พันธะลับซีอีโอ

52.0K · ยังไม่จบ
ปรียาดา
28
บท
820
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เมื่อ "วันไนต์สแตนด์" คืนนั้น... กลายเป็น "พันธะ" ผูกมัดเขาและเธอไว้ตลอดกาล! "ห้าปี... ที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีลูก" "ห้าปี... ที่เธอหนีหัวใจตัวเองไม่พ้น" "ห้าปี... ที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีลูก" "ห้าปี... ที่เธอหนีหัวใจตัวเองไม่พ้น" แดเนียล มหโภคิน ซีอีโอหนุ่มลูกครึ่งเจ้าของอาณาจักรมหโภคินกรุ๊ป มีทุกอย่างที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝัน ยกเว้น 'หัวใจ' ที่เขาปิดตายมาตลอด จนกระทั่งวันที่เขาได้กลับมาเจอกับ อัยย์ลดา หญิงสาวที่เคยมีความสัมพันธ์เร่าร้อนด้วยในคืนส่งท้ายปีเก่าเมื่อห้าปีก่อน แรงดึงดูดระหว่างกันยังคงรุนแรงจนไม่อาจต้านทาน แต่สิ่งที่แดเนียลไม่รู้คือ เธอไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไป... ความลับตัวน้อยวัยสี่ขวบที่ชื่อ 'น้องแทนคุณ' กำลังเติบโตขึ้นอย่างเงียบๆ ในตึกแถวเก่าๆ ย่านฝั่งธนฯ พร้อมกับใบหน้าและท่าทางที่ถอดแบบเขามาไม่มีผิดเพี้ยน! เมื่อความจริงถูกเปิดเผย... แดเนียลจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่าถูกปิดหูปิดตามาตลอด? เขาจะใช้อำนาจเงินตราแย่งชิงลูกไป หรือจะยอมศิโรราบใช้หัวใจแลกใจเพื่อทวงคืนทั้งลูกและเมีย?

นิยายปัจจุบันนิยายรักโรแมนติกประธานแม่เลี้ยงเดี่ยวเศรษฐีคู่นอนคืนเดียวรักแรกพบดราม่า18+

บทที่ 1 จุดเริ่มต้น 1

แดเนียล

         ผมรู้สึกถึงความเงียบเหงาที่ก่อตัวขึ้นในอกขณะทอดสายตาไปยังแสงสีตระการตาที่สว่างวาบทั่วท้องฟ้ากรุงเทพฯ ค่ำคืนส่งท้ายปีเก่า ช่วงเวลาที่ผมเคยเฝ้ารออย่างเปี่ยมสุขเมื่อครั้งยังเยาว์วัย ภาพความทรงจำในอดีตหวนคืนมา พ่อกับแม่มักจะเนรมิตเพนต์เฮาส์สุดหรู ณ มหโภคิน ทาวเวอร์ ให้สอดรับกับบรรยากาศการเฉลิมฉลองอันรื่นเริงของเมือง งานเลี้ยงอันหรูหราที่ซึ่งเหล่าตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในประเทศจะมารวมตัวกัน สมัยเด็กผมกับ นาตาลี น้องสาว จะวิ่งเล่นไปทั่วบ้าน ซึมซับไออุ่นและความสุขของเทศกาล มันเคยเป็นช่วงเวลาที่ผมโปรดปรานที่สุดในรอบปี

         ทว่าบัดนี้ผมกลับทำได้เพียงจ้องมองแสงไฟที่ส่องประกายทั่วเมือง ผู้คนกำลังปาร์ตี้ เสียงดนตรีดังกระหึ่ม ทว่าสิ่งที่ผมสัมผัสได้ มีเพียงความเงียบงันของบ้านที่เกือบจะว่างเปล่า

         นับตั้งแต่พ่อแม่จากไป เทศกาลวันหยุดก็ไม่ใช่วันแห่งเวทมนตร์สำหรับผมอีกต่อไป ไม่มีงานเลี้ยง ของประดับตกแต่งทั้งหมดถูกเก็บนิ่งอยู่ในกล่องเก็บของ

         นาตาลีรักการเฉลิมฉลองและพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรักษาจิตวิญญาณนี้ไว้ แต่มันหนักหนาเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว ในฐานะผู้กุมบังเหียนอาณาจักรมหโภคินกรุ๊ป ผมไม่มีเวลาสำหรับเรื่องไร้สารอย่างงานเลี้ยงฉลองวันหยุด มันเหมือนกับว่าพ่อแม่ได้พาความอบอุ่นของเทศกาลติดตัวพวกท่านไปด้วยในวันที่จากไป

         ทั้งผมและนาตาลีต่างไม่มีครอบครัวของตัวเอง วันหยุดจึงมักจะจบลงที่การใช้เวลาร่วมกันสองคน หรือไม่ ผมก็ไปทำงาน ปล่อยให้น้องสาวอยู่ตามลำพัง

         แต่ปีนี้ ด้วยกำหนดการเดินทางที่ใกล้เข้ามา ผมกลับตัดสินใจไม่ทำงานในคืนส่งท้ายปีเก่า ปกติแล้วผมจะใช้เวลาช่วงนี้ตามลำพังที่ออฟฟิศ ตรวจรายงานการเงิน แต่เมื่อปีนี้ทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อย ผมจึงได้แต่นั่งอยู่ที่นี่ นั่งจมอยู่กับความหลัง พลางเหม่อมองออกไปยังทิวทัศน์ของเมือง

         อากาศภายนอกเย็นสบาย แต่ในเพนต์เฮาส์ที่กว้างขวางผมกลับรู้สึกอ้างว้าง ผมรู้สึกได้ว่านาตาลีกำลังตระเตรียมอะไรบางอย่างอยู่สุดโถงทางเดิน ทั้งที่ผมนึกว่าเธอจะใช้เวลาช่วงค่ำอยู่ที่นี่ด้วยกัน

         ผมกำลังคิดจะสั่งอาหารเดลิเวอรีหรู ๆ สักอย่าง แต่ก็นึกไม่ออกว่าเธอชอบอะไร ผมจึงนั่งรอ ผมยอมรับว่าท่าทีที่ร่าเริงอยู่เสมอของเธอในช่วงเทศกาลเป็นสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมใจผมได้

         ผมเงยหน้าขึ้นเมื่อนาตาลีเดินเร็ว ๆ ออกมาจากห้อง คว้าเสื้อโค้ตตัวเก่งก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผมยังคงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น

         “อ้าว” เธออุทานเบา ๆ “แดนพี่ยังอยู่เหรอค แน็ตนึกว่าพี่จะไปทำงานเหมือนทุกปีซะอีก”

         “อีกไม่กี่วันพี่ก็จะเดินทางแล้ว เลยกะว่าจะเปลี่ยนบรรยากาศมาอยู่เป็นเพื่อนน้อง” ผมตอบ พลางสังเกตเห็นใบหน้าที่เกร็ง ๆ ของเธอ “แต่น้องดูเหมือนกำลังจะไปไหนนะ”

         “ค่ คือแน็ตว่าจะไปเคาท์ดาวน์กับเพื่อน” เธอบอกพลางเดินมานั่งพิงที่เท้าแขนของเก้าอี้ ผมบอกได้ทันทีว่าความเงียบเหงาของบ้านหลังนี้กำลังเริ่มกัดกินเธอ และผมก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังกับความคิดที่จะต้องใช้เวลาคืนนี้เพียงลำพัง “แน็ตน่าจะบอกพี่ก่อน ขอโทษค่ะ คือแน็ตชินที่เห็นพี่ทำงานตลอดเลยไม่ได้คิดว่าจะต้องบอกอะไร”

         ผมส่ายหน้า ไม่อยากทำให้เธอรู้สึกผิด ท้ายที่สุด เธอก็พูดถูก ผมไม่เคยแม้แต่จะหยุดงานวันเสาร์อาทิตย์ ใจหนึ่งผมอยากบอกว่าไม่เป็นไร แต่อีกใจก็อยากจะรั้งเธอไว้

         “ถ้างั้นเอางี้นะคะ” เธอโพล่งขึ้นมา “เดี๋ยวแน็ตโทรเช็กกับเพื่อนก่อนว่าโอเคไหม แล้วเราก็ไปด้วยกันเลย”

         ผมพยักหน้าและยิ้ม การไปใช้เวลาช่วงวันหยุดกับคนที่ไม่รู้จักก็ยังดีกว่าการต้องอยู่คนเดียว

         ผมคว้าขวดวิสกี้ชั้นเลิศที่ซื้อมาสำหรับคืนนี้ และเราก็เดินลงไปยังโรงจอดรถ

         ผมขับรถเอง รู้สึกงุนงงเล็กน้อยขณะขับรถออกจากย่านสาทรข้ามสะพานมาโผล่ที่ฝั่งธนฯ

         มันแปลก ผมนึกว่านาตาลีจะไปปาร์ตี้เคาท์ดาวน์กับพวกลูกไฮโซที่โตมาด้วยกันเสียอีก

         แต่เมื่อรถสปอร์ตหรูจอดสนิทหน้าตึกแถวเก่า ผมก็ตระหนักได้ในทันทีว่าเจ้าของบ้านหลังนี้มีฐานะที่แตกต่างจากเรามาก ผมรู้สึกเหมือนคนโง่ขึ้นมาตงิด ๆ ที่ดันสวมสเวตเตอร์กุชชี่กับเข็มขัดราคาแพงระยับมา