บท
ตั้งค่า

Chapter 4

อีกห้าสิบเก้าวัน เริ่มนับถอยหลังกับการที่ผมต้องตัดสินใจเลือกใครสักคนเพื่อมาเป็นเจ้าบ่าวของตัวเองในวันแต่งงาน เช้านี้ผมตื่นไปเรียนเหมือนวันปกติ แต่ที่ไม่ปกติจริง ๆ ก็น่าจะเป็นการเดินทางที่กำลังจะเปลี่ยนไปของผม

คุณเรย์ส่งข้อความมาบอกทางไลน์เมื่อคืนว่าพรุ่งนี้เช้าจะเข้ามารับผมไปส่งที่มหาวิทยาลัยตามหน้าที่ที่เขาได้รับมาอีกทีจากคุณท่านและผมเองก็ไม่ได้พิมพ์อะไรตอบกลับไปนอกจากคำว่าครับ

ร่างบางในชุดนักศึกษายืนรอเขามารับก่อนเวลาที่อีกคนได้นัดหมายเพื่อไม่ให้สาย เพราะคงจะต้องเป็นเรื่องที่เขายกขึ้นมาว่าร้ายผมได้อีกเป็นแน่ ดังนั้นผมรักษาเวลาในส่วนของตัวเองดีกว่า

เอี๊ยดดดด~

และเขาก็มาตรงเวลาตามที่ตัวเองนัดไว้จริง ๆ โชคดีที่ผมพอรู้นิสัยของอีกคนเพราะเขาเป็นคนที่ตรงต่อเวลาและให้ความสำคัญกับเวลามาก ไม่อย่างนั้นคงแย่แน่ ๆ

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณเรย์” ผมยังคงพูดทักทายเขาด้วยท่าทางเป็นมิตรหลังจากที่เปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างร่างสูงของเขาบนรถสปอร์ตหรู

“.........” เขาไม่ตอบก่อนจะออกรถออกจากคอนโดของผมอย่างรวดเร็ว บรรยากาศในรถเงียบมาก เขาเงียบ ผมเงียบ เราเงียบจนมาถึงมหาวิทยาลัยของผมเราก็ยังไม่พูดอะไรกัน จนผมเองที่ต้องเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา

“ขอบคุณที่มาส่งนะครับ” มือเล็กปลดเบลต์ที่คาดอยู่ออกและไม่ลืมที่จะหันไปขอบคุณเขาที่สละเวลามาส่งคนแบบผม ถึงแม้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันจะฝืนใจอีกคนมากขนาดไหน

“ลงไปจากรถกูได้แล้ว” เขาพูดบอกและไม่แม้จะปรายตามามองผมด้วยซ้ำ นี่ผมไปทำอะไรให้เขาเกลียดมากขนาดนั้น

ร่างบางในชุดนักศึกษาของผมเดินลงจากรถสปอร์ตหรูท่ามกลางสายตาหลายคู่ในระแวกนั้นที่มองมาอย่างให้ความสนใจ ก่อนที่รถสปอร์ตหรูคันนั้นจะเคลื่อนออกจากที่เดิมไปอย่างรวดเร็วและเสียงพูดคุยถึงความรวยของเจ้าของรถจะดังขึ้นตามมาติด ๆ

วันนี้ผมก็ตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตแบบปกติของตัวเองนั่นแหละ เรียน กินข้าว ทำงาน นอน มันคงไม่มีอะไรต้องน่าตื่นเต้นไปมากกว่านี้หรอกมั้งกับชีวิตของต้นน้ำ

“มึง ทางนี้” ทันทีที่เดินเข้ามาใต้ตึกคณะ เสียงใสของเพื่อนสนิทอย่างพริกแกงก็ดังขึ้นทักทายพร้อมกับโบกไม้โบกมือไปมาไม่ต่างจากเด็กเท่าไร

“ใครมาส่งมึงอะ” ผมลอบถอนหายใจ คิดว่าจะพ้นสายตาของยัยพริกแกงซะอีกขนาดนั่งอยู่ใต้ตึกด้านในมากขนาดนี้แล้วนะ

“คุณเรย์” ผมพูดบอกและเพื่อนสนิทตัวเล็กก็รู้จักคุณเรย์อยู่แล้วด้วย เพราะทุกครั้งที่ผมกลับบ้านใหญ่เวลามีเรื่องทุกข์ใจอะไรหรือโดนแกล้งมาก็จะเล่าให้พริกแกงฟังตลอด

“ฮะ! มึงว่าอะไรนะ คุณเรย์เนี่ยนะมาส่งมึง”

“อือ มึงได้ยินไม่ผิดหรอก”

“แต่เขาเกลียดมึงไม่ใช่เหรอวะ?” พริกแพงยังคงตั้งคำถาม ก่อนที่ผมจะตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้อีกคนฟังเหมือนเดิมถึงเรื่องการแต่งงานที่จะเกิดขึ้นของตระกูลมาเฟียแก๊งนี้

“มึงว่าอะไรนะ นี่คุณท่านโกรธอะไรมึงหรือเปล่าเนี่ย? ทำอย่างกับไม่รู้นิสัยของหลานตัวเองอย่างนั้นแหละ” เพื่อนตัวเล็กพูดขึ้นถึงคำถามที่ชวนให้คิด แต่จะเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไรในเมื่อคุณท่านเลี้ยงดูและดูแลผมดีมากมาโดยตลอดยี่สิบปี

ไม่รู้สิ ตอนนี้ผมเริ่มสับสนไปหมดแล้ว....

“กูไม่อยากแต่งงานกับพวกเขาเลย กูยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเราจะลงเอยกันอย่างไร ขนาดหน้ากูเขายังไม่มอง” ผมได้พูดระบายความรู้สึกของตัวเองที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจและคงมีเพียงยัยพริกแกงคนเดียวที่ได้รับรู้มัน

“แล้วเย็นนี้มึงทำงานหรือเปล่า?”

“ทำสิ..ไม่ทำแล้วจะเอาเงินที่ไหนกินข้าว เงินกูตอนนี้เหลือน้อยเต็มทีแล้ว” ช่วงนี้รีพอร์ตเอย โปรเจกต์เอยรุงรังไปหมด ลำพังหาเงินจากการร้องเพลงก็ไม่ได้มากเท่าไร เพียงแค่ประทังชีวิตรอดไปวัน ๆ ก็ดีมากพอแล้วกับเศรษฐกิจในยุคนี้ที่มีรัฐบาลไร้ความคิดเข้ามาบริหาร

“แล้วถ้าเป็นแบบที่มึงเล่า ช่วงนี้คุณเรย์กับคุณแพทริคของมึงก็ต้องติดมึงแจดิ แบบว่าทำคะแนนแบบนี้?”

“ไม่หรอก กูถึงบอกมึงอยู่นี่ไงว่าแค่หน้ากูเขายังไม่อยากจะมองกันเลย” มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ นะ ผมสามารถนับครั้งได้เลยด้วยซ้ำว่าการเจอกันต่อครั้งของเราพวกเขามองหน้าผมทั้งหมดกี่รอบ แล้วแต่ละรอบก็มองมาแบบเป็นมิตรทั้งนั้นเลย

“เอาเรื่องนี้ไว้แค่นี้เถอะ ไปเรียน A05 กัน อาจารย์น่าจะกำลังเข้าแล้ว” ผมพูดตัดเรื่องและชวนพริกแกงเข้าเรียนแทน ก่อนที่เราทั้งคู่จะลุกออกจากที่นั่งและเดินไปทางลิฟต์ขึ้นชั้นทางเชื่อมไปยังห้องดังกล่าวที่อยู่อีกตึก

-เลิกคลาส-

วันนี้จบไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่เรานั่งเรียนกันแบบชาไปครึ่งซีกได้กับสามรายวิชาจุก ๆ ที่อัดแน่นมายิ่งกว่าปลากระป๋อง

“นี่มึงไปทำงานต่อเลยไหม?” พริกแกงที่สภาพไม่ต่างไปจากผมเท่าไรถามขึ้นหลังจากที่เราเดินออกมายืนนิ่งอยู่หน้าคณะกันแล้ว

“กูว่าจะกลับห้องก่อน งานมีค่ำ ๆ เลยวันนี้” จะได้ถือโอกาสนอนพักไปด้วยเพื่อทำงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ให้คนจ้างรู้สึกเสียดายเงินและเสียความรู้สึกกับการเลือกผม

“แล้วกลับยังไง ให้กูไปส่งไหม?” เป็นแบบนี้ทุกรอบที่ยัยพริกแกงจะชอบเสนอตัวไปส่งผมที่คอนโดบ่อย ๆ หลังจากเลิกเรียน แต่ทุกครั้งผมก็มักจะปฏิเสธ ไม่ใช่ว่าหยิ่งหรืออะไรหรอกแต่ทางกลับบ้านของพริกแกงกับคอนโดของผมมันคนละโยชน์กันเลยมากกว่า เกรงใจค่าน้ำมันที่แพงสูงลิ่วแข่งกับราคาหมูด้วยแหละ

“มึงกลับเลย กูเรียกรถเอาน่าจะง่ายกว่า ขอบใจมึงมากนะ” เพราะแบบนี้ไงผมถึงรักมันมาก และเราก็แยกย้ายกันตรงนั้นเลยก่อนที่ร่างบางของผมจะเดินออกมารอรถกอล์ฟของทางมหาวิทยาลัยเพื่อขึ้นไปลงด้านหน้าที่ติดถนนแล้วเรียกรถกลับคอนโดเหมือนทุกครั้งที่เคยเป็น

19.00 น.

-ผับ XYPUB-

วันนี้ผมมีเล่นที่ร้านใหม่ที่พี่ที่รู้จักกันในวงการช่วยแนะนำผู้จัดการร้านให้ แล้วเขาก็ติดต่อผมมาจริง ๆ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากในชีวิตนักร้องของผม เพราะที่นี่เป็นผับแถวแนวหน้าของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ นักร้องที่ได้เข้ามามีงานในผับนี้ ต่อไปหลังจากนี้คืองานเข้ามาเพียบแบบรับไม่ไหวเลยก็มี

“มาเร็วจังเลยนะ” เสียงของผู้จัดการเข้ามาทักทายเมื่อผมมาก่อนเวลาขึ้นแสดงถึงชั่วโมงครึ่ง ไม่ใช่ความตื่นเต้นเลยสักนิด ไม่มีเลย

“สวัสดีครับ พี่ภาคีใช่ไหมครับ?” ผมยกมือขึ้นสวัสดีผู้ที่ดูมีอายุมากกว่า

“ใช่พี่เอง เราต้นน้ำใช่ไหมที่ขึ้นโชว์คืนนี้”

“ใช่ครับ สวัสดีอีกรอบนะครับพี่”

“อ่า โล่งอกไป คิดว่าทักคนผิดซะละ” ก่อนที่พี่แกจะลากเอาเก้าอี้เข้ามานั่งคุยกับผมอย่างเป็นกันเอง พี่แกเล่าว่ารุ่นพี่ที่เอาผมมาฝากพูดสรรพคุณของผมไว้เยอะมาก ๆ แล้วเขาหวังว่าจะไม่ผิดหวังที่เรียกผมมาร้องที่นี่ ส่วนตัวก็คิดว่าไม่ค่อยจะกดดันกันเท่าไรหรอก

“ยังไงวันนี้พี่ก็ฝากด้วยนะ..เอ่อ..อีกเรื่องที่สำคัญมาก ทำให้เต็มที่ก็พอเพราะวันนี้หุ้นส่วนรายใหญ่ของผับเข้ามาดูงานด้วยตัวเอง” นั่นไง..เรื่องกดดันหนึ่งเรื่องผ่านไปก็มีเรื่องกดดันเรื่องที่สองเข้ามาให้ผมได้รับรู้อีกแล้ว ขอบคุณมากจริง ๆ ครับ

“เฮ้ย! พวกมึงอะฝากทักทายดูแลนักร้องวันนี้ด้วย” ก่อนที่พี่ภาคีจะตะโกนเรียกคนบางกลุ่มที่อยู่ไม่ไกลมาก และถ้าให้เดาพวกเขาน่าจะเป็นนักดนตรีของผมในค่ำคืนนี้

“โอเค พี่ไปก่อนเดี๋ยวต้องไปดูงานส่วนอื่นด้วย” ก่อนที่พี่แกจะเดินออกไปและผมก็ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้แกอีกรอบ

20.30 น.

ใกล้เวลาเต็มทีที่ผมจะต้องเตรียมตัวสแตนด์บายข้างเวที มองออกมาด้านนอกก็ทำใจตื่นรัวกับจำนวนลูกค้าของที่นี่ที่ดูหนาตากว่าที่อื่นที่ผมได้ไปรับงานมา

เสียงวีเจประจำผับพูดขึ้นเชิญเมื่อถึงเวลา ก่อนที่ร่างบางของผมจะเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยความมั่นใจแม้ภายในใจจริง ๆ จะหวั่นกลัวมากขนาดไหนก็ตาม

ก่อนที่เสียงดนตรีจะบรรเลงขึ้นเบา ๆ หลังจากที่ทุกคนประจำเข้าที่ของตัวเองกันหมด รวมถึงผมด้วยที่ยืนอยู่หน้าสุดเมื่อเป็นผู้นำของวงในค่ำคืนนี้

“♪ ยืนมองดวงอาทิตย์ลับฟ้าไป ภายในใจได้แต่คิดถึงเธออยู่ตรงนี้~...”

‘มึงนักร้องวันนี้น่ารักมาก’

‘หูยมึงเสียงละมุนมากเลยอ่า~’

‘ผู้ชายใช่ไหมวะ ทำไมเสียงหวานจัง’

เป็นคำร้องที่ยังร้องออกไปไม่ถึงท่อนฮุกเลยด้วยซ้ำ ก่อนที่เสียงพูดคุยกันของคนที่มาท่องราตรีจะดังหวิวขึ้นมาให้ได้ยิน ผมจะถือว่าเป็นผลตอบรับที่ดีจากที่นี่ละกันนะ

ใบหน้าเปื้อนยิ้มของต้นน้ำปรากฏขึ้นเมื่อจบเพลงแรกไปพร้อมกับเสียงปรบมือที่ถาโถมขึ้นดังเต็มห้องโถงใหญ่ เขาไม่คิดว่าจะมีคนชื่นชอบเสียงตนมากขนาดนี้ แค่นี้เขาก็รู้สึกดีมากแล้วที่ทุกคนแฮปปี้ไปกับเสียงเพลงของเขาได้

“สวัสดีอย่างเป็นทางการนะครับ วันนี้ต้นน้ำนักร้องนำสำหรับค่ำคืนนี้ที่จะพาทุกคนมาปลดปล่อยตัวเอง พร้อมกันไหมครับ” คนตัวเล็กพูดขึ้นอย่างมืออาชีพและสร้างความเอนเทอร์เทนให้กับผู้คนที่พบเห็นได้เป็นอย่างดี “พร้อมค่า/พร้อมครับบบ!” เสียงตะโกนพูดบอกก่อนที่เสียงดนตรีจะเร่งจังหวะขึ้นตามอารมณ์ของลูกค้าในผับและต้นน้ำที่เริ่มร้องเพลงอีกครั้งในเพลงที่สอง ซึ่งทุกการกระทำของคนตัวเล็กถูกจับตามองโดยดวงตาคมไร้ความรู้สึกยากเดาความคิดของใครบางคนไว้หมดแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel