บทที่ 3 ห้าปีที่หวนคืน 1
แดเนียล
ห้าปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็นการผจญภัยที่พลิกผันชีวิต
อาณาจักรมหโภคินกรุ๊ปจำเป็นต้องทะยานไปข้างหน้า และคู่แข่งก็จำเป็นต้องถูกขจัดให้พ้นทาง ผมใช้เวลาห้าปีเต็มเดินทางไปทั่วเอเชีย เจรจาธุรกิจกับมหาเศรษฐีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมจะหาได้ ไล่ตั้งแต่จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไปจนถึงเวียดนามและอินโดนีเซีย
บัดนี้โลกจะได้ประจักษ์ว่ามหโภคินรีสอร์ตและมหโภคินทาวเวอร์สคือผู้นำแถวหน้าในวงการอสังหาริมทรัพย์สุดหรู ผมเรียนรู้อะไรมากมายแต่ก็ต้องยอมรับว่ามันรู้สึกดีที่ได้กลับบ้าน...กลับประเทศไทย
แม้จะยังมีงานบางอย่างที่ต้องกลับไปสะสาง แต่ผมต้องกลับมาเพื่องานแต่งงานของน้องสาว นาตาลีคือครอบครัวเพียงคนเดียวที่ผมเหลืออยู่ และผมไม่มีวันพลาดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในชีวิตเธอ
ผมยืนอยู่ด้านหน้าแท่นพิธีข้าง ๆ ปัณณ์ ว่าที่เจ้าบ่าวของนาตาลี ผมดีใจจริง ๆ ที่เธอได้เจอกับผู้ชายที่ยอดเยี่ยมอย่างเขา ทั้งสองเจอกันที่ไพรเวทคลับหรู ได้ยินว่าเจอกันในห้องคาราโอเกะส่วนตัวที่เพื่อนจองไว้ แล้วปัณณ์ก็ตกหลุมรักเธอหัวปักหัวปำ เขาคือผู้ชายที่ให้เกียรติคนที่เขารัก และจริงใจกับทุกคำพูด
ทันทีที่เสียงดนตรีบรรเลงสายตาผมจับจ้องไปที่บานประตูปลายทางเดิน ความสุขของผมมันล้นทะลักยิ่งกว่าแค่วันพิเศษของน้องสาว การได้มายืนอยู่ที่นี่ในห้องบอลรูมสุดหรูของโรงแรมมหโภคินหมายความว่าในที่สุดผมก็จะได้เจอ อัยย์ลดา อีกครั้ง
ห้าปีเต็ม...ที่ผมไม่เคยสลัดเธอออกจากหัวได้เลย และผมก็ได้แต่หวังว่าเธอจะรู้สึกไม่ต่างกัน
และเมื่อเหล่าเพื่อนเจ้าสาวเริ่มเดินเข้ามา สายตาผมก็สแกนหาและหยุดนิ่ง ผมเห็นเธอทันที...อัยย์...
เธออยู่ในชุดราตรียาวสีชมพูหม่น ท่อนบนที่รัดรึงขับเน้นเรือนร่างอวบอิ่มที่ซ่อนรูปให้ดูน่าทึ่งยิ่งกว่าเดิม เรือนผมสีน้ำตาลสวยถูกเกล้าขึ้นอย่างงดงาม
เธองดงามยิ่งกว่าที่ผมจดจำไว้เสียอีก และทันใดนั้นภาพในคืนส่งท้ายปีเก่าคืนนั้นก็หวนกลับมาโจมตีผมอย่างจัง
ผมแทบตะลึงงันกับความงามที่เบ่งบานเต็มที่ของเธอ เธอก้าวขึ้นบันไดและเหลือบมองมาทางผม แค่แวบเดียว แก้มของเธอก็แดงระเรื่อเหมือนเช่นครั้งแรกที่เราพบกันไม่มีผิด
เธอก้าวขึ้นไปยืน ยิ้มทอดสายตาไปตามทางเดิน แต่ผมรู้ว่าเธอรู้สึกได้ถึงสายตาของผมที่จ้องมองอยู่ เธอหันมาสบตาผม ยักคิ้วเล็กน้อย มุมปากปรากฏรอยยิ้มเย้าแหย่ ผมส่ายหัวเบา ๆ หัวเราะกับตัวเอง เธอกำลังบอกว่าเธอรู้ทัน
ผมพยายามจะหันไปสนใจนาตาลีแต่มันเปล่าประโยชน์ ผมไม่อาจละสายตาไปจากอัยย์ได้เลย ผมไม่คิดว่าหลังจากห้าปีผมจะยังรู้สึกถูกดึงดูดเข้าหาเธอรุนแรงขนาดนี้ ความรู้สึกที่อยากจะดึงเธอเข้ามากอดและจูบเธอมันรุนแรงจนแทบคลั่ง
เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้นอีกครั้งน้องสาวแสนสวยของผมก็เดินผ่านประตูเข้ามา พิธีการที่เหลือหลังจากนั้นพร่าเลือนไปหมด ผมยอมรับว่าผมไม่ได้ฟังคำสาบานของบ่าวสาวเลย ผมเอาแต่จ้องอัยย์ ทุกครั้งที่ดวงตาคู่สวยนั่นเหลือบมาสบตากับผม ผมรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินวนอยู่ในท้อง
เมื่อพิธีจบสิ้นผมเดินควงแขนเพื่อนเจ้าสาวเกียรติยศลงมาและขยิบตาให้อัยย์ที่เดินตามหลัง แก้มเธอก็แดงซ่านขึ้นมาทันที และผมก็เหลือบไปเห็น
นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ...ว่างเปล่า
หลังพิธีเราออกไปรวมตัวกันถ่ายรูป และทันทีที่อัยย์เป็นอิสระ ผมไม่รอช้า ผมตรงดิ่งไปหาเธอทันที เธอเงยหน้าขึ้นมองผมและยิ้มให้ เราสวมกอดกันแน่น ให้ตาย มันรู้สึกดีชะมัดที่ได้โอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง
“ดีใจที่ได้เจอนะคะ” เธอกระซิบข้างหู “นานมากเลย”
