บท
ตั้งค่า

EPISODE10

พิษรักวิศวะสุดร้าย

ENGINEER’ N TOXIN

EPISODE10

“มึงหุบปากไปเลยไอ้ไบต์!” เซโร่คำราม ชี้หน้าไบต์ด้วยรังสีคุกคามที่น่าขนลุก

“ถ้ามึงไม่อยากเจ็บตัวก็หลบไป นี่มันเรื่องของกูกับผิง!”

“ไม่มีเรื่องอะไรระหว่างเราอีกแล้วค่ะพี่เซย์” ผิงอันดึงแขนไบต์ให้ถอยออกมา หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น จ้องมองสิงห์ร้ายด้วยสายตาที่เด็ดขาด

“ผิงมาที่นี่แค่จะมาบอกให้พี่หยุด หยุดทำตัวน่าสมเพชด้วยการรังแกน้ำใสได้แล้ว ถ้าพี่ยังมีความเป็นลูกผู้ชายเหลืออยู่บ้าง ก็เลิกทำตัวเป็นหมาบ้าไล่กัดคนอื่นไปทั่วสักที”

คำว่า ‘น่าสมเพช’ และ ‘หมาบ้า’ ที่หลุดออกจากปากของผู้หญิงที่เขารักที่สุด มันกระแทกกระทั้นหัวใจของสิงห์เบลองจนแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี เซโร่ยืนนิ่งงัน ร่างกายสูงใหญ่แข็งเกร็ง ลมหายใจหอบกระเส่า แต่แทนที่ความเจ็บปวดจะทำให้เขาสงบลง มันกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่เติมไฟแค้นให้ลุกโชน ชายหนุ่มตวัดสายตาข้ามไหล่ของผิงอัน ไปยังร่างเล็กของเด็กพาร์ตไทม์ที่กำลังออกแรงดันยางรถยนต์เส้นใหญ่อย่างทุลักทุเลอยู่ไม่ไกลนัก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยักลึก นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นความมืดมิดที่ว่างเปล่าและปราศจากหัวใจ ถ้าเมื่อก่อนเขาอาจจะยอมฟังที่เธอขอ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ยิ่งเธออยากปกป้อง เขากลับยิ่งอยากทำลาย

“อยากให้กูหยุดรังแกมันงั้นเหรอผิง” เซโร่เอ่ยเสียงเย็นเยียบ

“เธอรู้จักกูน้อยไปแล้ว ยิ่งเธอออกรับแทนมัน ยิ่งเธอทำตัวเป็นคนดีปกป้องมันมากเท่าไหร่ กูยิ่งจะขยี้มันให้ตายคามือกูมากเท่านั้น!”

“พี่เซโร่!!” ผิงอันแผดเสียงหวาน ๆ เรียกสติเขา เบิกตากว้างกับความไร้เหตุผลและดื้อด้านของผู้ชายตรงหน้า

“หยุดพูดชื่อมัน! และคอยดูว่ากูจะทำให้ชีวิตลูกจ้างกระจอก ๆ ของเฮียธาร ต้องตกนรกทั้งเป็นยังไง” เขากระซิบเสียงลอดไรฟัน สายตาละจากใบหน้าสวย แล้วมองจ้องไปที่น้ำใสราวกับหมาป่าตัวร้ายที่ล็อกเป้าหมายเหยื่อ

“...” ผิงอันเม้มปากแน่น เธออยากจะตบเรียกสติเขาจริง ๆ

“กูจะรังแกมัน กูจะทรมานมัน จนกว่ามันจะคลานมากราบตีนกูเพื่อขอร้องให้กูหยุด แล้วเธอคอยดู ว่าความหวังดีของเธอจะช่วยอะไรเด็กเวรนั่นได้ไหม!” เซโร่เอ่ยอย่างเยือกเย็น โน้มหน้าลงมาจนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนกายสาว เขารู้ว่าผิงอันเป็นคนใจดี เขารู้ว่าการทำแบบนี้มีแต่จะทำให้เธอเกลียดชัง แต่อย่างน้อย มันก็สามารถทำให้เธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา พูดกับเขา ไม่ใช่ปล่อยเบลอเหมือนที่ผ่านมา

“หึ...ใจดีกับมันมาก แต่เธอใจร้ายกับกูฉิบหาย” เขากระซิบ

แต่ก่อนที่สิงห์ร้ายจะได้ก้าวเข้าไปหาเธอมากกว่านั้น บรรยากาศรอบกายก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน กลิ่นอายของความมืดมิดและรังสีคุกคามที่ทรงพลังยิ่งกว่า แผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมพื้นที่ลานหน้าโกดังจนทุกคนรู้สึกอึดอัดแทบหายใจไม่ออก เสียงเครื่องยนต์ V10 ที่แผดคำรามด้วยความนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนน่าขนลุก ดังแหวกอากาศเข้ามาจอดเทียบที่ลานกว้างด้านหลังพิทเลนอย่างรวดเร็วและแม่นยำ แสงไฟหน้ารถสาดส่องกระทบใบหน้าของทุกคนจนต้องหรี่ตาลง รถซูเปอร์คาร์ ออดี้สีดำขลับ สัญลักษณ์แห่งการปรากฏตัวของชายหนุ่มผู้เป็นดั่งผู้คุมกฎแห่งความตายของสนามเบลอง

ประตูรถถูกผลักออก ร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและรังสีความอันตรายก้าวลงมายืนหยัดบนพื้นคอนกรีต ไวเปอร์อยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวทับด้วยเสื้อช็อปสีน้ำเงินไม่ติดกระดุม เผยให้เห็นรอยสักงูพันเลื้อยกุหลาบดำที่พาดผ่านแผงอกกว้างลามไปถึงข้อมืออย่างชัดเจน เส้นผมทรงมัลเล็ตสีดำขลับไฮไลท์บลอนด์ปลิวไสวตามแรงลม นัยน์ตาเรียวคมดุจนักล่าที่ถูกฉาบด้วยน้ำแข็ง ทอดมองมายังเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความนิ่งสงบ ทว่าภายใต้ความนิ่งสงบนั้น คือพายุทอร์นาโดที่พร้อมจะกวาดล้างทุกสิ่งให้ราบคาบ

สกายและแพทที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง...พญาอสรพิษเบลองมาแล้ว

ไวเปอร์ก้าวอาด ๆ เข้ามาในวงสนทนา เขาไม่ได้ปรายตามองเซโร่เลยแม้แต่น้อย ร่างสูงเดินตรงดิ่งเข้าไปหาผิงอัน มือเอื้อมไปคว้าเอวบางของสาวน้อย แล้วออกแรงดึงเบา ๆ ให้แผ่นหลังของเธอเข้ามาแนบชิดกับแผงอกกว้างของเขา เป็นการกางปีกปกป้องและประกาศความเป็นเจ้าของซ้ำ ๆ เพื่อย้ำให้เซโร่จำว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของใคร

“พี่ไวป์” ผิงอันเงยหน้าขึ้นมองคนรัก ดวงตากลมโตที่เคยสู้รบกับความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ อ่อนแสงลงทันทีเมื่ออยู่ในอ้อมกอดที่ปลอดภัย

“พี่มารับ” ไวเปอร์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมดุหลุบมองใบหน้าหวาน ก่อนจะยกมือขึ้นลูบเรือนผมของเธออย่างทะนุถนอม

“ใครทำอะไรหนู บอกพี่”

ประโยคสั้น ๆ ที่ไม่ได้ตะคอกหรือแหกปากโวยวาย ทว่ากลับทรงพลังและกดดันจนบรรยากาศรอบข้างเงียบกริบ เซโร่ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เลือดในกายเดือดพล่านเมื่อเห็นภาพผู้หญิงของเขา...ไม่สิ อดีตผู้หญิงของเขา กำลังซุกซบหาไออุ่นจากอ้อมกอดของศัตรูหัวใจ

“ไม่มีใครทำอะไรหนูค่ะ” ผิงอันตอบเสียงแผ่ว ส่ายหน้าเบา ๆ

“ผิงแค่แวะมาดูน้ำใส แล้วก็กำลังจะกลับ”

ไวเปอร์พยักหน้ารับรู้ เขากระชับอ้อมกอดที่เอวคอดแน่นขึ้น ก่อนจะช้อนสายตาอันเยียบเย็นและคมกริบขึ้นสบกับเซโร่ นัยน์ตาสองคู่ปะทะกันกลางอากาศ ราวกับมีมวลพลังงานบางอย่างแล่นปราดและพร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ถอยไป” ไวเปอร์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจ “เมียกูจะกลับบ้าน”

สรรพนามคำว่า ‘เมียกู’ ที่กระแทกเข้าเต็มสองหู ทำเอาเส้นความอดทนของเซโร่ขาดสะบั้น

“ไอ้ไวป์! มึงอย่ามาทำตัวกร่างในที่ของกู” เซโร่คำรามลั่น ขยับตัวก้าวเข้าไปหาเพื่อนร่วมแก๊งด้วยความบ้าคลั่ง “มึงแย่งของของกูไป มึงหักหลังกู แล้วมึงยังมีหน้ามาเหยียบที่นี่อีกงั้นเหรอ!”

“กูไม่ได้แย่ง มึงเป็นคนคายเธอทิ้งเอง” ไวเปอร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “และจำเอาไว้ ตอนนี้เธอเป็นของกู มึงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะขึ้นเสียงใส่เธอ ถ้ามึงยังล้ำเส้น...กูจะไม่จบแค่วัดกันบนแทร็กแข่งเหมือนคราวที่แล้วแน่”

พญาอสรพิษไม่ได้ขู่ แต่แววตาของเขาบอกชัดเจนว่าพร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกหากมีใครกล้าแตะต้องดวงใจของเขา เซโร่กัดฟันกรอด เขารู้ดีว่าหากปะทะกันตอนนี้ เขาอาจจะสูญเสียมากกว่าความพ่ายแพ้บนสนาม และที่สำคัญ...สายตาของผิงอันที่มองเขาด้วยความรังเกียจ มันทำให้เขาไม่มีแรงแม้แต่จะก้าวเท้าออกไป

“เฮียไวป์อย่างเฉียบ” แพทกระซิบเสียงเบากับสกาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel