บท
ตั้งค่า

Chapter 9

อีก 50 วันก่อนเลือกเจ้าบ่าว เป็นหนึ่งอาทิตย์เต็มที่ผมหายไปจากความทรงจำของทุกคน เพื่อที่จะได้ใช้เวลาทบทวนตัวเองถึงสิ่งที่เพื่อนสนิทอย่างพริกแกงพูดและตอนนี้ผมเองก็ได้ข้อสรุปแล้วด้วย

มือเล็กยกขึ้นยื่นเอาโทรศัพท์ราคาแพงของตัวเองหวังโทรหาพริกแกงถึงกำหนดการสำหรับวันพรุ่งนี้ของตัวเอง

(ต้นน้ำ! มึงจริง ๆ ด้วยฮือออ) เสียงร่ำไห้ของปลายสายดังขึ้นทันทีที่อีกคนกดรับ

“กูยังไม่ตาย” ผมพูดตอบกลับอย่างนึกเอ็นดูเพื่อนสนิทที่ก็น่าจะเป็นห่วงผมมาก

(ไหนมึงบอกว่าจะหายไปแป๊บเดียว แต่นี่มึงเล่นหายไปเป็นอาทิตย์ ไม่ให้กูห่วงได้อย่างไร ฮือออ) ก่อนหน้านี้ผมได้บอกกับพริกแกงจริง ๆ ว่าจะหายไป แต่แค่ไม่ได้บอกเวลาและจำนวนวัน อาการของอีกคนมันเลยเป็นแบบนี้อย่างที่เห็น

“อือ กลับมาแล้ว พรุ่งนี้เจอกันที่มหาวิทยาลัยนะ”

(ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้มึงโดนกูบ่นแน่)

หลังจากนั้นเราทั้งคู่ก็เม้ามอยกันต่ออีกหลายเรื่องตามประสาเพื่อนสนิท พริกแกงเล่าว่าผู้ชายจากหลายคณะที่เคยขายขนมจีบผมถามหากันทุกวันจนมันรู้สึกรำคาญ ก่อนที่อีกคนจะบอกว่าให้ผมรีบกลับไปจัดการด่วนและผมเองก็ได้แต่นั่งขำกับน้ำเสียงของเพื่อนอย่างนึกเอ็นดูไม่หาย

“มึงแป๊บนะเดี๋ยวเจอกันพรุ่งนี้ มีสายเข้า” ก่อนที่สายพริกแกงจะถูกวางไปแล้วผมก็กดรับอีกสายที่โทรเข้ามาซ้อนทันที

“สวัสดีครับพี่ภาคี” ผมพูดขึ้นทักทายอีกสายที่โทรเข้ามาได้ตรงจังหวะพอดีเหมือนจับวาง

(ต้นน้ำ หายไปนานเลยเรา)

“พอดีหนีไปพักผ่อนมาครับ”

(ถึงว่าพอข้อความเข้ามาว่าเราติดต่อได้พี่ก็รีบโทรมาเลยนะ)

“พี่ภาคีมีอะไรหรือเปล่าครับ?”

(ก็อยากจะติดต่อเราให้มาเล่นที่ร้านอีกนั่นแหละ ลูกค้าถามหาเพียบเลย)

“ขอบคุณที่นึกถึงนะครับพี่ภาคี แต่ตอนนี้ต้นน้ำยังไม่ได้รับงานเลย ขอโทษด้วยจริง ๆ นะครับ เอาแบบนี้ไหมครับ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าต้นน้ำจะให้คิวพี่เป็นร้านแรกเลย”

(ได้ดิ พักผ่อนให้สบายใจไปก่อน พี่เข้าใจ ยังไงถ้าจะรับงานคิดถึงร้านพี่เป็นร้านแรกด้วยนะ)

“ได้เลยครับพี่ ขอบคุณพี่มากกว่าที่คิดถึงต้นน้ำ”

(โอเค พี่ไม่กวนเวลาพักผ่อนแล้ว”

“เอ่อ..พี่ภาคีครับ วันนี้คุณแพทริคเข้าผับไหมครับ?”

(เข้าดิ คุณแพทริคเข้ามาดูงานทุกวันอาทิตย์ มีอะไรหรือเปล่า?)

“เปล่าครับพี่ แล้วเจอกันนะครับ” แล้วสายที่สองของวันก็วางไปพร้อมกับความคิดดี ๆ ของผมเอง

21.00 น. -ผับ XYPUB-

ร่างบางอรชรในเสื้อเชิ้ตขาวปลดกระดุมสามเม็ดกับกางเกงสแล็คดำที่ตัดกันอย่างลงตัวเดินทอดน่องเข้าสถานบันเทิงใหญ่กลางกรุง เป็นสถานที่ที่คนตัวเล็กเองก็รู้จักที่นี่ดีว่ามันอันตรายมากแค่ไหนสำหรับเขา แต่ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือจะได้ลูกเสือมาได้อย่างไร

“เฮ้ย! ต้นน้ำ ไหนว่ายังไม่รับงานไงวะ หรือว่าเปลี่ยนใจแล้ว” เสียงภาคีผู้จัดการผับพูดขึ้นทักทายร่างบางที่เดินเข้ามาเป็นเป้าสายตาของคนหลายคู่สำหรับค่ำคืนนี้

“สวัสดีครับพี่ภาคี ต้นน้ำแค่มาเที่ยวน่ะครับ” ต้นน้ำยกมือขึ้นไหว้ผู้มีอายุมากกว่าตามมารยาท

“เสียดายว่ะ เออ ๆ เที่ยวให้สนุก วันนี้แต่งตัวน่าขย้ำมาเลยนะเรา ระวังตัวไว้ดี ๆ ด้วย” ดวงตากลมก้มมองการแต่งตัวของตัวเองที่ต่างไปจากเมื่อก่อน

“ต้นน้ำจะระวังตัวเองให้ดีเลยครับพี่” คนตัวเล็กพูดบอกก่อนรอยยิ้มหวานจะปรากฏขึ้นมาให้ได้เห็น จนกระทั่ง...

“ขอโทษนะครับ ผมขอชนแก้วด้วยได้ไหมครับ?” เสียงทุ้มของคนแปลกหน้าพูดขึ้นข้างกายพร้อมกับแก้ววิสกี้ที่ลอยขึ้นค้าง

“นั่นไง พูดไม่ทันขาดคำ พี่ไม่กวนแล้ว เอ็นจอยนะคืนนี้” ต้นน้ำส่งยิ้มให้ภาคีอีกรอบก่อนที่ร่างสูงของเขาจะเดินออกไปดูแลลูกค้าคนอื่นต่อ

“แต่ต้นน้ำยังไม่มีแก้วของตัวเองเลยครับ” ใบหน้าเรียวหันมองชายข้างกายที่ยังมองมาทางเขาไม่ละสายตา

“ชื่อคุณต้นน้ำใช่ไหมครับ? ส่วนเรื่องเครื่องดื่มไม่ใช่ปัญหาเลย” ชายแปลกหน้ายกมือขึ้นเรียกโฮสต์ของผับ ก่อนที่โฮสต์หนุ่มจะเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับเครื่องดื่มในถาดเล็กตรงมาทางพวกเขา มือหนาหยิบเอาแก้วไวน์ในถาดส่งต่อให้คนตัวเล็กอย่างเป็นงาน

“ขอบคุณครับ” เจ้าของใบหน้าหวานรับแก้วไว้ก่อนส่งรอยยิ้มหวานให้อีกคนอย่างนึกขอบคุณสำหรับเครื่องดื่มที่ส่งมาให้

Cheers~

ก่อนที่เสียงชนแก้วของทั้งคู่จะดังขึ้นมาให้ได้ยิน หลังจากนั้นไม่ถึงนาที สายตาคมก็จ้องมองมาทางคนตัวเล็กที่ยกแก้วขึ้นดื่มด้วยความปรารถนาอย่างเต็มเปี่ยมของตน

“มีโต๊ะหรือยังครับ ถ้าไม่รังเกียจผมก็อยากจะชวนคุณไปร่วมโต๊ะด้วยกัน” ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่างเสนอพร้อมกับผายมือไปยังโต๊ะของตัวเองที่อยู่ไม่ไกล

“ขอโทษด้วยนะครับ พอดีว่าต้นน้ำมีโต๊ะแล้ว” ซะที่ไหนกัน...ต้นน้ำพูดปฏิเสธเพียงเพราะเขาไม่ใช่ผู้ชายที่เป็นเป้าหมายของตนในคืนนี้ แต่ผู้ชายที่เป็นเหตุผลที่ทำให้ตัวเองต้องมาถึงที่นี่ เป็นเจ้าของสายตาคมที่กำลังมองคนตัวเล็กจากชั้นบนนั่นต่างหาก

“น่าเสียดายจังเลยนะครับ แต่ว่าผมขอเต้นกับคุณต้นน้ำสักเพลงได้ไหมครับ?”

“ได้ครับ ต้นน้ำรับคำเชิญ” สิ้นเสียงบอก ร่างบางของต้นน้ำก็เดินนำชายแปลกหน้าที่ยังไม่รู้จักกันดีไปกลางลานกว้างซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับให้นักท่องราตรีได้มาปลดปล่อยตัวเอง

ร่างบางอรชรเริ่มขยับโยกย้ายสะโพกเมื่อตัวเองเริ่มได้จังหวะท่ามกลางสายตาของคนหลายคู่ที่จ้องมองมาอย่างให้ความสนใจ ชายแปลกหน้าเริ่มรุกล้ำคนตัวเล็กมากขึ้นเมื่อมือหนายกขึ้นจับเอวบางไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของต่อสายตาของคนอื่น

“คุณต้นน้ำเต้นเก่งจังเลยนะครับ” ชายหนุ่มพูดขึ้นกระซิบข้างหูของร่างบางที่กำลังออกลีลา ต้นน้ำยกยิ้มบางขึ้นบนใบหน้าเรียวสวยของตัวเองอย่างรับคำชม ไม่แปลกที่เขาจะพอมีทักษะก็เขาทำงานกับเรื่องพวกนี้มาตลอดหลายปี

“เดี๋ยวต้นน้ำขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ” ร่างบางขยับเข้ากระซิบข้างหูของชายหนุ่มก่อนส่งยิ้มให้อีกคนพลางส่งแก้วไวน์ที่ถือให้ด้วยแทนการบอกลาอย่างเป็นนัย

ซ่า~

เสียงล้างมือบางของต้นน้ำดังขึ้นหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จ จนกระทั่ง

“เผยธาตุแท้ออกมาได้แล้วเหรอ?” เสียงนิ่งของบุคคลที่สามดังขึ้นให้ได้ยิน ไม่ทันได้เงยหน้ามองก็รู้ได้เลยว่าเขาคนนั้นเป็นใคร

“สวัสดีครับคุณแพทริค” ต้นน้ำพูดขึ้นพร้อมมองคนในกระจกใสที่ยืนอยู่ด้านหลังของตัวเองที่กำลังยืนล้างมืออยู่

“อาทิตย์ก่อนทำเป็นใสซื่อตอนโดนพวกกูเอา แต่ความจริงแล้วก็โดนมาจนเป็นอาชีพ” ร่างสูงยืนล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงสแล็คดำมองร่างบางจากทางด้านหลังอย่างใจเย็น

“แล้วที่เอาต้นน้ำคืนนั้น สนุกไหมครับ? พวกคุณก็ดูชอบนะ” ต้นน้ำพูดขึ้นถามอย่างไม่ได้ต้องการคำตอบจากอีกฝ่าย ก่อนที่คนตัวเล็กจะหันหน้ามาเผชิญกับแพทริคที่เดินเข้ามาใกล้ร่างบางของเขามากขึ้นกว่าเดิม

“มึงตั้งใจยั่วโมโหกูเหรอ?” ไม่พูดเปล่ามือหนาของแพทริคก็บีบเข้าต้นแขนเล็กของต้นน้ำด้วยความโมโหจนใบหน้าเรียวสวยเหยเกกับความเจ็บที่เกิดขึ้น

“มากับกู” เสียงนิ่งพูดบอก ก่อนที่เจ้าของความสูงจะเดินลากคนตัวเล็กออกจากห้องน้ำอย่างง่ายดาย

“ไปไหนครับ วันนี้ต้นน้ำไม่ว่าง ต้นน้ำมีนัดกับคุณเรย์” ฝีเท้าหนักหยุดเดินก่อนที่แพทริคจะหันมามองคนตัวเล็กพร้อมกับคิ้วหนาที่ขมวดขึ้นเมื่อได้ยินชื่อของคู่แข่งอีกคนของตัวเอง

“ที่หายไปตลอดอาทิตย์คืออยู่กับมัน?” เสียงนิ่งเรียบของแพทริคพูดขึ้นถามพร้อมกับดวงตาคมไร้ความหมาย

“ครับ คุณเรย์บอกว่าอย่ามายุ่งกับคุณแพทริคเพราะอีกหน่อยตำแหน่งหัวหน้าแก๊งก็จะต้องเป็นของเขาแล้ว คุณเรย์จะเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อจากคุณท่าน” คนตัวเล็กได้ทีก็เริ่มแผนการของตัวเอง สีหน้าของอีกคนมันนิ่งขึ้นมากจนแอบน่ากลัว

“หึ มันเอาความมั่นใจมาจากไหน” แพทริคพูดเบาอยู่คนเดียวก่อนที่จะออกแรงรั้งต้นน้ำให้เดินตามตนอีกรอบ

“ปล่อยต้นน้ำนะครับ ต้นน้ำต้องไปหาคุณเรย์ไม่อย่างนั้นต้นน้ำตายแน่ ๆ” มือเล็กพยายามรั้งแรงของแพทริคพร้อมกับสีหน้าที่ไม่สู้ดีให้อีกคนรับรู้ว่าตัวเองกลัวมากแค่ไหน

“ไม่มีใครทำอะไรมึงได้” เขาพูดยืนกรานว่ายังไงคนตัวเล็กก็ต้องตามเขามา

“ต้นน้ำจะมั่นใจได้อย่างไร ต้นน้ำไม่อยากตาย อึก” ดวงตากลมเริ่มมีน้ำใสเอ่อคลอมาให้เห็นพร้อมกับร่างบางสั่นเทาของตัวเอง

“เพราะมึงต้องเป็นเจ้าสาวของกู”

“ไม่มีทางหรอก...” เสียงสะอื้นพูดขึ้นอีกรอบหลังจากที่เขาลากร่างบางของต้นน้ำมาถึงห้องทำงานได้สำเร็จ

“.......”

“ก็คุณเรย์บอกว่าคุณขี้ขลาด จะไปสู้คุณเรย์ได้อย่างไร” อีกคนไม่ได้พูดตอบอะไรในคำพูดของต้นน้ำ แต่ด้วยสีหน้าโกรธจัดของเขามันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าความต้องการแรกของต้นน้ำมันประสบความสำเร็จมากแค่ไหน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel