ตอนที่ 7. เลขาไม่ใช่แฟน
ตอนที่ 7. เลขาไม่ใช่แฟน
วันต่อมา
รุ่งเช้า
เท้าหนาหยุดชะงักไป เมื่อสาวเท้าออกมาแล้วเห็นว่าบริเวณห้องนั่งเล่นถูกเปิดผ้าม่านเอาไว้จนสว่างจ้าไปหมด ดวงตาคมสังเกตุเห็นเลขาสาวของตัวเองกำลังยืนขยุกขยิกอยู่บริเวณห้องครัว จึงรีบเดินเข้าไปดู
“ทำอะไรมัลลิกา”
“อุ้ย ท่านประธาน”
“ดิฉันกำลังจะดื่มนมค่ะ”
มัลลิกาตกใจเล็กน้อย ที่จู่ๆแมทธิวก็เดินเข้ามาในนี้ วันนี้เธอตื่นเร็วกว่าเขาเล็กน้อย ถึงได้แต่งตัวเสร็จก่อน เหตุก็เพราะเธอเป็นลูกน้อง จะทำทุกอย่างเสร็จช้ากว่าเจ้านายได้ยังไง
“ฝากชงกาแฟให้ผมแก้วหนึ่งก็แล้วกัน“ ปากหนักสั่งสั้นๆ
”ได้ค่ะ“ ซึ่งหญิงสาวก็ยิ้มตอบ เธอติดนิสัยชอบดื่มนมตอนเช้ามาตั้งแต่เด็กๆแล้ว
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น กาแฟกลิ่นหอมก็ถูกยกมาเสิร์ฟ ดวงตาคมเหลือบไปมองนาฬิกาบนข้อมือของตัวเอง ก่อนจะพบว่าเขายังมีเวลาเหลือนิดหน่อย ถ้าคนตรงหน้าอยากจะไปทานข้าวก่อนเริ่มทำงานก็ย่อมได้
”คุณหิวข้าวหรือเปล่า ตอนเช้ามีอาหารโรงแรมนะ เรายังมีเวลาเหลืออีกนิดหน่อยก่อนไปพบหุ้นส่วนคนสำคัญ”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นไปถามร่างสวยที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามของเขา
”ไม่เป็นไรค่ะท่านประธาน ดิฉันไม่ทานข้าวเช้าค่ะ“ มัลลิกาโบกมือปฎิเสธ ทำให้แมทธิวรับรู้ว่าเธอเองก็ไม่ชอบทานอาหารเช้าเหมือนกันกับเขา
แค่กาแฟแก้วเดียวก็เพียงพอแล้ว
”เหมือนผมเลย รอผมดื่มกาแฟแก้วนี้เสร็จก่อนเราจะออกไป“
”ค่ะ“ หญิงสาวพยักหน้ารับ ก่อนจะนั่งรอร่างสูงจิบกาแฟไปแบบไม่รีบ จนกระทั่ง.....แมทธิวลุกขึ้นเมื่อถึงเวลา
”ไปกันเถอะ“
”เดี๋ยวก่อนค่ะคุณแมทธิว“ มัลลิการ้องเรียก ก่อนจะขยับเท้าเข้ามายืนอยู่ด้านหน้าของเขา
”เนคไทของคุณ มันยังไม่แน่นดีค่ะ เดี๋ยวดิฉันช่วยนะคะ“ เธอว่าก่อนจะถือวิสาสะเอื้อมมือไปจัดแจงเทคไทให้คนตัวสูง
ซึ่งแมทธิวที่เห็นภาพนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาได้แต่ยืนมองทุกการกระทำของเลขาตัวเองไปอย่างเพลิดเพลิน พอได้มองมุมนี้ใกล้ๆ เขาก็ยิ่งได้รู้ว่ามัลลิกามีผิวที่เนียนละเอียดราวกับเด็กทารก ไหนจะกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่ลอยออกมาจากตัวของเธออีก มันให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าหอมฟุ้งแรงๆ อย่างที่เขาเคยเจอ
“เรียบร้อยค่ะ“
รู้ตัวอีกที หญิงสาวก็ก้าวหนีเขาไปหยิบกระเป๋า ทำให้แมทธิวต้องรีบตั้งสติ ไม่รู้เมื่อกี้จิตใจของเขาเผลอลอยไปถึงไหนต่อไหน
”อะแฮ่ม ขอบใจ“
@ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง
“ฮัลโหล สวัสดีครับคุณแมทธิว“
ทันที่ที่‘พอล‘ เห็นว่าใครเดินเข้ามา เขาก็รีบเดินมาทักทาย หนุ่มหน้าคมเต็มไปได้หนวดเครา ดูแวบแรกก็รู้ว่าไม่ใช่คนเอเชียแน่ส่งยิ้มมาทักทายแมทธิวอย่างเป็นมิตร แวบแรกมัลลิกาเข้าใจว่าหุ้นส่วนของเจ้านายเป็นคนประเทศสิงค์โปร์แต่ดูจากหน้าตาแล้ว พอลคงมาจากทางตะวันออกกลางมากกว่า
“สวัสดีครับ ผมดีใจที่ได้เจอคุณอีกครั้ง“
แมทธิวเอื้อมมือไปทักทายหุ้นส่วนรายใหญ่รายใหม่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของพอลจะหันมาจ้องที่ร่างสวยของมัลลิกาอย่างสนอกสนใจ
“คุณพาแฟนสาวมาด้วยเหรอครับ?“
”สวัสดีครับคุณผู้หญิง ผมชื่อพอลนะ“ หนุ่มตะวันออกกลางหันมายื่นมือให้ร่างสวยแทน พอได้ยินคำนั้นแมทธิวจึงต้องรีบแก้ข่าว
“คนนี้เลขาส่วนตัวของผมเอง” เขายิ่งต้องรักษาภาพลักษณ์ให้บริษัท ถ้ามีข่าวหลุดออกไปว่าเขาควงผู้หญิงมาทำงาน พวกที่ถือหุ้นอยู่ตอนนี้คงได้รีบมารุมทึ้งเขาแน่
“ว้าว เลขาของคุณสวยจังเลยนะครับ” พอลว่าพร้อมกับแสดงท่าทีสนใจอีกคนอย่างไม่คิดปกปิด ทำเอาแมทธิวค่อยๆหุบยิ้มลงไปอัตโนมัติ
“สวัสดีค่ะคุณพอล ฉันชื่อมัลลิกานะคะ เรียกว่ามุขเฉยๆก็ได้ค่ะ”
หญิงสาวเอื้อมมือไปทำความรู้จักพอลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งพอลที่เดิมทีชอบสาวเอเชียอยู่แล้ว ก็จับมือเล็กเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ทำให้ประธานหนุ่มต้องพูดแทรก ก่อนที่ทุกอย่าง....มันจะเตลิดไปไกลมากกว่านี้
”ชื่อเพราะมากเลยครับ“
“อะแฮ่ม ผมว่าเราเข้าไปคุยงานกันดีกว่าไหมครับ” แมทธิวกล่าว
“อ้อ ได้สิครับ เชิญทางนี้เลย“ ซึ่งพอลก็ยอมวางมือแต่โดยดี เขาเดินนำทั้งสองไปภายในสำนักงานของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ที่เป็นห้องทำงานส่วนตัวของเขาอย่างว่องไว
หลายชั่วโมงต่อมา
“เอาเป็นว่าถ้าไปถึงเมืองไทยแล้ว คุณแมทธิวช่วยส่งเอกสารสัญญาและใบเสนอราคาทั้งหมดมาให้ผมทีนะครับ ผมจะรีบพิจารณาและเซ็นสัญญาไปอย่างเร็วที่สุด”
นั่นเป็นบทสรุปจากปากของพอลในวันนี้ เขาตกลงรับสินค้าจากบริษัทเดอะ ลัคชูรี่ จำกัดมาขายที่ห้างชั้นนำของตัวเอง เหตุก็เพราะหลายปัจจัย เขารู้จักกับแมทธิวมานานมากแล้วสมัยเรียนอยู่แอลเอด้วยกัน แถมสินค้าของฝั่งนั้นก็ดูมีคุณภาพและติดกระแสตลาดโลกอยู่ไม่น้อย พอได้ลองมาคุยข้อตกลงในวันนี้ พอลจึงตัดสินใจได้ไม่ยาก
“ได้ครับ ผมจะให้เลขาจัดการให้“
”จดเอาไว้ด้วยนะมัลลิกา“
”ได้ค่ะท่านประธาน” มือเล็กพิมพ์ทุกอย่างลงไปในโทรศัพท์ของตัวเอง เมื่อได้รับคำสั่ง
“ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว ไม่ทราบว่าเย็นนี้คุณทั้งสองคนว่างไหมครับ? ผมอยากจะชวนไปทานอาหารค่ำด้วยกันสักหน่อย“
จู่ๆพอลก็เสนอคำนั้นขึ้นมา ใจจริงเขาอยากจะชวนแค่มัลลิกาคนเดียว แต่ก็ไม่อยากทำตัวเสียมารยาท แต่ถึงอย่างนั้นแมทธิวก็รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายสนใจในตัวของเลขาตัวเอง ชายหนุ่มจึงอยากจะตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม เพราะหากสองคนนี้เกิดมีซัมติงกันขึ้นมาแล้วมัลลิกาเกิดลาออกย้ายมาอยู่ที่นี่ จะมีใครมาทำงานตำแหน่งนี้แทนเธอได้ เพราะสำหรับแมทธิว ถึงเขาจะใจร้ายกับหญิงสาวเป็นบางครั้ง แต่เธอก็นับว่าเป็นเลขาที่รู้ใจเขาเขามากที่สุดคนหนึ่ง
“น่าเสียดาบจังเลยนะครับ วันนี้ผมกับเลขาคงไม่ว่าง เพราะจองนัดที่คาสิโนเอาไว้แล้ว”
“เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะครับคุณพอล” แมทธิวว่าพร้อมกับเหยียดยิ้ม
ส่วนมัลลิกาที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรก็ได้แต่ยิ้มบางๆส่งกลับไปเช่นกัน สำหรับเธอถ้าเจ้านายสั่งให้ไปที่ไหนก็คงต้องตามนั้น เพราะจำนวนเงินเดือนที่เธอได้จากแมทธิวทำให้หญิงสาวไม่อาจ ปฏิเสธอะไรจากเขาได้เลย เพราะมันสูงมาก! จนแทบหาที่ไหนไม่ได้ในประเทศไทยยังไงล่ะ
“ไม่เป็นไรครับ งั้นเอาไว้โอกาสหน้า ผมหวังว่าจะได้เจอคุณอีกนะครับ คุณมุข“ พอลหันมาพูดกับหญิงสาวโดยเฉพาะ
”ฉันก็หวังอย่างนั้นเช่นกันค่ะ ^^“ หญิงสาวพูดตอบตามมารยาท
“ผมขอตัวก่อนจะครับ เดินทางปลอดภัย”
“ครับ โชคดี“
เมื่อพอลเดินออกไปแล้ว แมทธิวก็หันมามองหน้าเลขาตัวเองอีกครั้ง หญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องอะไรก็ได้แต่มีสีหน้าที่เปื้อนยิ้มตลอดเวลา เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้พอลสนใจในตัวเอง
”คุณเคยหุบยิ้มบ้างไหมมัลลิกา“ ประธานหนุ่มตัดสินใจเอ่ยถาม
”คะ? เคยสิคะ“ เธอตอบตาแป๋ว
”เมื่อไหร่?“
”ตอนที่ท่านประธานดุไงคะ ดิฉันไม่เคยยิ้มออกเลยค่ะ น่ากลัวมากๆ“ หญิงสาวเผลอพูดความในใจออกมา
”นี่คุณว่าผมน่ากลัวงั้นเหรอ?“
”ปะเปล่านะคะ! เอ่อ ระเรากลับกันเลยดีไหมคะ ท่านประธานจะได้พัก วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว“
หญิงสาวละล่ำละลักบอก ทำให้แมทธิวแอบขำอยู่ในใจ เธอคงคิดว่าเขาจะโกรธสินะ
”อืม“
