ตอนที่ 5. คำสั่ง
ตอนที่ 5. คำสั่ง
“ฟู่ว~ เกือบไปแล้วไหมเรา”
“ไม่รู้ไปกินรังแตนที่ไหนมา เฮ้อ”
หลังจากเดินหนีออกมาด้านนอกแล้ว เลขาสาวก็แทบปาดเหงื่อ ดวงตากลมโตเหลือบไปมองกองเอกสารตรงหน้าก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะรีบกลับไปนั่งเร่งรีบจัดการงานจนกว่าจะเสร็จ ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่
วันต่อมา
@ห้องประชุม
“ข้อสรุปของประชุมวันนี้คือ อาทิตย์หน้าผมจะบินไปเจรจากับผู้ประกอบการทางสิงคโปร์ด้วยตัวผมเอง“
ประธานหนุ่มสรุปหัวข้อการประชุมครั้งนี้เป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนจะมีหุ้นส่วนท่านหนึ่งสอบถามขึ้นมา
“แล้วครั้งนี้คุณแมทธิวจะไปกับนางเอกหรือนางแบบคนไหนล่ะครับ?“ ’เทพบดินทร์‘หนึ่งในหุ้นส่วนที่ถือหุ้นเยอะที่สุดรองลงมาจากตระกูลสุริยดลจิตเอ่ยถามออกมา
เขาคือหนึ่งในตัวตั้งตัวตีที่ไม่ชอบในพฤติกรรมของประธานหนุ่ม ที่มักจะมีข่าวควงสาวไม่ซ้ำหน้า หลายครั้งที่ภาพลักษณ์ของบริษัทเสียหาย เพราะความเจ้าชู้ของแมทธิว ถึงประธานหนุ่มจะคอยเอาเงินปิดปากสำนักข่าวอยู่ทุกครั้ง แต่ก็ใช่ว่าข่าวที่หลุดออกไปจะไม่สร้างความเสียหายให้ เดอะลัคชูรี่ กรุ๊ปเลย อย่างน้อยมันก็ทำให้นักลงทุนหลายคนต้องคิดหนัก
แมทธิวได้ยินคำถามที่จงใจแซะตนเอง ยกขาขึ้นมานั่งไขว้กันเอาไว้ด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะหันไปจ้องหน้าคนถามนิ่ง
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณเทพบดินทร์ ครั้งนี้ผมจะไปกับเลขาของผม พวกคุณจะได้ไม่ต้องห่วงว่าบริษัทจะเสียชื่อเสียง แล้วคาบข่าวไปบอกแม่ผม“
”แบบนั้นคงจะดีกว่าใช่ไหมครับ คุณจะได้ไม่ต้องเหนื่อยด้วย”
ใบหน้าหล่อเหยียดยิ้มเอ่ยตอบ เขารู้ดีว่าเทพบดินทร์ไม่ได้ชอบพอในตัวของเขาเท่าที่ควร แต่ร่างสูงไม่ได้สนใจ เพราะถึงยังไงบริษัทนี้ก็เป็นบริษัทที่พ่อของเขาก่อตั้งขึ้นและตอนนี้เขาเองก็มีตำแหน่งเป็นถึงท่านประธานใหญ่ เพราะงั้นแมทธิวคิดว่าไม่มีเหตุผลจำเป็น ที่ตัวเองจะต้องลดตัวไปสนใจหุ่นส่วนบริหารที่มีหุ้นน้อยกว่าเขาถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์
“........”
ซึ่งอีกฝั่งก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แม้จะไม่ชอบใจแต่ก็แสดงออกมากไม่ได้ เพราะคนที่เหนือกว่าทุกอย่างก็คือแมทธิวในตอนนี้
“ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ผมขอจบการประชุมแต่เพียงเท่านี้ก็แล้วกันครับ”
หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทก็สาวเท้าออกมาจากห้องประชุมเป็นคนแรก ก่อนที่เขาจะพบเข้ากับ ‘เมฆา‘ บอดี้การ์ดส่วนตัวของเขาที่พ่วงตำแหน่งคนขับรถส่วนตัวไปด้วย
"สวัสดีครับเจ้านาย" เมฆาก้มหัวให้
วันนี้เขาเพิ่งกลับมาทำงานวันแรก หลังจากลาพักร้อนไป
"อืม ไปฮันนีมูนมา เป็นยังไงบ้าง" ประธานหนุ่มถาม ไม่กี่อาทิตย์ก่อน เขาเพิ่งส่งของไปอวยพรงานแต่งของอีกคนไปหมาดๆ
“ดีครับนาย เมียผมชอบวิลล่าที่เจ้านายจองเอาไว้ให้สุดๆ” เมฆาเอ่ยคุยกับแมทธิวด้วยความสนิทสนม เพราะเขาทำงานให้อีกคนตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้ขึ้นเป็นประธานเลยด้วยซ้ำ
“หึ ชอบก็ดีแล้ว วันนี้มีอะไรก็ไปทำเถอะ ค่อยเข้ามารับฉันอีกทีตอนเย็น”
“ครับนาย”
เมื่อสั่งงานลูกน้องเสร็จ แมทธิวก็เดินเข้าไปในลิฟต์ เพียงไม่นานลิฟต์ก็เปิดออก เผยให้เขาเห็นเลขาสาวจอมขยัน กำลังขมักเขม้นทำงานอยู่บริเวณโต๊ะทำงานของเธอ
”สวัสดีค่ะคุณแมทธิว“
เมื่อเห็นว่าเจ้านายมาถึงแล้ว หญิงสาวจึงรีบลุกขึ้นยืนกล่าวทักทายเขาเสียก่อน
“อาทิตย์หน้าคุณว่างหรือเปล่ามัลลิกา?”
”คะ? เอ่อ ก็ต้องว่างสิคะ“ มัลลิกาตอบกลับอย่างงงๆ
เขาหมายถึงว่างอะไร เพราะถึงอย่างไรเธอก็ต้องหอบร่างกายมาทำงานแทบทุกวัน
”ดี แล้วคุณมีพาสปอร์ตหรือเปล่า?“
”มะมีค่ะ คุณแมทธิวมีอะไรหรือเปล่าคะ?“
”คุณจะต้องบินไปดูงานที่สิงค์โปร์กับผมสามวัน มีงานอะไรก็รีบเคลียร์ให้เสร็จก่อนวันอังคารก็แล้วกัน“
เขาเอ่ยสั่ง ก่อนจะเหลือบสายตาลงไปมองเอกสารมี่อีกคนกำลังตั้งใจทำอยู่ ซึ่งมัลลิกาได้ยินคำพูดนั้นก็ได้แต่รู้สึกงุนงงเล็กน้อย ที่จู่ๆเธอก็ต้องบินไปดูงานกับประธานหนุ่ม เพราะที่ผ่านมา ไม่มีสักครั้งที่เธอต้องไปกับเขา สำหรับหญิงสาวแล้ว จะบอกว่าอยากไปมันก็คงไม่ใช่ เพราะอย่างที่รู้ ในสายตาของเธอแมทธิวเป็นผู้ชายที่เดาอารมณ์ยากจะตาย
ลำพังรับมือกับเขาแค่ที่ทำงาน เธอก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว ถ้าต้องให้ไปสิงคโปร์กับเขาสามวัน เธอจะไม่เป็นประสาทไปเลยหรือยังไง แต่ถึงแบบนั้นมัลลิกาก็แก้ไขอะไรไม่ได้ ในเมื่อคนเผด็จการสั่งมาแบบนั้น เธอก็ต้องยิ้มรับ แสร้งแสดงออกว่าเต็มใจที่จะไปกับเขา
“ได้ค่ะท่านประธาน ดิฉันจะรีบเคลียร์งานก่อนบินนะคะ^^”
“อืม แล้วนั่นคุณทำอะไรอยู่” เขาถามถึงสิ่งที่หญิงสาวกำลังทำอยู่
“อ๋อ กำลังแก้หัวข้อเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ตามที่คุณสั่งไงคะ” งานจากเมื่อวาน เธอยังทำไม่เสร็จ
“ไม่ต้องทำแล้ว แบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว”
“อ้อ แล้วก็ชงกาแฟมาให้ผมแก้วหนึ่งด้วยนะ”
เขาเอ่ยบอกหน้าตาย ราวกับว่าเรื่องเมื่อวานนี้ตนเองพูดเล่นทั้งหมด ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปในห้องทำงานด้วยท่าทีปกติ ปล่อยให้มัลลิกายืนกำหมัดแน่นอยู่คนเดียว พร้อมกับกัดฟันตอบกลับ
”ค่า เจ้านาย.....“
”หึ่ย!! แล้วเมื่อวานจะให้นั่งแก้ทั้งคืนทำไมเนี่ย! เสียเวลาชะมัด!“ หญิงสาวบ่นออกมาอย่างเหลืออด เมื่อวานนี้เธอโดนเรียกไปดุแบบฟรีๆ แต่วันนี้เขากลับบอกว่าระรื่นว่าไม่ต้องแก้เนี้ยนะ
ปกติมัลลิกาเป็นคนที่ใจเย็นมากๆ แต่ช่วงนี้พอต้องมารับมือกับอารมณ์ไม่คงที่ของแมทธิว ทำให้เธอเริ่มจะเป็นใบโพล่าเหมือนเขาเช่นกัน
อาทิตย์ต่อมา
@สิงคโปร์
ในที่สุด....แมทธิวกับมัลลิกาก็เดินทางมาถึงโรงแรมห้าดาวที่ร่างสูงจองเอาไว้ หญิงสาวลากกระเป๋าเดินตามชายหนุ่มเข้าไปด้วยสีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะความหรูหราของโรงแรมแห่งนี้ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาคนละโลก
“สวัสดีค่ะคุณแมทธิว เชิญด้านนี้เลยค่ะ”
เสียงพนักงานดังขึ้น ก่อนที่จะเดินนำทุกคนเข้าไปในลิฟท์ วันนี้มัลลิกาไม่ได้มากับประธารหนุ่มสองคน ยังมีเมฆาคนขับรถที่คอยมาดูแลเขาอีกด้วย
“นี่ลูกกุญแจห้องนะคะ ต้องการความช่วยเหลืออะไร สามารถแจ้งพนักงานต้อนรับได้เลยค่ะ”
“ขอบคุณ”
เมื่อเข้ามาถึงห้อง ดวงตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิม เพราะความใหญ่โตและความหรูหราของห้อง ที่ถูกตกแต่งราวกับเทพนิยาย เลขาสาวไม่อาจจิตนาการได้เลยว่าห้องนี้ราคาเท่าไหร่ ถ้าจำไม่ผิด มันคงเป็นโรงแรมที่ราคาแพงที่สุดในสิงคโปร์แน่ๆ
“ถ้างั้นผมขอตัวไปพักก่อนนะครับเจ้านาย” เสียงของเมฆาดังขึ้น เมื่อช่วยขนสัมภาระของเจ้านายขึ้นมาบนนี้ทั้งหมดแล้ว
“อืม ไปพักเถอะ”
“ครับ”
มัลลิกามองตามเมฆาออกไปด้วยสีหน้างงๆ หญิงสาวจึงไม่รอช้าที่จะหันไปถามแมทธิว
“เอ่อ คุณแมทธิวคะ แล้วดิฉันต้องพักที่ไหนคะ”
ร่างสูงที่เพิ่งจะถอดสูทด้านนอกทิ้งไป หันมามองเลขาของตัวเองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะตอบคำถามนั้นออกมา
“คุณพักที่นี่กับผม”
