บท
ตั้งค่า

EPISODE2

พิษรักวิศวะสุดร้าย

ENGINEER’N TOXIN

EPISODE2

“จะรีบไปไหน กูยังไม่อนุญาตให้มึงกลับ”

เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากดลึกจนน่าขนลุก เซโร่ก้มหน้าลงมาจนลมหายใจเจือกลิ่นเหล้าเป่ารดผิวแก้มเนียน นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกของเธอ

“ปล่อยหนูนะพี่เซโร่! หนูจะกลับบ้าน!” น้ำใสพยายามดิ้นรน สะบัดแขนสุดแรงเกิด ทว่าพละกำลังของเธอไม่อาจสู้แรงของสิงห์หนุ่มที่กำลังคลุ้มคลั่งได้เลย

“กลับบ้านไปทำไม ไปนอนร้องไห้สมเพชตัวเอง หรือไปหาคำด่าใหม่ ๆ มาสั่งสอนกูอีกล่ะ” เขากระชากแขนเธอแน่นขึ้นจนน้ำใสหน้านิ่วด้วยความเจ็บปวด

“มึงเก่งนักไม่ใช่เหรอตอนที่ด่ากูเมื่อวันก่อน มึงทำเป็นรู้ดีว่ากูแพ้ ทำเป็นรู้ดีว่ากูอ่อนแอ มึงคิดว่ามึงเป็นใครวะน้ำใส!”

“หนูไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นใคร หนูแค่พูดความจริง” เด็กสาวสวนกลับ น้ำตาแห่งความหวาดกลัวและความโกรธรื้นขึ้นมา

“พี่มันก็แค่อันธพาลที่รับความจริงไม่ได้! พี่แพ้พี่ไวเปอร์ พี่สูญเสียพี่ผิงอัน แล้วพี่ก็มาพาลใส่คนอื่นที่ไม่มีทางสู้ พี่มันขี้ขลาด!”

ตึง!

เซโร่ผลักร่างของน้ำใสไปกระแทกกับตัวถังรถเฟอร์รารี่อย่างแรง สองมือแกร่งยันลงบนฝากระโปรงรถ กักขังเธอไว้ในวงแขน นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นความมืดมิดและอำมหิตอย่างรวดเร็ว คำว่าขี้ขลาดและชื่อของอดีตคนรักที่หลุดออกจากปากเด็กผู้หญิงตรงหน้า ทำลายเส้นสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ของเขาจนขาดสะบั้น

“เออ! กูมันขี้ขลาด! กูมันแพ้!” เขาคำรามลั่น เสียงทุ้มดุดันก้องไปทั่วลานจอดรถ “แต่ความพ่ายแพ้ของกู...มึงไม่มีสิทธิ์เอามาวิจารณ์! มึงเป็นแค่เศษขยะที่เฮียธารเก็บมาทำงาน มึงไม่มีสิทธิ์มามองกูด้วยสายตาสมเพชแบบนั้น!”

น้ำใสสะอื้นฮัก สองมือเล็กยกขึ้นพยายามดันแผงอกของเขาออก

“ปล่อยหนู ฮึก...หนูเจ็บ”

เซโร่มองหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเนียนของเด็กสาว ทว่าในใจของเขาไม่มีความสงสารหรือความเห็นใจหลงเหลืออยู่อีกต่อไป เขาสูญเสียความสามารถในการรักใครไปแล้ว และสิ่งที่มาแทนที่คือความต้องการที่จะทำลายและเหยียบย่ำ เพื่อพิสูจน์ว่าเขายังคงมีอำนาจเหนือใครสักคน มือของเขาเลื่อนขึ้นมาบีบปลายคางเธออย่างแรง บังคับให้เธอเชิดหน้าขึ้นสบตากับเขา

“มึงเกลียดกูมากใช่ไหม ดี” เซโร่แค่นยิ้มหยัน เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากหัวใจและวิญญาณ

“เพราะกูก็เกลียดมึง เกลียดความอวดดี เกลียดแววตาสู้ชีวิตโง่ๆ ของมึง ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป มึงเตรียมตัวตกนรกทั้งเป็นได้เลยน้ำใส เพราะกูจะใช้ชีวิตที่เหลือของกู เพื่อขยี้มึงให้แหลกคาสนามเบลอง”

ถ้อยคำร้ายกาจที่อาบไปด้วยยาพิษแห่งความแค้นและความว่างเปล่า ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเด็กสาว น้ำใสเบิกตากว้าง สัมผัสได้ถึงความมืดมิดและอันตรายที่กำลังจะกลืนกินชีวิตของเธอ

“พี่มันบ้า” เสียงของสาวน้อยสั่นเครือ พยายามจะดึงมือเขาออกแต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของเธอหรือจะสู้พละกำลังของสิงห์ร้ายที่กำลังคลุ้มคลั่ง ฝ่ามือใหญ่ที่บีบปลายคางมนเพิ่มแรงกดมากขึ้นจนน้ำใสต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บร้าว หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ร่วงหล่นลงมากระทบหลังมือของชายหนุ่ม

เซโร่จ้องมองหยดน้ำตานั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งความเวทนา ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมในเงามืด ลมหายใจที่เจือด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพงเป่ารดผิวหน้าของคนใต้ร่าง ยิ่งตอกย้ำถึงความอันตรายที่ไร้ขีดจำกัด

“เออ กูมันบ้า! แล้วมึงก็กำลังยืนอยู่หน้าคนบ้าที่พร้อมจะขย้ำคอเด็กอวดดีแบบมึงให้จมดินไง!” น้ำเสียงทุ้มแหบพร่ากดต่ำจนน่าขนลุก

“จำใส่สมองของมึงไว้ ที่นี่คือสนามเบลอง ที่ของกู อาณาเขตของกู มึงเป็นแค่ลูกจ้างกระจอก ๆ อย่าสะเออะมาทำตัวรู้ดีเรื่องของกูอีก”

“หนู...หนูเจ็บ ปล่อยหนู” น้ำใสสะอื้นฮัก สองมือเล็กเปลี่ยนจากการผลักไสมาเป็นการจับข้อมือแกร่งของเขาเอาไว้ หวังเพียงให้เขาลดแรงบีบลง ทว่าสิงห์หนุ่มกลับยิ่งได้ใจเมื่อเห็นเหยื่อตรงหน้ากำลังแสดงความอ่อนแอ เขาต้องการเห็นเธอแตกสลาย ต้องการเห็นความหวาดกลัวในดวงตากลมใสนั่น เพื่อทดแทนความรู้สึกพ่ายแพ้และไร้ค่าที่กัดกินจิตใจของเขามาตลอดหลายเดือน ผู้หญิงตรงหน้าเป็นเพียงเครื่องมือระบายอารมณ์ชั้นดีที่เขาจะใช้บดขยี้เพื่อเรียกคืนอำนาจและความเย่อหยิ่งของตัวเองกลับมา

“ร้องไห้ทำไมล่ะ เก่งนักไม่ใช่รึไง” เซโร่เอ่ยถากถาง โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชิดกัน “ด่ากูอีกสิ เอาคำด่าที่มึงคิดว่าเจ็บปวดที่สุดมาด่ากูสิ ทำไมเงียบไปล่ะวะ!”

“ไอ้เซย์! มึงทำเหี้ยอะไรวะ!” เสียงตวาดก้องทรงพลังและดุดันดังแหวกความเงียบของลานจอดรถ ร่างสูงใหญ่ของธาร พี่ใหญ่แห่งแก๊งเกียร์ซิ่งวิ่งมิดไมล์ ก้าวอาด ๆ ออกมาจากเงามืดของพิทเลนด้วยความรวดเร็ว นัยน์ตาของเจ้าของสนามเบลองวาวโรจน์ไปด้วยไฟโทสะเมื่อเห็นรุ่นน้องในแก๊งกำลังใช้กำลังคุกคามเด็กพาร์ตไทม์ตัวเล็ก ๆ อย่างป่าเถื่อน

ธารไม่รอช้า สองช่วงขายาวก้าวประชิดตัว มือคว้าเข้าที่คอเสื้อแจ็กเกตหนังของเซโร่ แล้วออกแรงกระชากไอ้ตัวดีให้ถอยห่างจากน้ำใส

“ไอ้เซย์! มึงบ้าไปแล้วรึไง รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ มึงยังมีความเป็นคนเหลืออยู่บ้างไหม!” ธารผลักอกรุ่นน้องอย่างแรงจนเซโร่เซถลาไปชนกับตัวถังรถเฟอร์รารี่

น้ำใสที่หลุดพ้นจากการเกาะกุมทรุดฮวบลงกับพื้นคอนกรีตทันที หญิงสาวยกมือขึ้นกุมลำคอและปลายคางของตนเอง หอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดอย่างน่าสงสาร ร่างกายบอบบางสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำ น้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างไม่อาจควบคุม ความหวาดกลัวเกาะกุมขั้วหัวใจจนแทบจะสิ้นสติ

เซโร่ปัดมือของธารออกอย่างหงุดหงิด ชายหนุ่มจัดคอเสื้อของตัวเองให้เข้าที่ นัยน์ตาคมดุดันที่แดงก่ำตวัดมองพี่ใหญ่ด้วยความไม่สบอารมณ์ ทิฐิและความหยิ่งผยองที่ฝังรากลึกทำให้เขาไม่ยอมรับผิด ซ้ำยังเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย

“เฮียมายุ่งอะไรด้วย! นี่มันเรื่องของกูกับเด็กเวรนี่” เซโร่ตวาดสวนกลับอย่างไร้ความเคารพ

“มันปากดีกับกูก่อน กูก็แค่สั่งสอนให้มันรู้ที่ต่ำที่สูง!”

“สั่งสอนเหรอวะ!” ธารคำรามลั่น สันกรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นจนนูนเป็นสัน

“การที่มึงผลักน้องมันกระแทกรถ บีบคอ บีบหน้ามัน นี่เขาเรียกว่าสั่งสอนเหรอไอ้เซย์! มึงอย่าเอาความพังพินาศในชีวิตมึงมาลงกับคนอื่น น้องมันเป็นลูกจ้างกู เป็นคนของเบลอง มึงไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องน้องมันแบบนี้!”

“คนของเฮียเหรอ...” เซโร่แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งวิญญาณและอาบไปด้วยยาพิษ

“ปกป้องมันเข้าไปเถอะเฮีย เด็กเสแสร้งบีบน้ำตาแบบนี้แหละที่มันจะทำให้สนามเฮียวุ่นวาย กูแค่แตะมันนิดหน่อย ทำเป็นจะตาย”

“หุบปากของมึงเดี๋ยวนี้!” ธารชี้หน้ารุ่นน้องอย่างเหลืออด

“มึงมองดูสภาพตัวเองตอนนี้สิ มึงมันไม่ใช่เสือ ไม่ใช่สิงห์แห่งเบลองที่กูรู้จักอีกแล้ว มึงมันก็แค่หมาขี้แพ้ที่เที่ยวระรานกัดคนอื่นไปทั่วเพราะรับความจริงไม่ได้ ถ้ามึงยังควบคุมอารมณ์ส้นตีนของมึงไม่ได้ ก็ไสหัวออกไปจากสนามกูซะ แล้วอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีกจนกว่ามึงจะเรียกสติสัมปชัญญะกลับมาได้!”

คำด่าที่ตรงไปตรงมาและเชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ ทำเอาเซโร่ชะงักงัน ร่างกายสูงโปร่งแข็งเกร็งราวกับถูกตอกหมุดตรึงไว้กับพื้น คำว่า ‘หมาขี้แพ้’ ที่หลุดออกจากปากพี่ใหญ่ที่เขาเคารพ มันกระแทกกระทั้นความมั่นความถือดีของเขาจนแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี

ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาคมดุดันทอดมองธารด้วยความผิดหวังปนเกรี้ยวกราด ก่อนจะปรายตาไปมองร่างเล็กของน้ำใสที่ยังคงนั่งสะอื้นอยู่บนพื้น แววตาของเขาไม่ได้มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย มีเพียงความเกลียดชังและการอาฆาตมาดร้ายที่ฝังลึกลงไปในจิตวิญญาณ

“ได้...ในเมื่อเฮียเลือกจะปกป้องมัน กูก็จะรอดูว่าเด็กนี่มันจะทนอยู่ที่นี่ได้นานแค่ไหน” เซโร่เอ่ยเสียงเย็นเยียบไร้ความรู้สึก เขาสะบัดตัวหันหลัง กระชากประตูรถเฟอร์รารี่เปิดออกแล้วสอดตัวเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย เสียงเครื่องยนต์แผดคำรามกึกก้องไปทั่วลานจอดรถราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่กำลังคลุ้มคลั่ง ก่อนที่รถสปอร์ตสีดำจะพุ่งทะยานออกไปจากสนามเบลองด้วยความเร็วจนน่าใจหาย ทิ้งควันสีขาวและความมืดมิดเอาไว้เบื้องหลัง

ธารมองตามท้ายรถของรุ่นน้องไปด้วยความหนักใจ พี่ใหญ่แห่งแก๊งเกียร์ซิ่งถอนหายใจออกมายาวเหยียด ก่อนจะรีบหมุนตัวกลับมาหาเด็กสาวที่ยังคงนั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น

“น้ำใส เป็นอะไรมากไหม ลุกขึ้นมาก่อน” ธารย่อตัวลงคุกเข่าตรงหน้า น้ำเสียงที่เคยดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและเวทนา แล้วช่วยประคองร่างเล็กให้หยัดกายลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล

“หนู...หนูไม่เป็นไรค่ะเฮียธาร” น้ำใสละล่ำละลักตอบ แม้เสียงจะยังสั่นเครือและน้ำตายังคงรินไหล หญิงสาวพยายามใช้หลังมือปาดน้ำตาออกจากแก้มเนียน ก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารที่หล่นกระจายบนพื้นขึ้นมาถือไว้แนบอกราวกับมันเป็นเกราะกำบังเดียวที่เธอมี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel