเป็นคนดี...
เรื่องนี้เธอคงปฏิเสธไม่ได้เหมือนกัน
ครามใช้เวลาไม่นานก็เปลี่ยนสายพานเสร็จ อยู่รอจนลูกค้ามารับรถตอนหนึ่งทุ่มก็ตั้งใจจะไปส่งยัยเด็กเกี๊ยวที่หอ ระหว่างนั้นพวกไอ้ไจ๋ก็ออกไปซื้อเครื่องดื่มมึนเมามาตั้งวงรอ แต่ครามทำเป็นไม่ได้ยินตอนที่พวกมันเอ่ยชวน
ตอนที่ทั้งคู่มาถึงหน้าหอพักของเธอ ครามก็จอดรถไว้ที่หน้าตึกและค่อยๆ เดินมาส่งถึงบานประตูชั้นล่าง ระหว่างนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันเรื่อยเปื่อย อาการเกร็งที่มีก่อนหน้านี้เหมือนจะหายไปบ้าง เกี๊ยวรู้สึกว่าช่องว่างระหว่างเขากับเธอลดลง ส่วนหนึ่งคงมาจากการที่เธอได้นั่งพูดคุยกับเพื่อนของเขาอย่างเป็นกันเอง
พอนึกถึงเพื่อนพี่คราม หญิงสาวก็หัวเราะออกมาคนเดียว คนที่เดินข้างๆ ขมวดคิ้วสงสัย พอจะเอ่ยถามก็ถูกอีกฝ่ายโพล่งมาก่อน
“มาส่งหนูแล้วพี่ครามจะกลับไปที่อู่เลยหรือเปล่าคะ”
เธอถามเพราะพวกเขาทำท่าจะดื่มเหล้าต่อ พี่ครามคงแค่มาส่งแล้วกลับไปร่วมวงด้วย แต่คนตัวสูงที่ตอนนี้สวมเสื้อยืดตัวเดิมที่ก่อนหน้านี้เขาเอามาวางปิดเรียวขาเธอกลับส่ายหน้า
“ไม่อะ” พี่ครามว่าพลางเสยผม เขาซ่อมรถจนเหนียวตัวไปหมด อากาศตอนหัวค่ำก็ไม่ได้ทำให้เขาเย็นลงสักนิด “จะกลับห้องก่อน อยากอาบน้ำ”
“อ๋อ...”
“แล้วก็ต้องไปดูแมวด้วย”
“พริสซิลลากับซามูเอลสินะคะ”
“เกี๊ยว...”
ครามเรียกชื่อเธอแผ่วเบาเพราะรู้สึกเหมือนโดนแซวเรื่องชื่อแมวที่ตัวเขาไม่ได้เป็นคนตั้งด้วยซ้ำ แต่คนที่ลดความเกร็งไปได้เกือบครึ่งก็แค่หัวเราะ
“แมวพี่ครามชื่อน่ารักนะคะ” แถมยังเอ่ยแซวไม่เลิก
“ยังอีก...”
เด็กสาวหัวเราะคิก เธอไม่ได้ตั้งใจจะแหย่หนวดเสือหรอก แต่ชื่อพริสซิลลากับซามูเอลมันก็น่ารักจริงๆ แถมพอนึกภาพพี่ครามเรียกชื่อเจ้าสองตัวนั้นด้วยชื่อจริงเต็มยศ เธอก็อดขำไม่ได้
“ว่าแต่...”
เด็กเกี๊ยวหยุดเดินแล้วหันมาหา เธอเอียงคอมองเขาพลางทำหน้าน่ารักในแบบที่คนตัวโตต้องรีบขมวดคิ้วและทำตาดุๆ เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก
“น้องแมวตรงกลาง... ที่อยู่ตรงข้อมือพี่ครามชื่ออะไรเหรอคะ”
ก่อนที่คำถามนั้น จะทำให้สีหน้าของครามขึ้นสีในทันที
แน่นอน ไม่ใช่เพราะโกรธ
แค่พริสซิลลากับซามูเอลก็น่าอายจะแย่ แต่ไอ้ไจ๋มันกวนตีนน้อยซะเมื่อไหร่ เจ้าสองตัวชื่อเวอร์วังอลังการขนาดนั้น แล้วแมวสีเปรอะที่เติบโตมาด้วยกัน มันจะอลังการน้อยไปกว่านี้ได้ยังไง...
ครามถอนหายใจ พยายามเลี่ยงที่จะตอบ แต่พอมองใบหน้าของเด็กสาวที่ยังคงเอียงคอมองเขาและส่งยิ้มให้อย่างน่าเอ็นดู เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
มือหนายกมากุมขมับ ครามรู้สึกเหมือนไมเกรนจะแดกก็วันนี้
“อลิซาเบธ...”
