บท
ตั้งค่า

Chapter 10

“คุณแพทริคจะทำอะไรครับ?” เสียงใสพูดขึ้นถามเมื่ออีกคนกำลังจะเข้ามารุกล้ำลำคอขาวของผมในห้องทำงานของเขาหลังจากที่อีกคนลากผมเข้ามาในนี้ได้สำเร็จ

“มึงต้องท้องกับกู” เขาไม่พูดเปล่ายังคงพยายามจะเข้ามาทำตามความต้องการของตัวเองไม่เลิก

“ดะเดี๋ยวก่อนสิครับ...” ผมเริ่มอึกอักเมื่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมันนอกเหนือจากแผนที่ผมคิดไว้ตอนแรก ร่างสูงยังคงยืนกรานว่าจะมีอะไรกับผมอีกรอบให้ได้เพื่อความมั่นใจว่าผมจะต้องมีลูกกับเขาแน่นอนเพื่อจบเกมนี้

ไม่มีทาง...ผมไม่ยอมให้ลูกต้องมีพ่อที่เหี้*ขนาดนี้อยู่แล้ว

“อื้ออ คุณแพทริค” มือเล็กพยายามดันอกแกร่งออกแต่แรงที่น้อยกว่ามากเลยยากเกินไปที่จะขัดขืนอีกคนได้ง่าย ๆ

แย่แล้ว...

ก๊อก ก๊อก ก๊อก~

เป็นเหมือนเสียงสวรรค์ที่ส่องให้เห็นทางสว่างถึงหนทางรอดของผม ก่อนเจ้าของความสูงร้อยเก้าสิบเซนติเมตรจะยอมปล่อยให้ผมเป็นอิสระเมื่อเสียงเคาะนั้นไม่มีท่าทีจะหยุดลงง่าย ๆ

“เข้ามา” เสียงเข้มพูดบอกพลางเดินไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่เจ้าของเสียงเคาะนั้นจะเดินเข้ามา

“อ้าว ต้นน้ำ” เสียงของพี่ภาคีพูดขึ้นเรียกชื่อของผมที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมในสภาพที่ไม่ค่อยเหมือนเดิมเท่าไร

“พูดธุระของมึงมา” เสียงนิ่งของคุณแพทริคพูดขึ้นอีกรอบพร้อมมองคนมาใหม่ไม่ละสายตา

“ท่านอีธานส่งคนมาบอกว่าให้นายเข้าไปหาที่บ้านครับ มีเรื่องด่วนมาก” น้ำเสียงหนักแน่นไม่มีทีเล่นของพี่ภาคีพูดขึ้นบอกผู้เป็นนาย

“มันได้บอกไหมว่าพ่อกูเรียกทำไม” คิ้วหนาขมวดขึ้นอย่างนึกสงสัยที่พ่อของตัวเองเรียกหาเขาตอนเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว

“ไม่ครับนาย บอกแค่ว่าด่วนมาก”

“อือ” ก่อนที่ร่างสูงของเขาจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและเดินอ้อมโต๊ะทำงานเพื่อออกไปด้านนอกพลางปรายตามามองทางผมเพียงสามสี่วินาที

“ไปต้นน้ำ” เสียงพี่ภาคีเรียกความสนใจของผมให้ละออกจากเขาได้เป็นอย่างดี

“ขอบคุณครับพี่ภาคี” พี่ภาคีพยักหน้าให้อย่างรู้นิสัยเจ้าของของตัวเอง ก่อนที่เราทั้งคู่จะเดินตามคุณแพทริคออกมา แต่ความขายาวหรือรีบกันแน่พวกเราเลยไม่เห็นร่องรอยของเขาแล้วตอนนี้

“อย่าไปยุ่งกับเจ้านายพี่ พี่เตือนเราแล้วนะ” ไม่ยุ่งได้อย่างไรล่ะครับพี่ ตอนนี้มันยิ่งกว่าคำว่ายุ่งซะอีก

“ขอบคุณอีกรอบนะครับ ต้นน้ำขอกลับก่อน” ในเมื่อเป้าหมายกลับไปแล้วอยู่ต่อก็จะไปสนุกอะไร ให้หลายคู่สายตาแทะโลมไปเปล่า ๆ

พี่ภาคีก็ไม่ได้ขัดอะไร แถมให้การ์ดเดินมาส่งขึ้นแท็กซี่ถึงนอกร้านเลยด้วยซ้ำ ใช้เวลาไม่นานก็ถึงคอนโดของผมเพราะรถไม่ได้ติดเท่าไรในช่วงเวลาหลังสี่ทุ่มครึ่ง

“เกือบไปแล้วต้นน้ำ” ต่อไปผมเองก็คงจะต้องวางแผนให้ครอบคลุมมากกว่านี้ เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินแบบนี้อีกจะได้รับมือทัน แต่ก็ยังพูดได้ไม่เต็มปากอีกว่าถ้าถึงเวลาแล้วจริง ๆ แผนที่วางไว้มันจะกระเจิดมากแค่ไหน

‘เฮ้ออ’ เสียงถอนหายใจดังขึ้นในห้องคอนโดหรูเมื่อร่างบางเดินเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงกับโซฟากลางห้องโถงอย่างนึกโล่งใจ นี่ผมจำเป็นต้องทำอะไรเสี่ยงถึงชีวิตขนาดนี้เลยหรือไงกันเนี่ย แล้วถ้าวันหนึ่งพลาดท่าให้สองคนนั้นอีกจะทำอย่างไร แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็จะเสียตัวไปเปล่า ๆ น่ะสิ

คิดได้แบบนั้นแผนที่สองก็กำลังจะเริ่มขึ้นกับเหยื่อคนต่อไปของเกมนี้ โทรศัพท์เครื่องหรูถูกจับมาไว้ในมือบางก่อนนิ้วเรียวไล่กดหารายชื่อเพื่อนในไลน์ที่ถูกเพิ่มไว้นานมากหลายปีแล้ว แต่คุยกันนับประโยคได้

พรุ่งนี้ไหมครับ ต้นน้ำอยากไปซื้อของทำโปรเจกต์ : ต้นน้ำ.

Ray : โผล่หัวมาได้แล้วหรือไง

ผมไม่ตอบพลางย้อนอยู่ข้อความที่เขาส่งมาหาตลอดหนึ่งอาทิตย์ว่าจะมารับไปส่งมหาวิทยาลัยตามคำสั่งของคุณท่านที่เต็มไปด้วยความหัวเสียเมื่อมาถึงคอนโดแล้วกลับไร้เงาของผม

ขอโทษครับ ต้นน้ำเพิ่งกลับมาจากคุณแพทริค : ต้นน้ำ.

Ray : พรุ่งนี้กี่โมง

เอ๊ะ...ทำไมเขาดูนิ่งผิดจากคุณแพทริคตอนได้ยินว่าเราไปอยู่กับคุณเรย์ล่ะ การกระทำของเขามันดูทำให้ผมนึกลังเลว่าจะพิมพ์ต่อดีไหม

สิบโมงเช้าครับ : ต้นน้ำ.

อ่านแล้ว

โทรศัพท์เครื่องเดิมถูกวางลงข้างกายเมื่ออีกคนที่ผมตั้งใจจะปั่นหัวนิ่งผิดนิสัย หรือว่าพวกเขาจะรู้ความจริงแล้วว่าผมกำลังปั่นทั้งคู่อยู่ ไม่มีทาง..พวกเขาไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำจะเอาเวลาไหนไปคุยดีกัน

อีก 49 วัน วันนี้คนตัวเล็กตื่นแต่เช้า ความจริงก็แทบไม่ได้นอนเลยมากกว่าเพราะมัวแต่คิดเรื่องความผิดพลาดเล็กน้อยที่เกิดขึ้น ร่างบางในชุดนักศึกษายืนมองสำรวจตัวเองผ่านกระจกสะท้อนใสในห้องแต่งตัวอย่างสำรวจความเรียบร้อย

วันนี้ต้นน้ำกะว่าจะได้เจออีกคนเพื่อปั่นหัวโดยเอาเรื่องซื้อของเข้ามาเป็นข้ออ้าง หลังจากเสร็จธุระตรงนี้แล้วหวังว่าจะได้เข้าเรียนคลาสบ่ายเลยตามที่บอกเพื่อนสนิทอย่างพริกแกงไว้เมื่อวาน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก~

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทางด้านนอกเรียกความสนใจของคนตัวเล็กที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จได้เป็นอย่างดี ขาเรียวเดินก้าวยาวเข้าใกล้เพื่อเปิดประตูให้ผู้มาเยือน

“คุณเรย์...” เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับต้นน้ำเพราะไม่คิดว่าอีกคนจะขึ้นมาหาตัวเองถึงห้อง เพราะต้องยอมรับว่าห้องนี้ไม่ค่อยมีใครได้ขึ้นมาด้วยซ้ำนอกจากพริกแกงเพื่อนสนิทของตัวเองเพียงคนเดียว

“.......” เขานิ่งไม่พูดตอบพลางก้มสายตาคมนิ่งมองร่างบางที่เปิดประตูมาเมื่อครู่อย่างไร้ความหมาย ต้นน้ำหันดวงตากลมมองนาฬิกาในห้องก็เห็นว่ายังไม่ถึงเวลานัด อีกเป็นชั่วโมงกว่าแต่ทำไมเขาถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้

“ยังไม่ถึงเวลานัดเลยนะครับ ทำไม...” แต่ไม่ทันที่ต้นน้ำจะได้พูดจบเจ้าของความสูงร้อยเก้าสิบกว่าเซนติเมตรก็พูดขึ้นแทรก

“ไม่คิดจะเชิญหลานเจ้าของเงินที่ออกค่าคอนโดห้องนี้เข้าไปด้านในหน่อยหรือไง?” เป็นคำพูดประโยคแรกที่ออกจากปากอย่างไม่ค่อยน่าฟังเอาซะเลย

“เชิญครับ” ต้นน้ำเดินเลี่ยงทางให้ร่างสูงได้เข้ามาด้านในตามที่เขาต้องการ ขายาวภายใต้กางเกงสแล็คของชุดสูทดำเนี้ยบเดินสำรวจห้องอย่างใจเย็น ก่อนที่สายตาคมจะหันมาหยุดมองที่คนตัวเล็กอย่างไร้ความหมาย เขาไล่สายตามองอีกคนตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนดวงตาคมนิ่งก็หยุดมองไปที่คอเสื้อนักศึกษาที่ยังติดกระดุมไม่ครบทุกเม็ด

“คุณเรย์นั่งรอแป๊บหนึ่งก่อนนะครับ เดี๋ยวต้นน้ำหาอะไรมาให้ดื่ม” ร่างบางที่รู้ว่าตนกำลังตกเป็นเป้าสายตารีบดึงคอเสื้อเชิ้ตนักศึกษามาติดกระดุมบนให้มากขึ้นก่อนขาเรียวจะก้าวเข้าห้องครัวไปหาอะไรให้อีกคนได้ดื่มรอตามที่บอก

“แต่เช้าเลยเหรอเนี่ย” ต้นน้ำพูดพึมพำกับตัวเองอยู่ในห้องครัวเล็กก่อนมือบางจะยกขึ้นหยิบแก้วใสและรินน้ำเปล่าหวังยกไปให้เขา

เมื่อคืนผ่านไลน์ยังว่านิ่งแล้ว พอมาเจอตัวจริงเขากลับยิ่งนิ่งมากกว่าเดิมอีก ต้นน้ำเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าแผนของตัวเองนั้นได้ผลจริง ๆ หรือเปล่าก่อนที่ร่างบางจะเดินถือแก้วน้ำในมือเข้าใกล้ร่างสูงที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางห้องอย่างชั่งใจ

“น้ำเปล่าครับ” แก้วน้ำที่ถือมาถูกวางลงบนโต๊ะต่ำด้านหน้าเรย์ที่นั่งอยู่ก่อนท่ามกลางสายตานิ่งเฉยไม่มีเปลี่ยนของเขา

“เดี๋ยวต้นน้ำขอไปแต่งตัวต่อก่อนนะครับ คุณเรย์จะได้ไม่รอนาน อ๊ะ!” ไม่ทันที่ต้นน้ำจะได้ออกจากตรงนั้น มือหนาของเรย์ก็รั้งเอวคนตัวเล็กจนเซลงมานั่งทับบนตักแกร่งเสียก่อน

“คุณเรย์จะทำอะไรครับ!” ร่างบางยังใจสู้ว่าคงไม่เป็นเหมือนที่ตัวเองกำลังคิดเสมอไป แต่ทำไมท่าทางการนั่งและสถานการณ์มันถึงล่อแหลมได้มากขนาดนี้กัน

“เล่ามา”

“ครับ?” คนตัวเล็กพูดถามอย่างนึกแปลกใจกับความกังวลบางอย่างที่อีกคนแสดงออกมาให้เห็น

“ตอนที่มึงอยู่กับมัน มันพูดอะไรบ้าง” ร่างบางหันหน้าหนีก่อนฉีกยิ้มอ่อนบนใบหน้าหวานเมื่อแผนของตัวเองที่ว่าจะไม่สำเร็จกลับสำเร็จขึ้นมาง่าย ๆ เพียงเพราะร่างสูงเก็บอาการมาโดยตลอด

“คุณแพทริคบอกว่าต้นน้ำต้องท้องกับเขาให้ได้ เขาเลย..เขา..” ต้นน้ำพูดบอกพลางเบะปากบางขึ้นมาให้อีกคนได้เห็นถึงความกังวลของตัวเองที่จะพูดบอกออกไป

“.......” เรย์ไม่ตอบ เอาแต่นิ่งเงียบอย่างใช้ความคิดที่ก็ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้

“แต่ต้นน้ำบอกไปแล้วว่าคุณแพทริคทำไม่ถูกเพราะคุณเรย์ก็เสียเปรียบ อึก แต่คุณแพทริคกลับพูดมาว่าต้นน้ำสนใจแต่คุณเรย์ คุณแพทริคเลยโกรธมาก แล้วเขาก็...” ดวงตากลมสวยขึ้นคลอน้ำตาที่ตัวเองสร้างขึ้นจากแรงหยิกต้นขาอ่อนจนเจ็บ ถึงแม้ว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นเพียงเรื่องที่คนตัวเล็กสร้างขึ้นแต่ก็ทำให้คนที่ใจร้อนอย่างเขาโกรธขึ้นหน้าได้เหมือนกัน

“อือ มันทำไม่ถูก” น้ำเสียงเข้มของอีกคนพูดบอกพร้อมดวงตาคมที่นิ่งเฉยจนน่ากลัวไม่แพ้กันกับแพทริคที่ต้นน้ำได้เจอเมื่อคืน

พรึ่บ~

เจ้าของความสูงร้อยเก้าสิบเซนติเมตรลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมปรายตามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกาย ก่อนมือหนาจะรั้งเอาข้อมือเล็กของอีกคนให้เดินตาม

“คุณเรย์จะพาต้นน้ำไปไหนครับ!” ร่างบางพูดร้องท้วงเพราะทางที่เขากำลังเดินไปมันเป็นห้องนอนของตนเอง

“กูก็จะเอามึงไง เผื่อกูจะได้ไม่เสียเปรียบมัน” สิ้นเสียงก็มีแต่คำว่าฉิ*หายขึ้นมาเต็มหัวคนตัวเล็ก มันไม่ได้เป็นแบบที่เขาคิดเลยสักนิด อีกคนต้องโกรธจัดแล้วไปหาเรื่องอีกคนสิ ไม่ใช่มาลงที่เขาแบบนี้

“ไม่นะครับ! ต้นน้ำกำลังจะสายแล้ว” ถึงแม้ว่ามันจะมองเป็นเพียงข้ออ้าง แต่วันนี้เขามีเรียนคลาสบ่ายแถมยังต้องไปซื้อของทำโปรเจกต์อีก ร่างบางพยายามรั้งแรงของเรย์อย่างสุดกำลังแต่ก็ยากเกินไปเพราะขนาดตัวที่ต่างกันอยู่มาก

“ปัญหาของมึงไม่ใช่ของกู” ต้นน้ำถูกลากเข้าห้องนอนของตัวเองโดยร่างสูงของเรย์ได้สำเร็จ ก่อนร่างบางในชุดนักศึกษาจะถูกโยนขึ้นบนเตียงนุ่มอย่างเต็มแรง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel