ตอนที่ 4. แกต้องแต่งงาน
ตอนที่ 4. แกต้องแต่งงาน
พรึ่บ!
เสียงประตูบานใหญ่ ถูกผลักเข้าไปด้านในอย่างแรง ทำเอาร่างสูงที่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่รับรู้ได้ในทันทีว่ามีใครบางคน เปิดประตูนั้นเข้ามาโดยไม่ยอมขออนุญาตจากเขา
“ผมบอกแล้วไงให้คุณเคาะประ.....คุณแม่?“
ปากหนาหยุดพูดไปโดยอัตโนมัติ เมื่อเงยหน้าขึ้นไปแล้วพบว่าคนที่เดินเข้ามา อย่างไม่ให้ซุ้มให้เสียงคือมารดาของตัวเอง ตอนแรกเขานึกว่าเป็นมัลลิกาเสียอีก
“จะมาทำไมไม่บอกก่อนครับ“ ประธานหนุ่มเอ่ยปากถามมารดา เขาละสายตาออกจากเอกสารตรงหน้าทันที
“ถ้าบอกแม่จะได้เจอแกเหรอตาแมท“
คุณหญิงรายาอดที่จะประชดประชันลูกชายคนโตไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่นางมาหา แมทธิวก็มักจะบ่ายเบี่ยงและหลบหน้า ทำอย่างกับคนเป็นแม่นั้นเป็นสิ่งอันตรายที่เขาไม่อยากพบเจออย่างไรอย่างนั้น
”.......“ ฝ่ายแมทธิวได้ยินแบบนั้น ก็นิ่งงันไปพักหนึ่งอย่างเถียงไม่ออก
เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ใช่ว่าเพราะเขาไม่รักแม่ตัวเอง เป็นเพราะช่วงหลัง คุณหญิงรายาเอาแต่พูดกรอกหูถึงความเจ้าชู้ของเขาทุกครั้ง มันยิ่งหนักขึ้นตอนที่ร่างสูงได้ขึ้นแท่นเป็นประธานบริษัท นับตั้งแต่บิดาของเขาเสียชีวิต คุณแม่ก็อยากให้เขาเลิกทำตัวเสเพลและมีปัญหาทุกครั้งที่เขามีข่าวเกี่ยวกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาหลุดออกไป ท่านค่อนข้างจริงจังและไม่ชอบสิ่งเหล่านั้นในตัวของลูกชายเป็นอย่างมาก
“เป็นไง พูดไม่ออกเลยล่ะสิ“
”เมื่อไหร่แกจะเลิกเสเพลเรื่องผู้หญิง แล้วหันมาคิดเรื่องแต่งงานสักที“
เป็นอีกครั้งที่ถ้อยคำอันแสนจะน่าเบื่อพวกนั้น หลุดออกมาจากปากของมารดา ทุกครั้งที่เจอกัน แม่ของเขาก็มักจะพูดกรอกหูเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ตลอด นั่นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้แมทธิวบ่ายเบี่ยงที่จะพบ เขารักแม่แน่นอน แต่การบังคับให้เขาทำในสิ่งที่ไม่อยาก....นั่นก็ถือเป็นการขืนใจสำหรับชายหนุ่ม
“เรื่องนี้อีกแล้วเหรอครับคุณแม่“
มือหนาวางปากกาลง เห็นทีวันนี้เขาคงหนีไปไหนไม่ได้ นอกจากจะต้องทนฟังถ้อยคำปราศัยของมารดาจนจบ
“พูดแบบนั้นหมายความว่ายังไงตาแมท? แกคิดว่าแม่พูดเล่นเหรอ?"
คุณหญิงรายาเริ่มเท้าเอวถามลูกชาย อารมณ์ของนางเริ่มขุ่นมัวนิดๆ เมื่ออีกคนยังคงมีท่าทีไม่สนใจในสิ่งที่นางพูด ทั้งๆที่นางหวังดี เพราะไม่อยากให้ลูกชายคนโตของตระกูลทำตัวเป็นไม้เลื้อยแบบนี้ไปเรื่อยๆ
“......เปล่าครับ ผมไม่ได้คิดแบบนั้น“
แม้จะอยากเถียง แต่ประธานหนุ่มก็จำต้องอดใจไว้ เพราะเขาเคารพความรัก ความหวังดี ที่มารดามีให้ตัวเอง แมทธิวเข้าใจในจุดประสงค์ของมารดาเป็นอย่างดี แต่ดูเหมือนท่านจะไม่เข้าใจ ว่าเขายังไม่พร้อมที่จะมีครอบครัว ในแบบที่ท่านต้องการ
ปึก!
เอกสารปึกใหญ่ถูกวางลงไปบนโต๊ะทำงาน ต่อหน้าร่างสูง คุณหญิงรายารวบรวมหลักฐานทั้งหมด ที่ตัวเองเก็บเอาไว้มาตลอด ที่ผ่านมา....นางพยายามปล่อยผ่าน ไม่เข้าไปยุ่งเรื่องรักๆใคร่ๆของลูกๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว หลังจากสามีของนางตายไป
แมทธิวก็เข้ามารับช่วงต่อที่บริษัทตามแผนที่สามีของนางวางเอาไว้ และมีหลายครั้งที่ความเจ้าชู้ของอีกคน มักจะนำข่าวเสื่อมเสียมาให้ธุรกิจ นางรู้จักนิสัยของลูกๆทั้งห้าคนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะลูกชายคนแรกอย่างคนตรงหน้านี้ มีหลายอย่างที่ร่างสูงพยายามปิดบังนางเอาไว้ และแน่นอนว่าคนอย่างคุณหญิงรายาตามสืบเจอได้ไม่ยาก
“........” ใบหน้าหล่อนิ่งไป หลังจากได้เห็นข่าวต่างๆมากมายในกระดาษที่แม่ของเขารวบรวมข้อมูลมาทั้งหมด
“แกคิดว่าจะปิดแม่ได้อีกนานแค่ไหน คิดว่ายัดเงินนักข่าวแล้วเรื่องมันจะจบงั้นรึ”
”ที่ผ่านมา แม่ไม่เคยเข้าไปยุ่งเรื่องผู้หญิงของแก แต่ตอนนี้บอร์ดบริหารเขาพากันโทรมาหาแม่ เพราะเขากังวลถึงภาพลักษณ์ของบริษัท“
คุณหญิงพูดออกมาอย่างอัดอั้นตันใจ ตั้งแต่ลูกชายของนางขึ้นแท่นเป็นผู้บริหาร นักข่าวก็มีข่าวมากมายให้ไปลงเล่น โดยเฉพาะข่าวฉาว เกี่ยวกับการควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าของเขา ถึงแม้ประธานหนุ่มจะพยายามปิดเรื่องนี้กับมารดา แต่สุดท้ายคณะบริหารที่รู้จักกับแม่ของเขาเป็นอย่างดี ก็คาบข่าวไปบอกอยู่ดี
“แล้วมีใครบอกคุณแม่ไหมครับว่าผมทำงานไม่ดีอะไรทำนองนั้น?“
ปากหนาถามกลับ เขาแอบรู้สึกต่อต้านนิดหน่อย เพราะในฐานะประธานบริษัท เขาคิดว่าตัวเองจัดการทุกอย่างได้ดี และที่สำคัญเรื่องผู้หญิงมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องงานสักนิด ทำไมทุกคนถึงไม่รู้จักแยกแยะกันบ้าง
“นี่แกกำลังยอกย้อนแม่อยู่เหรอตาแมท?”
“เปล่านะครับ ทุกคนก็แค่คิดเยอะไปเอง ควรแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวของผมออกจากกัน” เขาไม่ได้เถียง เพียบแต่อยากอธิบาย
“หึ เรื่องส่วนตัว หมดไปกี่บาทแล้วล่ะ เรื่องส่วนตัวของแก เที่ยวทำบัตรเครดิตแจกคนนั้นคนนี้”
“ฉันล่ะอยากจะรู้จริงๆ ว่าถ้าวันหนึ่งแกหมดตัว ไม่ได้มีเงินทองมากมายเหมือนทุกวันนี้ ผู้หญิงพวกนั้นยังจะอยากอยู่กับแกอยู่ไหม”
คุณหญิงรายาเอ่ยปากออกมาด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ เพราะนางรู้ดีว่าน้อยคนนักที่จะรักลูกชายของนางจริง ส่วนใหญ่ก็คงอยู่เพื่อผลประโยชน์เสียมากกว่า
”คุณแม่ หมายความว่ายังไงครับ?“
”ฉันให้เวลาแกสามเดือน“
”ถ้าแกไม่แต่งงานภายในสามเดือน ฉันจะปลดแกออกจากตำแหน่งประธานและเข้ามาบริหารบริษัทแทนแกเอง“
คุณหญิงรายายื่นคำขาด หากนี่เป็นวิธีเดียว ที่จะทำให้ลูกชายของนางเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้บ้าง คุณหญิงรายาก็จะทำ ฝ่ายแมทธิวได้ยินแบบนั้นก็คิ้วขมวดตีกันยุ่ง ร่างสูงลอบถอนหายใจออกมาเบาๆให้กับความเอาแต่ใจของมารดา
”คุณแม่คิดดีแล้วเหรอครับว่าจะทำแบบนั้น จะเอาตัวเองมาปวดหัวเรื่องงาน เพียงเพราะอยากบังคับให้ผมแต่งงานเนี่ยนะ?“
ฟังดูก็ยิ่งไม่เข้าท่า มารดาของเขาอายุปาเข้าไปก็ห้าสิบห้าปีแล้ว ถึงท่าทางจะยังดูแข็งแรงอยู่ แต่การทำแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรจากการขัดขวางความต้องการของบิดาที่ล่วงลับไปแล้วเลยสักนิด
”ถ้าแกอยากถูกตราหน้าว่าเป็นลูกอกตัญญูก็เอาสิตาแมท ปล่อยให้แม่บริหารแทนแก ส่วนแกก็ไปแต่ตัว ไปเริ่มต้นใหม่เอาเอง“
”คุณแม่ครับ นี่มันไม่.....“
”ฉันให้เวลาแกแค่สามเดือนเท่านั้น ถ้ายังไม่เลิกทำตัวเจ้าชู้ เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ฉันจะตัดหางปล่อยวัดแกจริงๆ“
”คุณแม่!“
พูดเพียงเท่านั้น คุณหญิงรายาก็เดินสะบัดร่างออกไป ปล่อยให้แมทธิวนั่งเครียดอย่างขบคิดถึงคำพูดของมารดาอย่างสองจิตสองใจว่าท่านจะทำแบบนั้นจริงหรือไม่ ถ้าภายในสามเดือนเขาไม่ยอมแต่งงาน ในความคิดของประธานหนุ่มตอนนี้ คือมันเป็นไปไม่ได้แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้น เขายังสนุกกับชีวิตลั้นลาของตัวเอง และอยากจะให้มันเป็นแบบนั้นไปเรื่อยๆ
สี่ชั่วโมงต่อมา.....
“คุณทำงานภาษาอะไรมัลลิกา” จู่ๆเสียงเข้มก็โพล่งใส่หญิงสาว ทันทีที่เธอเปิดประตูห้องทำงานเข้ามา หลังจากที่เขาโทรเรียก
“คะ? เอ่อ ดิฉันทำเอกสารผิดพลาดตรงไหนเหรอคะ บอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะรีบแก้ให้ค่ะ”
ปากเล็กละล่ำละลักบอก หัวใจเต้นตึกตักกลัวความผิด เพราะแมทธิวดูหัวเสียมาก เธออาจจะทำผิดร้ายแรง
“หัวข้อตรงนี้ทำไมไม่ใส่ตัวพิมพ์ใหญ่!“
ใบหน้าสวยชะงักไปเล็กน้อยด้วยความงุนงง เมื่อจู่ๆ สิ่งที่เธอทำอยู่ทุกวัน กลับกลายเป็นปัญหา หัวข้อตรงนั้นมันเป็นหัวข้อย่อย ซึ่งแน่นอนว่ามัลลิกาไม่เคยใส่ตัวพิมพ์ใหญ่เลยสักครั้ง แต่ทำไมวันนี้เจ้านายของเธอถึงได้รู้สึกว่ามันเป็นปัญหา
“ขอโทษค่ะ ปกติดิฉันก็ไม่ได้ใส่นะคะท่านประธาน"
"......." ดวงตาคมตวัดหางตามาจ้องเลขาสาว ที่เผลอพูดความคิดของตัวเองออกไปให้เขาได้ยิน
จู่ๆมัลลิกาก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ หลังจากสายตาคมกริบนั่นมองมาที่เธอ ราวกับต้องการประกาศิต ว่าอย่าได้ขัดคำสั่งของเขา
“เอ่อ แต่ถ้า....ท่านประธานอยากให้ใส่ ต่อจากนี้ดิฉันจะใส่ให้ค่ะ^^” ใบหน้าสวยทำใจดีสู้เสืออีกครั้ง เธอยิ้มหวานให้เขาไปหนึ่งรอบ
แม้จะไม่รู้เหตุผลว่าทำไมเจ้านายของเธอถึงได้แลดูอารมณ์เสียขนาดนี้กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ถ้าให้เดา....มัลลิกาคิดว่าอาจจะเป็นผลมาจากการที่คุณหญิงรายามาหาแมทธิวก่อนหน้านี้เป็นแน่
“เอาไปแก้” ปากหนาว่าก่อนจะเลื่อนแฟ้มเอกสารทั้งหมดมาให้หญิงสาว
มัลลิกาได้แต่ยิ้มรับอย่างยอมจำนนในโชคชะตา เธอต้องเสียเวลาเคลียร์เอกสารใหม่ทั้งหมด เพียงเพราะเจ้านายของเธออยากให้เปลี่ยนมาใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ในหัวข้อย่อย
“รับทราบค่ะ” แม้แก้มของเธอจะยิ้มจนแทบปริ แต่ภายในปากเล็กกลักัดบพยายามซ่อนการกัดฟันเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
สำหรับมัลลิกาแล้ว การทำงานที่บริษัทนี้ของเธอนั้นไม่เคยมีปัญหาอะไร เงินเดือนที่แพงลิบลิ่วและเพื่อนรวมงานที่เข้าขากันเป็นอย่างดี ทำให้หญิงสาวมีความสุขเป็นอย่างมาก ยกเว้นแต่....เจ้านายของเธอ ที่ต้องทำงานด้วยกันทุกวัน ดูเหมือนช่วงนี้แมทธิวจะหัวเสียกับอะไรหลายๆอย่าง ดังนั้นทางที่ดี เธอควนหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเขาเสียจะดีกว่า
