สะกดรอยตาม..
ทำยังไงดีนะที่จะทำให้อิ้งหันกลับมาสนใจเขาอีกครั้งโอเคเขารู้ตัวดีว่าตัวเองมันเป็นผู้ชายที่น่าเกลียดมากเพราะในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับอิ้งนั้นมีช่วงหนึ่งที่เขาปล่อยให้อิ้งต้องโดดเดี่ยวอย่างเช่นการที่อิ้งต้องอยู่ห้องคนเดียวและกินข้าวคนเดียวทั้งที่เขาเป็นคนบอกกับอิ้งเองว่าจะกลับมากินข้าวด้วยแต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้กลับมากินข้าวกับอิ้งแต่มันมีเหตุจำเป็นที่ทำให้เขากลับมากินข้าวเย็นกับอิ้งไม่ได้แต่นั่นมันคือความผิดของเขาที่เขาไม่ยอมส่งข้อความมาบอกอิ้งหรือโทรมาบอกก่อน.. เขาไม่ได้พึ่งทำสิ่งนั้นครั้งแรกแต่เขาทำมันบ่อยมากไม่แปลกเลยที่อิ้งจะรู้สึกโดดเดี่ยว..
ตึกตึกตึก..
“อิ้งขอคุยด้วยหน่อยสิ..”
กึก.. ขวับ..
“คุณธีรัตม์มีอะไรรึเปล่าคะ?”
“มีสิต้องคุยตอนนี้ด้วย..”
“คือ.. ดิฉันต้องเอาเอกสารไปให้น้องกุ้งค่ะ..”
“กี่นาที?”
“กี่นาที.. หมายความว่ายังไงคะ?”
“ต้องใช้เวลากี่นาทีที่จะต้องไปคุยกับคนชื่อกุ้ง..”
“ไม่แน่ใจค่ะเพราะต้องคุยรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการใหม่ด้วยค่ะ..”
“ต้องคุยเองเหรอ?”
“ค่ะต้องคุยเอง..”
“โอเคงั้นไปด้วยกัน..”
“คะ?”
“ไปสินำไปเลย.. เสร็จแล้วจะได้มาคุยกับผมต่อ..”
“อะเอ่อ..” เอางั้นเเหรอ.. แล้ววันนี้มีอะไรจะคุยกับเธออีกเนี่ย.. ครั้งก่อนก็ชวนคุยเรื่องเก่า ๆ ที่เธอไม่ได้อยากจะคุยเลยสักนิดแล้ววันนี้จะชวนคุยอะไรอีกเล่า..
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป..
“เอ่องั้นเดี๋ยวรายละเอียดกุ้งจะบอกอีกทีนะคะคุณอิ้งตอนนี้.. เอ่อเชิญคุยกับคุณธีตามสบายเลยนะคะ..”
แฮะ แฮะ..
“ขอบคุณนะคะงั้นอย่าลืมอัปเดตความคืบหน้าให้อิ้งทราบด้วยนะคะ..”
ขวับ.. ตึกตึกตึก..
“เชิญค่ะคุณธีรัตม์อื้อ..”
จ๊วบ..
“ทำ.. ทำอะไรคะ?” โอ๊ย.. คนบ้าทำไมถึงจูบเธอเล่า.. แล้วที่นี่มันคือที่ทำงานนะ..
“บอกแล้วนิว่าถ้าไม่ยอมเรียกธีจะโดนจูบเป็นไงล่ะโดนเข้าให้หนึ่งทีที่นี้จะเลิกดื้อรึยังหึ?” เอาสิ.. ครั้งต่อไปโดนกัดปากแน่.. ไม่เชื่อก็ลองได้เลย..
“ทำแบบนี้ทำไมคะ?”
“คิดถึงแล้วก็ลงโทษคนดื้อด้วย..”
“นิสัยไม่ดีนะคะทำไมถึงเป็นคนนิสัยเสียแบบนี้..”
“ใช่.. นิสัยไม่ดี นิสัยเสียเรื่องนี้รู้แล้วครับเพราะตั้งแต่วันที่อิ้งไม่อยู่ธีก็รู้ตัวว่าตัวเองนั้นเป็นคนนิสัยไม่ดี.. ธีขอโทษได้ไหมอิ้ง.. เรื่องที่ผ่านมาธีรู้ดีว่าธีเป็นคนที่แย่.. ”
“ยกโทษให้ค่ะดังนั้นเลิกทำตัวแบบนี้ได้แล้ว..”
“ทำแบบไหนครับ..”
พรึบ..
“ยะหยุดนะ.. ห้ามทำอะไรบ้า ๆ นะ..” มันจะใกล้เกินไปแล้วนะ.. ห้ามเข้าใกล้เธอไปมากกว่านี้นะไม่ได้เด็ดขาด..
ตึก.. ตึก.. ตึก.. หมับ…
“ไม่ได้ทำอะไรเลยนะอิ้ง.. ”
ฟุบ..
ศีรษะของเขาตอนนี้กำลังซบมาที่ไหล่ของเธอ.. กลิ่นที่ไม่คุ้นเคย.. ผมที่จัดแต่งทรงมาอย่างดีมันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยชินเขาเปลี่ยนไปแล้ว.. เขาไม่ใช่คนที่เธอเคยรู้จักมาก่อน.. เรื่องของเราในเมื่อก่อนมันเหมือนจะทำให้เราดูสนิทกันแต่ทำไมมันไม่สนิทกันเลยสักนิด.. ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขามันเคยมีรึเปล่า.. เรื่องราวระหว่างเราสองคนมันคืออะไรต้องให้สถานะกันอย่างไรถึงจะถูก.. คนรักรึเปล่า.. ไม่น่าจะใช่เพราะเขาไม่เคยพูดว่าเธอเป็นคนรักของเขาเลยสักนิดคำที่เธอได้ยินบ่อย ๆ ก็คือเพื่อน.. ดังนั้นระหว่างเธอกับเขาไม่น่าจะมีความผูกพันอะไรมากกว่าคำว่าเพื่อนดังนั้นอย่ามาทำให้เธอต้องคาดหวังว่าเขาจะให้ความสำคัญกับเธออีกเลยได้รึเปล่า..
“ขอโทษได้ไหม.. ขอโทษจริง ๆ ธีผิดไปแล้วหลังจากนี้ธีจะกลับบ้านให้ตรงเวลา ธีจะไม่ทำให้อิ้งต้องโดดเดี่ยวและนั่งกินข้าวคนเดียว.. ธีขอโทษ..”
“มันไม่ใช่แค่เรื่องนั้นอย่างเดียวหรอกที่ทำให้เราสองคนเป็นแบบนี้.. ความไม่ชัดเจนที่ฉันเคยได้รับมามันทำให้ฉันเดาไม่ถูกว่าตัวเองจะต้องทำยังไงถ้าจะให้เปรียบความรู้สึกของคุณเป็นสัญญาณไฟจราจรคุณก็คงเป็นไฟเหลืองที่ทำให้ฉันไม่รู้ว่าจะต้องไปต่อหรือต้องรออยู่กับที่.. ความไม่ชัดเจน ความไม่แน่ใจที่ฉันเคยได้รับมามันทำให้ฉันไม่อยากจะต้องมานั่งลุ้นว่าจะออกมาเป็นยังไง..”
“ขอโทษ.. ตอนนี้ธีรู้แล้วว่ารู้ดีแล้วว่าอิ้งสำคัญกับธีมากขนาดไหน.. ตั้งแต่วันที่อิ้งไป.. ความโด่ดเดี่ยวมันก็ถาโถมเข้ามาหาธีทันที.. ความอ้างว้าง ความคิดถึง ความรู้สึกที่เหมือนตัวเองหายใจไม่ออกความมืดหม่นมันผสมปนเปกันไปหมด.. ธีไม่ได้หมายความว่าอิ้งมีความสำคัญกับธีเพียงเพราะเรื่องหยิบย่อยพวกนั้นแต่สิ่งที่สำคัญก็คือ.. อ้อมกอด.. ความห่วงใยที่ได้จากอิ้งมันโคตรจะสำคัญสำหรับธีเลยและวันที่สิ่งพวกนั้นมันหายไป.. ธีเองก็เหมือนล้มทั้งยืนธีไม่รู้เลยว่าจะต้องก้าวต่อไปยังไง.. ตอนนั้นรู้แค่ว่าอยากไปหา อยากเจอ อยากกอด อยากคุยและอยากเห็นรอยยิ้มของอิ้งแต่มันก็ทำไม่ได้แล้ว..”
ไหล่ของเธอเปียก.. เขาร้องไห้.. ธีร้องไห้เหรอ? เรื่องราวที่ผ่านมาไม่ใช่แค่เธอคนเดียวสินะที่เสียใจแต่เขาเองก็เสียใจเหมือนกัน.. แต่เรื่องทุกอย่างมันก็เป็นเพราะความเฉยชาของเขาและอาจจะเป็นเธอด้วยที่ขี้น้อยใจแต่แล้วยังไงเล่าคนเรามันก็มีความรู้สึกนะจะให้เธอเป็นฝ่ายรออย่างเดียวโดยที่เธอไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเธออยู่ในความสัมพันธ์แบบไหนอย่างนั้นเหรอ? เธอจำเป็นต้องรอด้วยหรือ? ไอ้ความสัมพันธ์ที่ไม่มีความแน่นอนสู้ให้เธอได้ออกไปใช้ชีวิตของเธอและได้พบปะผู้คนไม่ดีกว่าเหรอ?
~~~~~ช่วงนี้เธอรู้สึเหมือนกับมีคอยตามเธอยังไงก็ไม่รู้หรือว่าเธอคิดไปเอง.. คงจะไม่มีอะไรหรอก.. มั้ง.. ช่างเถอะเพราะไม่น่าจะมีอะไรที่น่ากลัวไปกว่าคนแต่จะว่าไปคนที่ตามก็น่าจะเป็นคนนะเอาเป็นว่าเธอจะระวังตัวให้มากกว่านี้อีกสักนิดเธอจะไม่กลับบ้านดึกและเธอจะไม่ยอมไปไหนมาไหนคนเดียวดึก ๆ ดื่น ๆ แน่นอน..
ก็อก ก็อก
ว้าย!!
“คิดอะไรอยู่เหรอทำไมใจลอยแบบนี้?” อะไรกันนี่เขาก็มายืนอยู่ตั้งนานแล้วนะหรือว่าอิ้งจะทำเป็นไม่สนใจเขาเห็นเขาเป็นธาตุอากาศอย่างนั้นเหรอ?
“ขอโทษด้วยค่ะว่าแต่คุณธีระเอ่อ.. คุณธีมี”
“คิดอะไรอยู่ทำไมวันนี้ใจลอยผิดปกติ..”
“ไม่มีอะไรคะไม่ทราบว่าคุณธีต้องการอะไรหรือว่ามีเรื่องเร่งด่วนรึเปล่าคะ?”
“มี.. ไปข้างนอกกับผมตอนนี้เลย..”
“คะ? ตอนนี้?”
“ใช่..”
“ได้ค่ะ..”
ครืด..
เธอรีบเก็บกระเป๋าของเธอทันทีและที่สำคัญโทรศัพท์ สมุดโน๊ตเล่มเล็กแล้วยังมีแท็บเล็ตขนาดพกพาที่เธอต้องถือไปด้วยเพื่อความสะดวกเธอมักจะจดงานใส่ในสมุดก่อนแล้วก็ถ่ายรูปเข้าแท็บเล็ตอีกทีเมื่อเธอมีเวลาเธอก็จะมาคัดลอกข้อความในรูปและนำมันไปใส่ในตารางงานหรือโน๊ตสำคัญ ๆ ในแต่ละงานนั้น ๆ เอาไว้เพื่อไม่ให้เธอหลงลืม..
หนึ่งชั่วโมงต่อมา..
“เอ่อนัดลูกค้าเจ้าไหนไว้เหรอคะ?” เธอลองตรวจสอบดูแล้ววันนี้ไม่น่าจะมีนี่นา.. แต่ทำไมถึงออกมาร้านอาหารละ?
“นัดกับคนนี้น่ะ..”
“ไหนคะ?”
พรึบ..
“ดะเดี๋ยวค่ะ..” เมื่อเธอยื่นหน้าไปดูในโทรศัพท์ของเจ้านายเธอก็ได้เห็นภาพของเธอตั้งแต่สมัยที่เธอจบใหม่ ๆ รูปเธอในตอนนั้นคือรูปในวันที่เธอรับปริญญาเขาตั้งรูปนั้นของเธอเป็นวอลเปเปอร์ในโทรศัพท์ของเขาแบบนี้.. ถ้าคนอื่นเห็นขึ้นมาคนอื่นจะเข้าใจเธอผิดนะ..
“ทำไมเหรอ?”
“แต่นี่มันเป็นเวลางานนะคะ..” อย่านะ.. ห้ามยิ้มแบบนี้ให้เธอ.. หัวใจของเธอมันยังไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น.. เธออาจจะแพ้ให้กับเขาได้.. กว่าเธอจะเข้มแข็งได้ขนาดนี้เธอเจ็บมามากนะ..
“ไม่ใช่พักเที่ยงแล้วและใกล้จะเลยเวลาพักเที่ยงแล้วด้วยธีเห็นอิ้งยังไม่ได้กินอะไรเลยและก็เห็นว่าอิ้งกำลังนั่งเหม่อคิดถึงผู้ชายคนอื่นอยู่.. ”
“ไม่ได้คิดถึงผู้ชายที่ไหนนะคะไม่มีเอ่อ.. เปล่าค่ะไม่ได้ไม่สิ.. ”
“ทำไมไม่พูดต่อละ?” เอาสิพูดออกมาเลยอยากรู้นักว่ากำลังคิดถึงใครอยู่..
“ถ้าอย่างนั้นขอโทษด้วยค่ะที่ต้องทำให้คุณธีมาลำบาก..”
“ยินดีลำบากไปตลอดชีวิตเพื่ออิ้งคนเดียวนะ..”
0_0
“เอ่อ.. ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ..”
ประโยคสุดท้ายที่อิ้งพูดมานั้นถามว่าทำให้เขาหยุดรึเปล่าก็เปล่าเลยเพราะเขาก็ยังคงหยอดอิ้งตลอดเวลาและนั่นคือสิ่งที่เขาจะต้องทำตลอดไปยังไงละ.. เขาจะรุกอิ้งไปเรื่อย ๆ จนอิ้งไม่สามารถปฏิเสธหัวใจของตัวเองได้อีกต่อไป..
…
“ใครวะ.. ไอ้หมอนั่นใครวะ..” หลังจากเลิกงานเขาก็รีบขับรถมาเฝ้ามองอิ้งที่หน้าบ้านของอิ้งทันทีและสิ่งที่เขาได้เห็นก็คือ.. ผู้ชายตัวสูงหล่อเหลาดูยังไงก็เป็นลูกครึ่ง.. มันคือใคร? แล้วมันมาอยู่ในบ้านของอิ้งได้ยังไงกัน..
แกร๊ก..
“ไม่ธี.. แกจะลงไปไม่ได้.. ถ้าลงจากรถไปมีหวังถูกอิ้งจับได้แน่นอน.. แต่ไม่ว่ายังไง.. ต้องรู้ให้ได้ว่าไอ้นั่นเป็นใคร..”
ชายหนุ่มที่มีศักดิ์เป็นเจ้านายของหญิงสาวกำลังปรึกษาและพูดคุยกับตัวเองอย่างบ้าคลั่งเพราะตอนนี้สิ่งที่ชายหนุ่มกำลังเห็นอยู่นั้นมันค่อนข้างทำให้อารมณ์แห่งความหึงพุ่งทยานสูงขึ้นไปจนชายหนุ่มแทบจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้.. แต่ชายหนุ่มก็ยังคงประคับประคองสติของตนเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุดแต่จะชายหนุ่มจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน.. สิ่งที่พวกเราทุกคนทำได้ก็คงจะทำได้แค่ให้กำลังใจและเฝ้ามองไม่ให้ชายหนุ่มเผลอทำอะไรบู่มบ่ามออกไปก็เท่านั้นเอง..
