ตอนที่ 7. เหมือนออกเดท
ตอนที่ 6. เหมือนออกเดท
“คุณพักที่นี่กับผม”
“คะ? พักที่นี่?“
ดวงตากลมโตประพริบปริบๆ ก่อนจะหันมองไปรอบๆห้องนี้ ที่ดูค่อนข้างจะใหญ่โตเกินไปสำหรับเธอ จู่ๆมัลลิกาก็รู้สึกเกรงใจขึ้นมา เธอเป็นลูกน้อง จะให้มานอนห้องเดียวกันกับเจ้านายได้ยังไง
”ที่นี่มีหลายห้องนอน อยากนอนห้องไหนก็เลือกเอา“ ปากหนาตอบเพียงสั้นๆแค่นั้น ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องพักของตัวเอง ที่ดูเหมือนจะเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด
“ใหญ่กว่าบ้านที่จันทบุรีอีกแหะ” ปากเล็กบ่นพึมพัม บ้านของเธอที่ล้อมรอบไปด้วยสวนผลไม้ ยังใหญ่ไม่เท่าห้องนี้ด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นว่าประธานหนุ่มปลีกตัวไปนอนแล้ว คนตัวเล็กจึงค่อยๆเดินสำรวจแต่ละห้องไปอย่างช้าๆ สุดท้ายหญิงสาวเลือกห้องพักที่อยู่ไกลจากห้องของแมทธิวมากที่สุด เพราะแท้จริงแล้วเธอไม่อยากอยู่ใกล้เจ้านายหนุ่มมากเกินไป มีหลายอย่างที่ทำให้มัลลิกาอยากจะรักษาระยะห่างกับเขาเอาไว้มากกว่า
เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เธอกลัวเดาใจเขาไม่ถูกจริงๆ
หลายชั่วโมงต่อมา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น ทำให้มัลลิกาที่กำลังนอนเช็คตารางงานของวันพรุ่งนี้อยู่บนเตียง รีบลุกขึ้นพรวดพราด พร้อมกับวิ่งไปยังประตูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเช็คความเรียบร้อยของตัวเองเล็กน้อย และเปิดประตูออกไป
“สวัสดีค่ะท่านประธาน มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“อีกหนึ่งชั่วโมงคุณต้องออกไปทานข้าวเย็นกับผม”
แมทธิวบอกเสียงเรียบ เขาจองอาหารเย็นไว้แล้ว จึงเดินมาบอกหญิงสาวเอาไว้ก่อน เนื่องจากวันนี้ไม่ได้มีตารางงานอะไรเป็นพิเศษ และเขาก็อยากคุยเรื่องงานวันพรุ่งนี้กับเธอด้วย ถึงได้จัดแจงให้ไปกินข้าวด้วยกันเย็นนี้เสียเลย
“รับทราบค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะรีบแต่งตัวนะคะ”
“ผมจะนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก”
“ค่ะเจ้านาย”
เมื่อคุยกันรู้เรื่องแล้ว หญิงสาวก็ไม่รอช้า เธอรีบค้นหาชุดและแต่งตัวให้สุภาพดูดีที่สุด เนื่องจากการเป็นเลขาของแมทธิวนั้นจะต้องเป๊ะตั้งแต่หัวจรดเท้า มัลลิกาจึงไม่อยากเสี่ยงโดนดุ ถ้าเธอแต่งตัวดูไม่เหมาะสมกับสถานที่ราคาแพงเช่นนี้
ตึก
ตึก
เจ้าของร่างเล็กที่สูงเพียงร้อยหกสิบสี่เซ็นติเมตร สาวเท้าเข้ามาในห้องนั่งเล่น ด้วยชุดเดรสสีขาวปาดไหล่ความยาวเท่าหัวเข่า นี่เป็นครั้งแรกที่แมทธิวได้มีโอกาสเห็นเลขาคนสวยของตัวเองในโอกาสอื่นๆ แม้จะเคยเห็นเธอใส่ชุดราตรีแบบผ่านๆตามาบ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่แมทธิวได้มีเวลาสังเกตุเห็นความสวยสง่าของคนข้างกายตัวเอง
“เสร็จแล้วใช่ไหม“ ประธานหนุ่มเอ่ยถาม ในใจรู้สึกเซอร์ไพร์สเล็กน้อย
”ค่ะ“
”งั้นก็ไปกัน“
ว่าจบ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินตรงดิ่งไปยังลิฟต์หรู ระหว่างสองคนไม่ได้มีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้นอีก เพราะนี่เป็นครั้งแรก ที่ได้อยู่ด้วยกันโดยปราศจากการทำงาน แม้จะรู้สึกเกร็งเล็กน้อย แต่มัลลิกาก็พยายามทำตัวให้นิ่ง เธอมักจะมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งแมทธิวก็แอบสงสัยว่าหญิงสาวเคยรู้สึกโกรธใครบ้างไหม
ติ๊ง~
ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที พนักงานโรงแรมก็พาแมทธิวและมัลลิกาเดินทางมาถึงร้านอาหารชั้นดาดฟ้าสุดหรูของโรงแรม หญิงสาวเดินตามร่างสูงไปนั่งยังโต๊ะติดกับกระจกใส มองจากมุมนี้เธอสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามได้ไกลสุดลูกหูลูกตา
จะว่าไป.....มันก็แอบเหมือนการมาเดทเหมือนกัน
คิดถึงตรงนั้น คนตัวเล็กก็รีบสะบัดความคิดไร้สาระนี้ออกไป คนอย่างแมทธิวน่ะเหรอจะมาสนใจคนอย่างเธอ ถ้าเป็นพวกดารา นางแบบตัวท็อปก็ว่าไปอย่าง
“เมนูอาหารค่ะ” เสียงของพนักงานดังขึ้น
ทั้งสองจึงรับเมนูนั้นมาเปิดดูไปพลางๆ
“ขออนุญาตแนะนำคอสสำหรับคู่รักนะคะ ถ้าสั่งเป็นเซ็ทนี้ ทั้งสองจะได้ทานซิกเนเจอร์ของทางร้านสองที่ค่ะ”
“เอ่อ....” เลขาสาวทำหน้าไม่ถูกเล็กน้อย เมื่อโดนพนักงานคนนั้นเข้าใจผิดว่าเธอกับท่านประธานเป็นคู่รักกัน
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ ผมขอสั่งเมนูแบบปกติดีกว่า” แมทธิวตอบกลับด้วยท่าทางนิ่งเรียบ เขาไม่ได้คิดอะไรที่คนอื่นจะเข้าใจผิดมองว่าเขากับมัลลิกากำลังมาเดทกันอยู่
”ค่ะ ถ้าพร้อมสั่งอาหารแล้วกดปุ่มตรงนั้นเรียกพนักงานได้เลยนะคะ“
”ขอบคุณค่ะ^^“
เมื่อพนักงานเดินออกไปแล้ว ดวงตากลมโตก็หันมาจับจ้องเมนูอาหารตรงหน้าอีกครั้ง แต่พอได้เห็นราคาที่โชว์หราอยู่ในแต่ละเมนู เลขาสาวก็แทบช็อค ราคานี้มันแพงมาก อย่างกับตอนนี้เธออยู่ประเทศแถบยุโรปแน่ะ
“เป็นอะไรมัลลิกา”
เมื่อเห็นคนตรงหน้าทำสีหน้ากังวล แมทธิวจึงเอ่ยถาม
“คือ....คุณแมทธิวไม่คิดว่าราคาอาหารมันแพงไปเหรอคะ?” เธอถามหน้าซื่อ ทำเอาหนุ่มลูกครึ่งแอบขำอยู่ในใจ
อาหารราคาแค่นี้เธอยังบอกว่าแพง แล้วถ้ารู้ราคาห้องที่อยู่ตอนนี้ เธอจะไม่ช็อคเป็นลมไปเลยหรือยังไง
“คุณลืมหรือไงมัลลิกา คุณมากับผมจะกังวลเรื่องราคาไปทำไม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเบาสบาย ไม่ได้สนใจจำนวนเงินในบัญชีของตัวเองเลยสักนิด
เพราะมัน....มีเยอะมาก จนแทบนับไม่ถ้วนยังไงล่ะ
“แต่ว่า....ดิฉันเกรงใจค่ะ ถ้าให้ทานอาหารที่แพงขนาดนี้คงกินไม่ลงแน่ๆ“
มัลลิการู้สึกไม่สบายใจ เธอวางเมนูอาหารตรงหน้าลง ก่อนจะทำสีหน้าเคร่งเครียด ทำให้แมทธิวยิ้มออกมาอย่างขบขันกับความคิดมากของเธอ ที่มันมีเยอะจนเกินไป
“ท่านประธาน หัวเราะอะไรคะ”
“หึ ก็หัวเราะคุณน่ะสิ จะคิดมากไปทำไม ถือซะว่าผมให้โบนัสของปีนี้ก็แล้วกัน”
พอเขาพูดออกมาแบบนั้น มัลลิกาก็ยังคงลังเล สุดท้ายก็ต้องยอมรับน้ำใจของเขาเอาไว้อย่างไม่มีทางเลือกมากนัก
“ก็ได้ค่ะ ถ้างั้นคุณแมทธิว ช่วยสั่งให้ดิฉันหน่อยนะคะ ดิฉันไม่รู้ว่าเมนูไหนอร่อย”
“อืม ตกลง”
เมื่อเคลียร์กันจบเรียบร้อย แมทธิวก็จัดการเรียกพนักงานให้เดินเข้ามาเพื่อสั่งอาหาร
ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ การทานอาหารสุดหรูก็จบลง ทั้งสองเดินทางกลับมาที่ห้องพักของโรงแรมเพื่อพักผ่อน เพราะพรุ่งเขาและเธอต้องออกไปพบหุ้นส่วนแต่เช้า อาจจะกินเวลาไปตลอดทั้งวัน
“ถ้างั้น....ดิฉันขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ ขอบคุณสำหรับอาหาร อร่อยมากเลยค่ะ“ มัลลิกาหันมาเอ่ยขอบคุณร่างสูง ซึ่งแมทธิวก็พยักหน้ารับ
“ฝันดีนะ เจอกันตอนเช้า” ชายหนุ่มตอบสั้นๆ
“ค่ะ^^ ท่านประธานก็เหมือนกันนะคะ” ใบหน้าสวยยิ้มหวานส่งมาให้เขา ทำเอาแมทธิวชะงักไปเล็กน้อย เหมือนตกอยู่ในภวังค์ มัลลิกาเคยยิ้มให้เขาหลายครั้ง แต่ทำไมคราวนี้มันถึงดึงดูดให้เขาชะงักค้างอยู่แบบนี้
ครืด~ ครืด~
ในขณะที่ใจแกร่งกำลังมองตามเลขาของตัวเองไป โทรศัพท์ของเขากลับสั่นไหวขึ้นมาเสียก่อน ประธานหนุ่มดึงโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาดู ก่อนจะพบว่าเป็นเมเปิ้ลที่โทรเข้ามาหาเขา
“ฮัลโหล”
( ฮัลโหลแมทคะ ถึงสิงคโปร์หรือยังคะ? )
เสียงหวานที่ดังเข้ามาทำให้แมทธิวลืมความรู้สึกก่อนหน้านี้ไปหมดสิ้น เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะเริ่มต้นคุยกับคู่ขาคนโปรดอยู่นานนับชั่วโมง
