บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ติดบ่วง

เสียงปี่พาทย์วงใหญ่ ที่บรรเลงผ่านลำโพงบลูทูธตัวเก่าค่อยๆ เบาลงจนเงียบสนิทในที่สุด ภายในห้องซ้อมรำของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง บรรยากาศในยามค่ำคืนของวันศุกร์เงียบสงัดกว่าปกติ นักศึกษาคนอื่นๆ ต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนหรือสังสรรค์รับวันหยุดสุดสัปดาห์กันหมดแล้ว จะเหลือก็เพียงแต่ร่างอรชรของหญิงสาวในชุดซ้อมรำเสื้อยืดคอกลมสีขาวพอดีตัวกับโจงกระเบนสีแดงเข้ม ที่ยังคงยืนหยัดอยู่กลางห้องกระจกบานกว้าง

ขวัญพิชชาหอบหายใจเบาๆ หยาดเหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามกรอบหน้าเรียวรูปไข่และลำคอระหง ดวงตากลมโตที่มักจะแฝงแววตาเด็ดเดี่ยวอยู่เสมอมองเงาของตัวเองในกระจก ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราที่ไร้เครื่องสำอางแต่งแต้มนั้นแดงเรื่อจากการออกกำลังกายอย่างหนัก เส้นผมสีดำขลับที่ยาวถึงกลางหลังถูกรวบมัดไว้ลวกๆ แต่กลับไม่อาจลดทอนความงดงามที่ธรรมชาติรังสรรค์มาให้เธอได้เลยแม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มสั้นชี้เลขเจ็ดพอดี

“หนึ่งทุ่มแล้วเหรอเนี่ย...” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว

ร่างบางรีบทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นไม้ปาร์เกต์อย่างเรียบร้อย ยกมือขึ้นพนมไหว้ครูบาอาจารย์ทางนาฏศิลป์ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะรีบลุกขึ้นเก็บข้าวของใส่กระเป๋าผ้าใบเก่งของตัวเอง วันนี้เธอซ้อมหนักกว่าปกติเพราะใกล้จะถึงวันสอบเก็บคะแนนปฏิบัติในสัปดาห์หน้า แต่ถึงจะเหนื่อยล้าจนแทบขาดใจ ขวัญพิชชาก็รู้ดีว่าเธอยังมีอีกหนึ่งหน้าที่ที่สำคัญรออยู่

จุดหมายปลายทางของเธอไม่ใช่หอพักนักศึกษาซอมซ่อที่เธอเช่าอยู่ แต่เป็น ‘คฤหาสน์ตระกูลสุทธิเกียรติ’ คฤหาสน์หลังงามราคาหลายร้อยล้านที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง สถานที่ที่ดาวเรืองผู้เป็นแม่ของเธอทำงานเป็นหัวหน้าแม่บ้านมานานนับสิบปี ขวัญพิชชาใช้เวลาเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางเกือบชั่วโมงกว่าจะมาถึงหน้าประตูรั้วอัลลอยด์สีทองอร่ามบานใหญ่ เธอยกมือไหว้ลุงยามที่คุ้นเคยกันดี ก่อนจะเดินลัดเลาะไปตามทางเดินด้านข้างที่จัดไว้สำหรับคนงาน เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินผ่านห้องโถงใหญ่ด้านหน้า เมื่อก้าวเข้ามาในโซนห้องครัวด้านหลังคฤหาสน์ ภาพที่เห็นคือหญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมบางกำลังยืนล้างจานชามกองโตอยู่ที่อ่างล้างจานด้วยท่าทีอิดโรย

“แม่คะ ขวัญมาแล้วค่ะ” หญิงสาวรีบวางกระเป๋าลงบนโต๊ะไม้ตัวยาว แล้วปรี่เข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่จากด้านหลังด้วยความรักสุดหัวใจ

ดาวเรืองสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน มือที่เปื้อนฟองสบู่ยกขึ้นอย่างระมัดระวังไม่ให้เลอะเสื้อผ้าของลูก “อ้าว ยัยขวัญ ทำไมวันนี้มาดึกจังลูก กินข้าวปลามาหรือยัง ซ้อมรำเหนื่อยไหม”

“ขวัญกินขนมปังรองท้องมาแล้วค่ะ วันนี้ซ้อมหนักนิดหน่อยเพราะใกล้สอบแล้ว” ขวัญพิชชาตอบพลางดันตัวแม่ออกห่างจากอ่างล้างจานเบาๆ “แม่ไปพักเถอะค่ะ หน้าซีดหมดแล้ว เดี๋ยวที่เหลือตรงนี้ขวัญจัดการเอง”

“โอย ไม่เป็นไรหรอกลูก แค่นี้เอง แม่ทำใกล้เสร็จแล้ว วันนี้คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงท่านอยู่ทานข้าวมื้อค่ำที่บ้าน จานชามก็เลยเยอะกว่าปกตินิดหน่อย”

คำว่าคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงที่แม่พูดถึง หมายถึง คุณดนัย และ คุณวาริน สุทธิเกียรติ เจ้าของคฤหาสน์หลังนี้และเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ พวกท่านมีลูกชายสองคน แต่ครอบครัวนี้มักจะยุ่งอยู่กับงานและสังคมจนแทบไม่ค่อยได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันนัก โดยเฉพาะลูกชายคนเล็กของบ้าน... ผู้ชายที่ขวัญพิชชาไม่อยากเฉียดกรายเข้าใกล้มากที่สุด

“เจ้านายเขาทานเสร็จกันหมดแล้วใช่ไหมคะ” ขวัญพิชชาถามเพื่อความแน่ใจ

“จ้ะ ทานเสร็จก็แยกย้ายกันขึ้นห้องไปหมดแล้วล่ะ พวกเด็กรับใช้คนอื่นๆ แม่ก็ให้ไปพักผ่อนกันหมดแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นมาทำความสะอาดใหญ่แต่เช้า” ดาวเรืองตอบพลางถอนหายใจยาว

“ถ้าอย่างนั้นแม่ก็ยิ่งต้องไปพักค่ะ” ขวัญพิชชาทำเสียงดุอย่างไม่จริงจังนัก แย่งฟองน้ำล้างจานมาจากมือแม่ “ขวัญเห็นนะว่าแม่แอบนวดเอวตัวเองอยู่บ่อยๆ ไปอาบน้ำนอนเลยค่ะ ทางนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าแม่บ้านฝึกหัดเอง”

ดาวเรืองหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดูปนเกรงใจลูกสาวที่เรียนมาเหนื่อยๆ แล้วยังต้องมาช่วยงาน แต่เมื่อเห็นสายตาเด็ดเดี่ยวของขวัญพิชชา นางจึงยอมจำนน “เอาอย่างนั้นก็ได้จ้ะ เสร็จแล้วก็รีบตามไปพักนะลูก อย่าฝืนทำจนดึกล่ะ”

“รับทราบค่ะคุณดาวเรือง!” ขวัญพิชชาทำท่าตะเบ๊ะรับคำสั่งเรียกรอยยิ้มจากคนเป็นแม่ได้อีกครั้ง

เมื่อแผ่นหลังของมารดาหายลับไปทางเรือนพักคนงานด้านหลัง ความเงียบสงัดก็โรยตัวลงมาปกคลุมพื้นที่ห้องครัวขนาดใหญ่ ขวัญพิชชาจัดการล้างจานชามราคาแพงอย่างระมัดระวัง เช็ดให้แห้ง และเก็บเข้าตู้กระจกอย่างเป็นระเบียบ จากนั้นจึงเริ่มเช็ดถูเคาน์เตอร์และเก็บกวาดเศษขยะ หญิงสาวทำงานบ้านด้วยความเคยชิน เพราะเธอมาช่วยแม่ทำงานที่นี่ตั้งแต่ยังเด็ก จนรู้ทุกซอกทุกมุมของคฤหาสน์หลังนี้ดี

เวลาล่วงเลยไปจนเกือบห้าทุ่ม ทุกอย่างในครัวสะอาดสะอ้านหมดจด ขวัญพิชชายกแขนขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมชื้นตามไรผมอีกครั้ง เธอรู้สึกเหนียวตัวและอยากอาบน้ำเต็มทน ร่างบางหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับไปที่เรือนพักคนงาน ทว่า... เสียงคำรามของเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ที่ดังกระหึ่มฝ่าความเงียบสงัดของยามวิกาลเข้ามาในอาณาเขตคฤหาสน์ ทำให้ฝีเท้าของหญิงสาวต้องชะงักกึก เสียงล้อรถบดเสียดสีกับพื้นถนนคอนกรีตดังเอี๊ยดแสบแก้วหู ก่อนที่เครื่องยนต์จะดับลงพร้อมกับเสียงปิดประตูรถที่ดังปังสนั่น ขวัญพิชชาใจหายวาบ เธอรู้ดีว่าในบ้านหลังนี้มีเพียงคนเดียวที่ขับรถเสียงดังและกระแทกกระทั้นแบบนี้

‘แดนดิน’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel