บทที่ 6 กับเพื่อน
ร้านเย็นตาโฟ
ซีนกับโมนาเข้ามาในร้านเย็นตาโฟที่อยู่ตรงข้ามกับคอนโดที่พวกเธอพักอยู่ เป็นร้านเปิดใหม่ที่ยังไม่มีโอกาสได้มาลองชิมเพราะคนเต็มร้านตลอด คืนนี้รับโชคดีที่มีโต๊ะว่าง
ซีนสั่งเย็นตาโฟกับพนักงานสองจานเผื่อโมนาด้วย ซีนเห็นเธอกำลังเครียดเลยสั่งมากินด้วยกัน ความเครียดจะคลายลงเมื่อได้เรากินของอร่อย
นั่งรอไม่นานพนักงานมาเสิร์ฟเย็นตาโฟให้ โมนาขมวดคิ้วมองอย่างสงสัยทำไมต้องสั่งมาสองชาม
“ฉันสั่งให้แกเห็นว่าเครียด ๆ มาระบายความเครียดกับของอร่อยดีกว่า”
ซีนยกชามแรกให้โมนาก่อนถึงของตัวเอง โมนาลองชิมเย็นตาโฟร้านใหม่แทบจะไม่ต้องปรุงอะไรเลย
“อร่อยอะไม่ต้องปรุงอะไรเลย”
“จริง ฉันได้ยินคนในคอนโดพูดกันว่าเย็นตาโฟร้านใหม่อร่อยมากแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม”
อร่อยสมคำล่ำลือจริง ถึงว่าลูกค้าไม่เคยขาดบางคนถึงกับเข้ามาเป็นลูกค้าประจำของร้าน ลูกค้าเริ่มทยอยกันกลับบ้านเพราะร้านกำลังจะปิดส่วนคนที่พึ่มาต้องมาใหม่พรุ่งนี้เนื่องจากของทุกอย่างในร้านหมดเกลี้ยง
“ถึงกับซดน้ำจนหมดเลยเหรอแก”
“มันอร่อยอะ อยากกินอีก”
“พอแล้ว ค่อยมาใหม่พรุ่งนี้”
ซีนกับโมนามาจ่ายเงินกับเจ้าของร้าน ทางเจ้าของร้านปลื้มกับคำชมของลูกค้าจนต้องเอ่ยปากชวนให้มากินบ่อย ๆ
“พรุ่งนี้มาใหม่นะครับ หรือจะโทรมาจองโต๊ะก่อนก็ได้ครับ”
ซีนไม่รู้ว่าทางร้านมีการโทรจองโต๊ะล่วงหน้าได้ คราวนี้สนุกซีนเขาแล้วละจะโทรจองโต๊ะทุกวัน กินทุกวันให้หนำใจ
“อย่าหาโทรจองทุกวันน่ะเว้ย ฉันไม่อยากอ้วน”
โมนาพูดขัดก่อนให้มากินทุกวันก็ไม่ไหว ถึงจะอร่อยมากก็เถอะ
จากที่ได้มาคลายเครียดไปกับของอร่อยแล้วทำให้โมนาผ่อนคลายขึ้น คิดเรื่องทางบ้านน้อยลงแม้จะสงสารทางบ้านมากแค่ไหน แต่เธอก็สงสารตัวเองเหมือนกัน
“ฉันไม่รู้ว่าแกมีเรื่องอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจ แต่ฉันให้กำลังใจแกเสมอ”
“ขอบใจนะ คงมีแค่เรื่องเดียวแหละ”
“บางทีฉันก็ไม่เข้าใจแม่แกเหมือนกัน แต่ช่างเถอะพรุ่งนี้นัดยัยหอมไปผับกันดีกว่าส่งท้ายที่นางจะไปอยู่ไร่”
“จริงสิ แบบนี้ต้องเหงามากแน่ ๆ”
พวกเธอสามคนไม่เคยห่างกันเลยสักครั้ง ด้วยความที่ปังหอมเพื่อนอีกคนของพวกเธอเป็นคนดื้อ เอาแต่ใจ สร้างเรื่องปวดหัวให้พ่อแม่ได้ทุกวันซ้ำไม่เอาการเอางานจึงต้องส่งตัวไปดัดนิสัยกับพ่อเลี้ยงภูเวียงที่เคยเป็นพี่ชายข้างบ้าน ตอนนี้เป็นเจ้าของกิจการไร่องุ่นที่กว้างขวางในตอนบนของประเทศ
“กลับกันดีกว่าก่อนจะฉันจะห้ามใจไม่อยู่แล้วไปเข้าร้านสะดวกซื้อ”
โมนารีบดึงซีนกลับคอนโดอย่างรวดเร็วที่สุด พอถึงห้องกลับต้องมานั่งหายใจเหนื่อยหอบอยู่หน้าห้อง
“โอ๊ยหายใจไม่ทัน”
