บทที่ 2
“บิลเก็บเงินเมื่อวันก่อน คุณหมีมันลืมไว้ในรถ อะ...”
มือที่มีนิ้วเรียวเหมือนผู้หญิงยื่นมาตรงหน้าดาวริน มือน้อย ๆ มือหนึ่งของเด็กชายที่นั่งอยู่บนตักมารดา จะคว้าเอาไว้...คนยื่นดึงไว้ได้ทัน พร้อมกับทำตาดุ ๆ ใส่พ่อจอมซน
“ไม่ได้ ๆ นี่ของดาวไม่ใช่ของดาวินนะครับ”
“ของดาวิน...อยากได้”
เสียงเล็ก ๆ เอ่ยพร้อมกับเอียงคอมอง แค่นี้คนทำตาดุก็ใจเหลว เขาเอากระดาษบิลยัดใส่กระเป๋าไว้ แล้วอ้าแขนออกพร้อมกับเอ่ยเสียงนุ่ม
“เอาไปทำไมล่ะ? หืม...มามะขอลุงอุ้มหน่อย อยากกอดหนูมาทั้งวันเลย”
“ดาวินเอาไปวาด...”
แกตอบแบบนั้น ทำตาแป๋วแหวว และเอานิ้วชี้เข้าปาก มืออีกข้างของชายหนุ่ม ล้วงเอากระดาษบิลเอื้อมข้ามหลังแกไปส่งให้ดาวรินที่รับไว้ในทันที แล้วลุกขึ้นจากโต๊ะ เอาบิลไปเก็บไว้ในลิ้นชักหลังเคาน์เตอร์
“เราวาดรูปลงบิลไม่ได้ครับ เราจะต้องวาดลงสมุด ไหน ๆ ไปหาสมุดมาวาดให้ดาวินดูดีกว่า”
“หาสมุดกัน ไปๆ ฮับลุงไอซ์”
แกพูดตามแล้วหัวเราะคิกคัก คนเป็นลุงใจเหลวหอมแก้มแดง ๆ นั่นฟอด ๆ ตาหนูดาวินในวัยสามขวบกว่ากำลังพูดเก่ง และซนเหลือร้าย พลังงานล้นทั้งวัน มีแค่สองเวลาที่ตาหนูจะไม่วิ่ง ไม่ถาม นั่นคือเวลานอน และเวลาจุ๊บ ๆ นมของแม่จ๋า แกยังไม่หย่านมแม่ และคนเป็นมารดาก็ไม่ได้พยายามหาวิธีอะไรที่จะทำให้แกเลิกนม ดาวรินมีความสุขทุกคนที่เห็นลูกดื่มนมและมองสบตากับแก มันเหมือนเวลารอบตัวหยุดหมุน หยุดทุกความคิด เหลือไว้แต่เพียงความสุขที่ได้เห็นเด็กของเธอทำตาแป๋วมองเธออย่างมีความสุขที่ได้ดื่มนมจากอกแม่
“ลูกชายเธอพลังเยอะไปนะ”
เสียงบ่นดังขึ้น เมื่อคล้อยหลังลุง-หลานที่กำลังพากันไปหาสมุดและวาดรูปตามใจพ่อตัวน้อย พร้อมกับร่างอวบในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนแบบสบาย ๆ ทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกับดาวรินที่ตอนนี้กำลังรวบรวมบิลในลิ้นชักขึ้นมาใส่แฟ้มไว้เพื่อเตรียมทำบัญชีประจำวัน ดาวรินยิ้มให้กับคนบ่น ที่ดูจะหน้างอนิด ๆ แต่แววตาหลังกรอบแว่นมีความสุขเมื่อเอ่ยถึงดาวิน
“อะไรเล่า คุณส้มจ๋า...มา ๆ จะชงกาแฟให้”
รักษิตาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะมองค้อนเพื่อน
“อยากจะให้ฉันนอนตีสี่เหรอคะ คุณแม่จ๋า เอาชาเขียวดีกว่า ชงให้กินหน่อย...ชาที่ตาหมีหวงนักหวงหนา เคลมว่าเอามาจากญี่ปุ่น เกรดพรีเมี่ยมน่ะ”
“เดี๋ยวก็โดนหยุมเอาหรอก”
ดาวรินหัวเราะเบา ๆ รักษิตามองซ้ายมองขวา แล้วขยิบตาให้กับเพื่อนรัก
“ช้อนสองช้อนตาหมีไม่รู้หรอก เอาชาเขียวอัสสัมจากยอดดอยไทยผสมคืนไปก็ยังไม่รู้เลย”
“ว่าบาป”
ดาวรินกำลังเริ่มชงชาเขียวให้กับรักษิตาและแน่นอนว่าเธอไม่ได้แตะของ มานิตย์ หรือ หมี เพราะเกรงว่าเพื่อนจะโกรธ
“จริง ๆ หนก่อนฉันหยิบชาผิดชงให้กิน ตาหมียังไม่รู้เรื่องเลยนึกว่าชาที่ไปสอยมาจากญี่ปุ่นจ้า ไหนบอกว่าลิ้นพรีเมี่ยมแยกออก”
“นังส้ม! นี่หล่อนแกล้งฉันเหรอยะ”
เสียงแหว ๆ ดังขึ้น คนเอ่ยเป็นชายตัวใหญ่ เขาสูงถึงสองเมตร ศีรษะเกือบชนกับคานประตูร้าน สองสาวหันขับไปมอง รักษิตาตาเหลือก ขณะที่ดาวรินอมยิ้ม
“ไม่ได้แกล้ง...หยิบผิดอะ บอกไม่ทัน แกมัวแต่โว”
เธอย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ ที่มานิตย์ต้อนรับแขกด้วยชาเกรดพรีเมี่ยมของตน แต่รักษิตาดันมัวแต่คุยจนหยิบผิด ชงผิด และพากันกินผิดแบบไม่รู้เรื่อง มานิตย์ก็บรรยายรสชาติแบบญี่ปุ่น แต่จริงๆ คือชาไทย ให้ฟุ้งเฟ้อเวอร์ ๆ กันไป เรียกได้ว่าผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิดนั่นแหละ
“นังส้ม แกจะต้องโดนลงทัณฑ์”
แล้วเขาก็เริ่มวาดลวดลาย แบบเซเลอร์มูนแปลงร่าง ในรูปร่างสูงใหญ่ หุ่นหมีสมชื่อ แถมสวมชุดทำสวนสีเทา มีเศษหญ้าติดผมมาด้วย หน้าตาคมเข้มแบบชายไทยแท้ มีหนวดเข้าไปอีก พอมาทำท่าเทพีแห่งดวงจันทร์จะมาลงทัณฑ์แกเอง ก็ทำให้ดาวรินหัวเราะจนงอหาย ส่วนรักษิตาขยับจะวิ่ง แต่ก็ช้าไปกว่าคนตัวเท่าตึกก้าวพรวดเดียวถึงตัวเธอ และจับเธอชูขึ้นเหนือหัวด้วยพละกำลังแบบหมี แล้วหมุนไปรอบ ๆ เล่นเอารักษิตาร้องกรี๊ด ๆ ลั่นร้าน จนสองลุง-หลานที่กำลังเพลินกับงานศิลปะที่นั่งกันตรงโซฟาด้านในสุดถึงกับหันมาดู ดาวินตัวน้อยหัวเราะปรบมือชอบใจ ขอให้ลุงหมีทำให้มั่ง สุดท้ายเซเลอร์มูนหมี ก็ต้องปล่อยรักษิตาที่ร้องจนหมดแรงลงพื้น และนั่งทับแถมให้ทางนั้นร้องโอ๊ก และจับดาวินขึ้นหมุน ๆ บ้าง
ความสุขอบอวลไปในร้านเล็ก ๆ คาเฟ่ รักดาว คาเฟ่ที่ดาวรินและรักษิตาใช้ทุนก้อนใหญ่ที่ได้มาจากคุณนายเดือนฉาย ปรับปรุงกระท่อมเล็ก ๆ แห่งนี้ให้กลายเป็นคาเฟ่ รักดาว มาจากชื่อ รักษิตา และดาวริน พวกเธอเป็นหุ้นส่วนสำคัญ ก่อนจะขยับขยาย มีมานิตย์ และอนุชามาเสริมทัพ
หลังคาเฟ่ มีสวนดอกไม้เล็ก ๆ ของมานิตย์ ที่ปลูกต้นไม้ขายและรับจัดสวน อนุชานั้นช่วยในส่วนของร้านกาแฟ และบางทีก็ไปช่วยคนรักทำงาน เขากับมานิตย์เป็นคู่รักกัน สองครอบครัวไม่ยอมรับ ที่ลูกชายของพวกเขาทำแบบนี้ อยากให้ลูกชายสมชายมีครอบครัวกับผู้หญิงมากกว่า ในครอบครัวคนจีน ที่ยึดติดธรรมเนียมค่านิยมแบบเดิม ๆ อนุชาเลยถูกบอยคอร์ดออกจากครอบครัว จนกว่าจะกลายเป็นชายแท้ ถึงจะยอมรับให้กลับบ้าน เขาเลือกมานิตย์มากกว่าครอบครัวกับการเป็นลูกชายคนรอง พลเมืองชั้นสองของบ้าน เขาจึงเดินออกมาและไม่คิดจะกลับไปอีก
ส่วนมานิตย์ เป็นลูกหลานนักการเมืองใหญ่ทางภาคใต้ และรสนิยมของเขาทำให้บิดาโกรธมาก จนไล่เขาออกมา ไม่ยอมให้ใช้นามสกุล ถ้าอยากเป็นตุ๊ดก็ต้องไปใช้นามสกุลตัวเอง เขาทำตามนั้นแบบไม่ลังเล เขาตั้งนามสกุลตัวเอง และมาเจอเข้ากับอนุชาที่ถูกไล่ออกจากบ้านมาเหมือนกัน
พวกเขาถูกดาวรินเก็บมา...เลี้ยงดูและให้ความรัก ที่พึ่งพิง
เรียกแบบนั้นก็ไม่ผิดนัก เพราะดาวรินช่วยพวกเขาไว้ ในวันที่ตกอับถึงขีดสุด จนตั้งใจจะลาโลก สาวตัวเล็กตาสวย ตบหน้าพวกเขาคนละทีเพื่อเรียกสติ และดึงแขนพวกเขามาคุยกันที่คาเฟ่รักดาว มันทำให้พวกเขากลับมารักชีวิต และมีชีวิตใหม่อีกหน
ตอนนี้ห้าชีวิตในคาเฟ่รักดาว ผูกพันกัน และรวมหัวใจไปที่พ่อหนูดาวิน ลูกชายของดาวริน ที่เป็นเหมือนดวงใจของครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวนี้
ดาวรินผู้หญิงที่มีอดีตอันแสนเจ็บปวด แต่พ้นผ่านมาได้ เธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว อายุแค่ 23 ปี ประสบการณ์ชีวิตล้นเหลือเกิน
มานิตย์และอนุชาได้แต่สงสัย ว่าผู้ชายคนนั้นจะต้องเป็นคนอย่างไร ถึงได้กล้าทิ้งเพชรเม็ดเอกอย่างดาวริน และเด็กแสนน่ารักอย่างดาวินได้ลงคอ
ที่แน่ ๆ ถ้าไม่สารเลวขั้นสุด ก็ต้องไร้สมองอย่างมากนั่นแหละ
