ตอนที่ 3. คุณหญิงรายา
ตอนที่ 3. คุณหญิงรายา
แกร๊ก~
“ขออนุญาตค่ะ”
ทันทีที่มือบางผลักประตูบานใหญ่เข้าไป ร่างเล็กที่สูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบสี่ ก็รีบสาวเท้าไปยืนกุมมืออยู่ต่อหน้าท่านประธานหนุ่ม ใบหน้าสวยฉบับสาวหวานก้มลงเล็กน้อย มัลลิกาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมองแมทธิว เพราะหญิงสาวรู้ว่าปากหนากำลังจะเอ่ยปากต่อว่าเธอ
“คุณปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไงมัลลิกา”
สองขาไขว่ห้าง สายตาคมจับจ้องมายังเลขาสาวอย่างไม่วางตา เขาเคยบอกเธอหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะยังไง อย่าปล่อยให้พะแพงกับเมเปิ้ลได้มาเผชิญหน้ากันเด็ดขาด ที่ผ่านมา....เลขาสาวก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี แต่ทำไมวันนี้เธอกลับพลาดเอาเสียได้
“ขอโทษค่ะคุณแมทธิว ต่อจากนี้ดิฉันจะไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขี้นอีกเป็นอันขาดค่ะ”
มัลลิกาก้มหน้ารับ กล่าวขอโทษ หญิงสาวรู้ดีว่าความผิดนั้นมันไม่ใช่ของเธอ แต่ลูกจ้างอย่างเธอจะทำอะไรได้มากกว่านี้ล่ะ นอกจากยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตามอย่างที่คนเผด็จการต้องการ
“เอาเถอะ ครั้งแรกผมจะทำเป็นลืมๆมันไปก็แล้วกัน”
แมทธิวเอ่ยบอก เขาหวังว่าครั้งต่อไปถ้าเกิดเหตุการ์ณเช่นนี้ขึ้น เลขาสาวของเขาจะจัดการได้ เพราะตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา ไม่มีเรื่องไหนที่มัลลิกาจัดการให้เขาไม่ได้เลย เพราะเหตุนั้นแมทธิวถึงได้ไว้วางใจหญิงสาวให้ทำเรื่องต่างๆ เธอทำงานกับเขามากว่าสามปี ซึ่งนานกว่าเลขาคนไหนๆ เขาคงไม่ไล่เธอออก เพียงเพราะหญิงสาวห้ามรถไฟของเขาให้ชนกันไม่ได้หรอก
เพราะถึงอย่างไร้เขาก็ชอบสไตล์ในการทำงานของคนตรงหน้ามากอยู่ดี
“ขอบคุณมากค่ะเจ้านาย”
“อืม มีอะไรก็ไปทำเถอะ”
“อ้อ แล้วก็พรุ่งนี้ เตรียมเอกสารการประชุมตอนเช้าให้ผมด้วย”
“ค่ะคุณแมทธิว ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” คนตัวเล็กก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องทำงานของประธานหนุ่มด้วยสีหน้าโล่งอก
อย่างน้อยๆแมทธิวก็ไม่ได้ตำหนิอะไรเธอแรงๆ อย่างที่หญิงสาวจิตนาการเอาไว้
@ห้องอาหารพนักงาน
“น้องมุข ทางนี้ค่ะๆ”
เมื่อซื้ออาหารเสร็จ มัลลิกาก็เห็นหัวหน้าฝ่ายบุคคล กวักมือเรียกเธอที่โต๊ะอาหารด้านหน้า หญิงสาวจึงสาวเข้าไปหาทุกคนที่ตั้งตารอฟังข่าว อัพเดตเรื่องเมื่อเช้าจากเธอด้วยสีหน้าอมยิ้ม
“สวัสดีค่ะพี่พู่ พี่มาย พี่เต้”
“ไม่ต้องมายิ้มเลยค่ะน้องมุข มีอะไรเล่ามาให้หมดเลยค่ะ พวกพี่อยากฟังจะแย่อยู่แล้ว“ พู่กันที่เป็นคนโทรรายงานเธอเมื่อเช้าป้องปากถาม
“นั่นน่ะสิคะ แผนกพี่ฮือฮากันใหญ่ พอได้ข่าวว่าคุณเมเปิ้ลกับคุณพะแพงมาหาท่านประธานที่นี่” สมายเสริมทัพ
“ผมว่าทุกคนเอาเวลาไปสนใจเรื่องงาน ดีกว่ามานั่งสงสัยเรื่องของเจ้านายดีกว่าไหมครับ” ลาเต้ผู้จัดการฝ่ายการตลาดเอ่ยขัด เพราะเขาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่ตรงนี้ และไม่เห็นว่าเรื่องของท่านประธานจะน่าสนใจตรงไหน
ก็แค่ผู้ชายที่มีผู้หญิงรอบตัวเยอะเท่านั้น
“หุบปากไปเลย/หุบปากไปเลย”
มัลลิกาหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อลาเต้ดูเหมือนจะโดนพู่กันกับสมายรุมทึ้ง โทษฐานที่เขาไม่เห็นด้วยกับการซุบซิบในครั้งนี้
“ฮ่าๆ อย่าทะเลาะกันสิคะ”
“ไม่ทะเลาะก็ได้ค่ะ แต่น้องมุขเล่าทุกอย่างให้พวกพี่ฟังนะคะ น๊า”
พู่กันหันมาออดอ้อนเลขาสาวอีกครั้ง แม้จะไม่อยากพูดถึงเจ้านายลับหลัง แต่ในใจลึกๆมัลลิกาก็แอบหมั่นไส้ความเจ้าชู้ของแมทธิวอยู่ไม่น้อย เขาเอาแค่โทษว่าเป็นความผิดของเธอที่ปล่อยให้เมเปิ้ลต้องมาเผชิญหน้ากับพะแพง ทั้งๆที่เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด.....ต้นเหตุมันก็มาจากเขา
“นึกว่าจะมีฉากตบกันเหมือนในละครซะอีกค่ะ”
หลังจากได้ฟังคำบอกเล่าจากเลขาสาวทั้งหมด สมายก็เอ่ยออกมาอย่างผิดหวัง เธอนึกว่าเมเปิ้ลกับพะแพงจะตบตีกันแย่งแมทธิวเหมือนในละครหลังข่าว
“นั่นน่ะสิ แต่จะว่าไป ท่านประธานนี่ก็เก่งเหมือนกันนะคะ เอาสองสาวนั่นอยู่หมัด สมกับฉายาพ่อหนุ่มรางรถไฟจริงๆ”
“หึ พ่อหนุ่มรางรถไฟเหรอคะ?”
มัลลิกาหลุดขำออกมาเล็กน้อย ฉายาที่ว่านั่นดูเหมาะสมกับเจ้านายของเธออยู่ไม่น้อย
“พี่ไม่ได้เป็นคนตั้งนะคะน้องมุข ฉายานี้คุณแม็กซ์กับคุณเรย์ตั้งให้ท่านประธานค่ะ“ พู่กันบอกเล่าอย่างออกรสชาติ เพราะเธอทำงานที่นี่มานานหลายปี ก่อนที่ท่านประธานคนเก่าจะเสียชีวิตเสียอีก
”นั่นมันคุณหญิงรายานี่น้องมุข ท่านมาหาคุณแมทธิวเหรอ?”
เสียงลาเต้กล่าวแทรกขึ้นมา เมื่อสายตาของเขาดันเหลือบไปเห็นร่างสูงสง่าของ คุณหญิงรายา สุริยดลจิต ผ่านกระจกใสของห้องทานอาหาร ทำเอามัลลิกาที่ได้ยินชื่อนั้นถึงกับสะดุ้งลุกขึ้นยืนอัตโนมัติ
“คุณหญิงรายาเหรอคะ?“ เสียงหวานเอ่ยทวน ก่อนสายตาจะเคลื่อนไปหยุดอยู่บริเวณหน้าลิฟท์ พอเห็นว่าเป็นมารดาของท่านประธานหนุ่มตัวจริงเสียงจริงกำลังยืนอยู่ เลขาสาวอย่างเธอก็จำต้องรีบวิ่งออกไปต้อนรับท่าน
”ตัวจริงเลยค่ะน้องมุข อะอ้าว วิ่งออกไปข้างนอกตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย“ พู่กันเกาหัวด้วยความงุนงงเล็กน้อย เธอเผลอแป๊ปเดียว เลขาสาวก็พุ่งตัวออกไปยืนประกบกับคุณหญิงรายาอย่างว่องไว
”สวัสดีค่ะคุณท่าน มาพบคุณแมทธิวเหรอคะ“ มัลลิกาเดินเข้ามาหาหญิงสูงวัยตรงหน้าด้วยท่าทางถ่อมตัว
หัวใจพลันเต้นแรงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อสายตาอันแหลมคมราวกับกรรไกของคุณหญิงรายาจับจ้องมาที่เธอ แม้จะเผชิญหน้ากับมารดาของเจ้านายมาแล้วหลายครั้ง แต่มัลลิกาก็ไม่เคยรู้สึกชิน เพราะคุณหญิงรายานั้น ขึ้นชื่อเรื่องความดุเป็นอย่างมาก ท่านมักมีคำพูดไว้คอยทิ่มแทงผู้คนที่ทำตัวไม่เข้าท่าเสมอ โดยเฉพาะลูกชายคนโตของท่าน
“เธอมาก็ดีแล้ว ตาแมทอยู่ที่ห้องทำงานหรือเปล่า?”
เห็นเพียงแวบเดียว คุณหญิงรายาก็จำได้ในทันทีว่าคนตรงหน้าคือเลขาของลูกชายของนาง
“อยู่ค่ะ วันนี้คุณแมทไม่ได้ออกไปทานข้าวข้างนอก เดี๋ยวดิฉันไปตามให้ดีไหมคะ” มัลลิกาเสนอ แต่คุณหญิงรีบโบกมือปฎิเสธ
วันนี้นางมีธุระสำคัญจะมาคุยกับแมทธิว ลูกชายคนโตของนาง ความใจร้อนที่คุณหญิงมีในตอนนี้มิอาจรอได้
“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันจัดการเอง ตอนนี้เป็นเวลาพักเที่ยง เธอไปทำธุระของเธอเถอะ”
คุณหญิงเหลือบไปเห็นนาฬิกาบอกว่าเที่ยงตรงจึงเอ่ยบอก ทันใดนั้นลิฟท์ตัวใหญ่ก็เปิดประตูออกพอดี
“เอ่อ ค่ะ”
ถึงจะไม่เข้าใจท่าทางอันรีบร้อนนั้น แต่มัลลิกาก็ไม่กล้าเดินตามอีกคนไป เพราะกลัวจะโดนต่อว่า หญิงสาวจึงได้แต่ยืนนิ่งมองตามคุณหญิงรายาเข้าไปในลิฟท์ พร้อมกับภาวนาให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เพราะทุกครั้งที่คุณหญิงมาที่นี่ มักจะจบลงด้วยการมีปากเสียงกับลูกชานคนโตตามประสาคนเป็นแม่ ที่ไม่เคยพอใจในความเสเพลของลูกชาย ถ้าเป็นเช่นนั้น เห็นทีแมทธิวคงได้พาล หา
