บทที่ 3
“ประชุมประจำเดือนจ้า พร้อมแล้วนะสาว ๆ ใครพร้อมยกมือ”
เสียงเคาะแก้วดังขึ้นรัว ๆ เมื่อรับประทานอาหารเย็นกันเสร็จแล้วเรียบร้อย ตอนนี้ตาหนูดาวินกำลังตาปรือ อยู่บนตัก ดาวริน แต่ก็ไม่ยอมนอน ยังคงจับเสื้อของแม่ไว้แน่น พอแม่จ๋าชวนไปจุ๊บนมนอนก็ไม่ยอมไปโยเย เลยต้องปล่อยให้แกอยู่ร่วมวงกับผู้ใหญ่ไปก่อน
“พร้อมแล้วค่า คุณพี่ไอซ์ มีอะไรว่ามา ปาร์ตี้หมูกระทะฉลองยอดขายของเราเดือนนี้ ไปแคมป์ไหนดีคะ?”
รักษิตายกมือ เธอรู้ใจอนุชาพักนี้เขากำลังอินกับการออกแคมป์ แต่เพราะเจ้าดาวินน้อยยังเด็ก ลุงไอซ์อยากให้หลานไปด้วย ก็เลยยอมให้ตัวเล็กโตจนพอจะพาไปไหนมาไหนหอบกันไปไม่ลำบาก
“แคมป์เลยเหรอ? ไอ้ที่ฉันอยากไปมันก็ลำบากงะ สงสารหลาน”
ก็เป็นเสียอย่างนี้...รักษิตาเลยค้อนเข้าให้ เธอเป็นสายขาลุยชอบเที่ยวธรรมชาติ เมื่อก่อนไม่มีเงิน เลยได้แต่ฝัน พอมาทำงานสร้างตัวกับดาวรินจนพอมีเงินมีทองแล้ว ก็พากันเลี้ยงเด็กอ่อน กลายเป็นเหมือนแม่ทูนหัวของดาวินไปเสียอย่างนั้น จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้ไปผจญภัยในฝันสักที
“แหม...ค่ะ งั้นไปธรรมดา ๆ ก็ได้ แล้วมาวาดฝันให้ส้มทำไม ไอ้เราก็อยากปีนเขา อยากไปผจญภัย”
“หลานโตหล่อนค่อยผจญภัยย่ะ คุณส้ม”
เสียงนี้ดังมาจากมานิตย์ เขาเองก็เหมือนอนุชา รักหลานหลงหลานอยากไปเที่ยวกับหลาน ไปที่ไหนก็อยากให้หลานสบายสะดวกที่สุด
“ย่ะ ตกลงจะไปไหนล่ะคะคุณหมี”
รักษิตาค้อน แล้วถามหนุ่ม ๆ ถึงแพลนไปพักผ่อน ที่คุยกันไว้ว่าถ้ายอดถึงแล้ว จะพากันไปพักสมองเสียหน่อย สองหนุ่มนั้นอายุมากกว่าสองสาว อนุชาอายุ 28 ปีแล้วเป็นพี่ใหญ่สุด ส่วนมานิตย์อายุ 27 ปีตัวใหญ่แต่ใด ๆ แล้วพฤติกรรมเอยอะไรเอย เหมือนจะไล่ ๆ กับรักษิตาและดาวริน บางทีสองสาวจะมีความคิดโตกว่าด้วยซ้ำ อนุชานั้นคือพี่ไอซ์ ส่วนมานิตย์นั้น บางทีก็เป็นคุณหมี บางทีก็ตาหมี บางทีก็อีหมี แล้วแต่พฤติกรรมและอารมณ์ในตอนนั้น
“มันก็มีแคมป์บนเขาใหญ่ ที่พักเริด ๆ ไม่ต้องปีนไม่ต้องป่าย เต็นท์สำเร็จรูปหรูหราสวยงามอลังการ เหมาะกับคนสวยอย่างเรา”
คนพูดนั้น หุ่นหมี หน้าดุ ไม่ใกล้เคียงกับคำว่าคนสวยแม้แต่น้อย ทำให้รักษิตาค้อนขวับ แล้วหันไปคุยกับดาวริน
“ว่าไง ยัยดาว ไปไหมเขาใหญ่”
“ไปไหนก็ได้ จริง ๆ พวกแกเลือกที่ไปได้เลยนะ ไปสนุกกันได้ ไม่ต้องห่วงฉันกับดาวินหรอก สองแม่ลูกพักที่ร้านกันก็ได้ ไม่อยากทำให้ไม่สนุก”
“ไม่ได้ ต้องไปด้วยกัน”
สามเสียงประสานโดยไม่ได้นัดหมาย ดาวรินรีบจุ๊ปาก เพราะคนบนตักอุ่นกำลังตาปรือจะหลับแล้ว
“ไปก็ไป พาลูกไปนอนก่อนนะ พวกแกประชุมกันตามสบาย คุณแม่ต้องนอนตามเวลาค่ะ”
“ลูกนอนแล้วก็ออกมาสิยัยดาว ผ่อนคลายบ้าง เนี่ย...ฉันมีของดีกำลังได้ที่เลย”
คนพูดคือมานิตย์หันไปหยิบโหลแก้วบรรจุบางอย่างขึ้นวางบนโต๊ะ ดาวรินย่นจมูกน้อยๆ พลางส่ายหน้า
“กินได้ที่ไหนกัน ลูกยังกินนม เดี๋ยวเมา”
“ใครบอกหล่อนยะ ยัยดาว ว่าลูกกินนมกินเหล้าไม่ได้”
“ก็คิดเอาเองไง”
ดาวรินหัวเราะเบา ๆ เธอเม้มปากน้อย ๆ ตัวเธอไม่เคยดื่มเครื่องดื่มพวกนี้เลย จะเคยก็หนเดียวนั่นแหละ...
หนนั้นหนเดียว
ภาพของผู้ชายร่างสูงเพรียว หน้าเข้มคมที่ก้าวเข้ามาในร้านตอนบ่าย ทำให้หัวใจเธอเต้นแรง ปนไปกับความรู้สึกเจ็บ ลึก ๆ เพราะเธอท้องและมีตาหนูดาวินที่กินนมเธอ เธอเลยปฏิเสธไม่ดื่มได้มาตลอด
“ดาวมันไม่ดื่มหรอก มานี่ ส้มจัดการเอง”
“แกกินเปลืองอะยัยส้ม”
“บ่นอะไร กินแทนยัยดาวไง รินด่วน ๆ”
เคาะแก้วรอ ทางนั้นค้อนใส่แต่ก็เอากระบวยเล็กมาตักเหล้าบ๊วยใส่แก้วเป๊กให้เพื่อนแต่โดยดี
“กินเปลืองทั้งเหล้าทั้งกับ”
คนพูดคืออนุชาเลยโดนค้อนเอาอีกคน
“ฉันก็ทำงานคุ้มเงินหรอกย่ะ พี่ไอซ์เวลาพวกหล่อนทำงาน ใครดูดาวิน ฉันค่ะ ฉันเอง ฉันไง?”
“งั้นคุณยอดพี่เลี้ยงก็กินเข้าไปค่ะ ยัยดาวพาหลานฉันไปนอนได้แล้ว แล้วก็ออกมาด้วยล่ะ จะได้คุยแพลนเที่ยวกัน งานนี้แกจะต้องปลื้มแน่”
อนุชาไล่ ดาวรินเลยอุ้มลูกชายเข้าไปที่ห้องนอนเล็ก ที่ใช้พื้นที่ชั้นสองต่อเติมบนคาเฟ่ เป็นห้องของเธอ รักษิตาและดาวิน ส่วนสองหนุ่มพวกเขาพักที่กระท่อมไม้ด้านหลังคาเฟ่ อยู่กันแบบนี้ พอเหมาะพอความจำเป็น
เธอวางลูกชายลงบนเบาะเล็ก ฝั่งที่นอนของตนเอง เธอและรักษิตานอนด้วยกัน หญิงสาวเอนตัวลงนอนข้างลูกชาย มองแก้มแดง ๆ ของลูก แกกำลังหลับสนิท ปากเผยอน้อย ๆ น่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่สุด
เธอมองไล้ตามเครื่องหน้า สีผิวของตาหนู ดีแล้วที่ไม่มีส่วนไหนละม้ายคล้าย ‘เขา’ นอกจากรูปร่างและเรือนผม เธอผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนเส้นเล็ก ส่วนลูกชายผมหยักศกนิดหน่อยและมีสีดำเข้ม ตาหนูได้ผิวขาวผ่องมาจากเธอ แต่ดูแล้วแกน่าจะตัวโตสูงในอนาคต...นั่นคงเพราะ ‘เขา’
เธอจดจำเขาได้ดี และตั้งใจจะฝังมันไว้ให้ลึกที่สุด คิดว่าคงไม่ได้โคจรมาเจอกันอีกในชาตินี้ เธอไม่เคยไปติดตามสอดส่องชีวิตเขา แม้ตอนนี้ใครต่อใครมักจะไปโลดแล่นในโลกโซเชียล ทำให้บางทีพบปะหาตัวกันได้ง่าย ดาวรินจึงไม่เคยเอาตัวไปอยู่บนนั้น รวมถึงรักษิตาเพื่อนรักของเธอด้วย
การเคลื่อนไหวของเพจ ‘คาเฟ่รักดาว’ เป็นไปตามหน้าที่แอดมิน ซึ่งก็คือรักษิตา พยายามเลี่ยงที่จะไม่แสดงภาพของ ดาวริน อย่างให้ความปลอดภัยกับเพื่อนสนิท รวมถึงหลานชาย สองสาวตกลงกันไว้แบบนั้น ส่วนอีกสองหนุ่มแม้จะไม่รู้ลึกซึ้งนัก ว่าทำไมพวกเธอถึงไม่ยอมปรากฏตัวบนโลกออนไลน์บ่อยนัก โดยเฉพาะดาวริน ที่เรียกได้ว่าปลอดโซเชียลร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่พอรักษิตาพูดสั้น ๆ ว่า คนเห็นมากไปจะซวยมาถึงตาหนู เท่านั้นแหละสองหนุ่มก็เงียบกริบในทันที มองตากันแล้วก็พยักหน้าให้แก่กันเป็นเชิงว่า จะไม่มีทางให้ดาวรินไปปรากฏตัวบนโลกออนไลน์เด็ดขาด เรื่องนี้ต้องเป็นความลับที่สุด
เธอหลับตาลง…น้ำตาของเธอไหลลงมา ดาวรินรีบปาดมันออกทิ้ง แล้วก้มลงจูบลูกชายเบา ๆ ตาเหลือบมองนาฬิกา มันคงจะไวเกินไปถ้าเธอจะอ้างเข้านอน พวกเขารอเธออยู่ ไม่อย่างนั้นจะต้องมีตัวแทนสักคนมาเรียกเธอแน่ ๆ
ความหลังมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปนะดาวริน
ความลับก็จะเป็นความลับไปตลอดกาล
ลูกชายของเธอมีคนจดรับรองบุตร คือคุณดามพ์ เธอถึงตั้งชื่อเขาว่าดาวิน เพื่อให้เกียรติแก่เขา ที่ยอมเป็นบิดาของลูกชายเธอ ทำให้เธอได้รับมรดกจากคุณดามพ์บางส่วน และมีเงินเลี้ยงดู ดาวิน รวมถึงสร้างคาเฟ่รักดาว
พ่อของตาหนูคือคุณดามพ์
คนอื่นไม่มีทางใช่…
และถ้าเขามาที่นี่อีกล่ะ?
คงจะไม่อีกแล้วล่ะมั้ง ที่นี่กับไร่พฤกษาพรไม่ใช่ใกล้ ๆ กันเท่าไหร่นัก มันก็แค่เรื่องบังเอิญนั่นแหละ
คิดแบบนั้นแล้วก็สบายใจขึ้นบ้าง เธอห่มผ้าให้ตาหนู ก่อนจะค่อย ๆ ลุกออกไปจากห้อง และตรงไปยังวงเพื่อน ๆ ที่คืนนี้มีการสังสรรค์กันเป็นปาร์ตี้ประจำเดือน
